ตำราว่าน ที่ได้รวบรวมพิมพ์ขึ้นมาภายหลัง พ.ศ.2520 นั้น ถือว่าเป็นตำราว่านในยุคหลัง หรือยุคปัจจุบันทั้งสิ้น มีลักษณะเด่นที่เห็นได้ชัดเจนคือ ตำราทุกฉบับจะมีภาพสีประกอบคำบรรยายลักษณะว่าน ซึ่งส่วนใหญ่ได้คัดลอกมาจาก "ตำราคุณลักษณะว่าน และ วิธีปลูกว่าน" ของสมาคมพฤกษชาติแห่งประเทศไทย โดยนายเลื่อน กัณหะกาญจนะ (ฉบับตีพิมพ์เป็นอันดับที่สิบของตำราว่านในยุคเก่า) ภาพต้นว่านที่นำมาลงก็จะตรงกับคำบรรยายลักษณะตามที่ได้คัดลอกมาบ้าง ใกล้เคียงกันบ้าง หรือคำบรรยายกับภาพไปคนละทิศละทางกันเลยก็มี และที่ยิ่งไปกว่านั้นก็คือ บางฉบับถือโอกาสแก้คำบรรยายลักษณะว่านให้ตรงกับภาพต้นว่านของตัวเองเสียเลยก็มี
                     
                     สาเหตุที่คำบรรยายลักษณะว่านกับภาพต้นว่านที่นำมาลงมันไม่ตรงกันนี้ ส่วนมากจะให้เหตุผลว่า ก็ครูว่านท่านสอนกันมาอย่างนี้ ที่บอกเล่าต่อๆ กันมาก็แบบนี้ หรือที่เขาเล่นกันมาแต่ไหนแต่ไรก็ต้นนี้ บางคนหนักไปกว่านั้นก็พูดหน้าตาเฉยว่า ตำราเก่ามันคงพิมพ์ผิดมั้ง ยังไม่เคยเห็นมีใครยอมพูดความจริงสักทีว่า.. ก็มันหาต้นที่ตรงกับคำบรรยายในตำราไม่ได้นี่นา

                      ถึงอย่างไรนักเล่นว่านในยุคปัจจุบัน ก็ยังนิยมซื้อหาตำราว่านในยุคหลังๆ นี่มาใช้เป็นคู่มือกันอยู่ดี อาจจะเป็นด้วยเหตุ 2 ประการนี้กระมัง
                     
                      1) ตำราว่านยุคเก่านั้นหาซื้อยาก ต้องไปหาซื้อตามร้านขายหนังสือเก่า ซึ่งก็ยังไม่แน่อีกว่าจะหาได้หรือเปล่า และเมื่อได้มาแล้ว อ่านแล้วอาจจะงงยิ่งไปกว่าเดิมก็ได้ เพราะตามบันทึกลักษณะว่านในตำราเก่าๆ นั้นท่านให้รายละเอียดของว่านแต่ละชนิดไว้ยังกับลายแทงก็ไม่ปาน เรียกว่าถ้าเป็นนักเล่นหน้าใหม่ที่ยังไม่เคยผ่านหูผ่านตาว่านชนิดนั้นๆ มาบ้าง หรือไม่มีครูว่านคอยเป็นพี่เลี้ยงชี้แนะแล้วก็แทบหมดโอกาสที่จะนึกภาพออกมาได้เลยว่าว่านชนิดนั้นๆ หน้าตาควรจะออกมาเป็นรูปลักษณะใด ผู้เขียนจะลองยกตัวอย่างมาให้ดูสักเล็กน้อย เช่น "ว่านพระยานก" ลักษณะต้นเหมือนท้าวยายม่อม ใบเหมือนใบคนทิสอ ดอกเหมือนดอกชิงชี่ หัวเหมือนเกล็ดปลาตะเพียน "ว่านหมูกลิ้ง" ลักษณะหัวของว่านใหญ่มาก โดยมากมักไม่ค่อยได้พบใบ เพราะพอใบแก่ก็มักจะหล่นไปหมด เนื่องจากธรรมชาติของว่านนี้เป็นเช่นนั้นเอง "ว่านอานุภาพ" ลักษณะต้นคล้ายต้นระกำ ใบเขียวเหมือนใบพลูและมีพรายปรอทเล็กน้อย ในตำราท่านให้รายละเอียดเอาไว้เพียงสั้นๆ อย่างนี้จริงๆ อ่านแล้วพอจะนึกภาพออกกันบ้างไหม ว่าว่าน 3 ชนิดนี้หน้าตามันน่าจะออกมาเป็นแบบไหน
                       
                       2) ตำราว่านรุ่นใหม่นั้นหาซื้อง่าย และยังมีภาพสีประกอบชัดเจน แบบที่ว่าแทบไม่ต้องอ่านลักษณะของว่านประกอบเลย เพียงเห็นภาพก็นึกรู้ได้ทันทีว่าเป็นว่านต้นไหน เคยมีหรือเคยเห็นที่ไหนมาก่อนหรือไม่อย่างไร ซึ่งตรงนี้แหละที่เป็นทั้งจุดดีและจุดเสียอย่างร้ายแรงของตำราว่านในยุคใหม่ๆ ถ้าตำราเล่มนั้นนำเอาภาพที่ถูกต้องมาลงก็ดีไป แต่ถ้านำเอาภาพของต้นอื่นที่มีลักษณะใกล้เคียงกันมาลงล่ะ หรือนำเอาภาพที่ไม่ได้ใกล้เคียงกับว่านต้นจริงเลย แต่ว่าตัวเองหรือพรรคพวกมีไม้ต้นนี้อยู่แยะก็เลยนำมาลงเป็นว่านเพื่อที่จะขายไม้ต้นนี้ล่ะ ผู้ที่ซื้อตำราเล่มนั้นๆ มาแทบจะไม่มีโอกาสรู้ความจริงเลยว่าโดนเขาหลอกเข้าแล้ว มิหนำซ้ำยังจะช่วยโฆษณาประชาสัมพันธ์ให้ผู้อื่นหลงผิดตามๆ กันไปเสียอีก โดยอ้างจากตำราเล่มนั้นๆ แหละเป็นหลักฐาน ว่ามีว่านชื่อนี้รูปร่างหน้าตาต้องเป็นอย่างนี้นะ ครั้นไปเจอเอาว่านต้นจริงเข้ากลับหาว่าของเขาเป็นของปลอมไปเสียอีกแน่ะ


                                         .............................................


                       ตำราว่านในยุดหลัง พ.ศ.2520 มานี้ มีมากมายเสียจนไม่แน่ว่าจะมีใครจดจำไว้ได้ทั้งหมด แต่ทั้งหมดนั้นผู้เขียนขอยืนยันว่ายังไม่เคยพบเลยสักฉบับเดียว ที่ลงภาพต้นว่านโดยไม่มีข้อผิดพลาด (คือมีลักษณะตรงตามที่ตำราเก่าได้บันทึกไว้) มีแต่ผิดมากบ้างน้อยบ้างคละเคล้ากันไป ทั้งนี้ทั้งนั้นย่อมขึ้นอยู่กับประสบการณ์และจุดมุ่งหมายของผู้เรียบเรียงเป็นสำคัญ
                       
                       เพื่อให้เป็นประโยชน์ และแนวทางสำหรับนักเล่นว่านรุ่นใหม่ๆ ในการเลือกซื้อตำราว่านในยุคหลังๆ นี้มาใช้สำหรับเป็นคู่มือในการเล่นว่าน ผู้เขียนจะขอแนะนำตำราว่านเล่มที่เห็นว่าผู้เรียบเรียงเป็นบุคคลที่น่าเชื่อถือ มีความรู้และประสบการณ์ในการเล่นว่านมาอย่างดี และมีข้อผิดพลาดค่อนข้างน้อย โดยจะเรียงลำดับก่อนหลังตามปีที่จัดพิมพ์ขึ้นครั้งแรก ดังต่อไปนี้

                       1) "อภินิหารว่านศักดิ์สิทธิ์" เชษฐา พยากรณ์ รวบรวมพิมพ์ พ.ศ.2521 (เล่ม1-2) การที่ผู้คนเกิดการตื่นตัวหันมานิยมเล่นว่านกันอย่างบ้าคลั่งในช่วงนั้น สาเหตุหนึ่งก็เพราะคุณเชษฐานี่แหละ ที่นำเอาเรื่องว่านไปเขียนลง "ตะลุยดงว่าน" ในนิตยสารมหัศจรรย์ในช่วงแรกๆ แล้วนำมารวมพิมพ์เป็นเล่มในภายหลัง ตำราของเชษฐานอกจากเล่มนี้แล้วยังมี "108 ว่านมหัสจรรย์" และ "ตะลุยดงว่าน" ซึ่งจัดพิมพ์ขึ้นใน พ.ศ.2522 ถึงแม้ชื่อจะต่างกันแต่เนื้อหาก็เหมือนๆ กัน ตำราของเชษฐาจะเน้นจุดเด่นที่ภาพต้นว่านหรือหัวว่านซึ่งถ่ายไว้ชัดเจนดีมาก และยังให้รายละเอียดเรื่องฤกษ์ยามคาถาอาคมในส่วนที่เกี่ยวข้องกับว่านไว้ค่อนข้างแยะ

             

                        2) "ตำราว่าน108 และสมุนไพร" แสวง เพชรศิริ รวบรวมพิมพ์ พ.ศ.2523 (เล่ม1-2)ขณะที่เชษฐาเขียนตะลุยดงว่านลงมหัศจรรย์นั้น แสวง เพชรศิริ ก็เขียน "สารพัดว่าน" ลงเดลินิวส์ทุกวันจันทร์เช่นกัน สองแรงกระตุ้นจึงส่งผลให้ความนิยมว่านในช่วงนั้นพุ่งกระฉูด คุณแสวงนั้นได้ครูว่านดี คืออาจารย์มา เครื่องทองดี จากโคกสำโรง ลพบุรี (ผู้เขียนเคยเหมาหัวว่านของอาจารย์ท่านนี้มาปลูกเป็นจำนวนมากหลายอยู่) ตำราว่านของแสวง เพชรศิริ จึงเป็นตำราที่ผิดพลาดน้อยที่สุดในบรรดาตำราว่านยุคเดียวกันนี้

          

                         3) "108 ว่านมหัศจรรย์" ส. เปลี่ยนศรี รวบรวมพิมพ์ พ.ศ.2524 (เล่ม1-2) ท่าน ส. เปลี่ยนศรี ได้เป็นผู้เขียน "ตะลุยดงว่าน" ลงมหัศจรรย์ในช่วงหลังและเขียนอยู่หลายปี ท่านมีความรู้ในเรื่องว่านยาสมุนไพรค่อนข้างดีทีเดียว มีน้อยคนที่รู้ความจริงว่าท่านเป็นพระ เป็นเจ้าอาวาสวัดท่าราบ ราชบุรี

                         4) "คู่มือดูว่าน" ของสมาคมว่านแห่งประเทศไทย โดยนายโอภาส ขอบเขตต์ รวบรวมพิมพ์ พ.ศ.2525 ภาพต้นว่านทั้ง 376 ชนิดในตำราเล่มนี้ถ่ายจากต้นจริงที่สวนว่านของอาจารย์หล่อ ขันแก้ว ที่ห้วยจรเข้ นครปฐม คุณโอภาส ขอบเขตต์ นั้นจบวนศาสตร์บัณฑิต ด้วยวิทยานิพนธ์เรื่อง "ลักษณะภายนอก และประโยชน์ของว่านบางชนิด" จบวิทยาศาสตร์มหาบัณฑิต เมื่อ พ.ศ.2514 ด้วยวิทยานิพนธ์เรื่อง "สัณฐานวิทยาของว่านบางชนิดในวงศ์ขิง" ส่วนอาจารย์หล่อ ขันแก้ว นั้นเป็นผู้ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมว่านแห่งประเทศไทยคนแรก มีความรู้ในเรื่องว่านยาสมุนไพรดีมาก เป็นผู้ที่ปลูกว่านมากกว่า 300 ชนิด ในเนื้อที่ 4 ไร่กว่า (ผู้เขียนเคยเหมาว่านอาจารย์หล่อนี้ มาปลูกมากชนิดที่สุด)

                                           
                            เมื่อ 2 เก่งมาเจอกัน แถมยังมีสมาคมว่านแห่งประเทศไทยการันตีให้อีก ลองนึกดูซิว่าตำราเล่มนี้จะน่าใช้เพียงใด ภาพสีทั้งเล่มเกือบ 400 ภาพ แต่ความหนาแค่เซ็นต์เดียว ราคา 80 บาทเท่านั้นด้วย คิดว่าตามร้านหนังสือเก่าน่าจะยังพอมีหลงเหลืออยู่

                                             ...........................................


                             ถึงแม้ตำราทั้ง 4 เล่มนี้ จะค่อนข้างมีข้อผิดพลาดน้อย แต่ถ้าจะให้ได้ว่านที่ถูกต้องตรงตามที่มีบันทึกอยู่ในตำราดั้งเดิมจริงๆ ก็จำเป็นที่จะต้องมีตำราในยุคก่อนเพื่อไว้ใช้ในการเทียบเคียงตรวจสอบลักษณะว่านอยู่ดี และตำราเก่าที่ผู้เขียนขอแนะนำก็คือเล่มที่ 10 ของสมาคมพฤกษชาตินั่นแหละ คิดว่าหนังสือเล่มนี้ยังคงมีวางขายอยู่แน่ๆ ราคา 60 บาทเอง