การดำเนินงานตามแผนปฏิบัติงานเพื่อการบริหารงาน

 

ข้อ 1.  การดำเนินงานตามแผนปฏิบัติงานเพื่อการบริหารงาน

วิทยาลัยเทคโนโลยีและอุตสาหกรมการต่อเรือนครศรีธรรมราช

                ขั้นการสร้างพัฒนาความรู้ใหม่

                วิทยาลัยเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมการต่อเรือนครศรีธรรมราช  มอบหมายการปฏิบัติงานให้รองอำนวยการ ฯ  แต่ละฝ่าย  ดำเนินการดังนี้

                ฝ่ายวิชาการ  ได้จัดมีการอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่อง" การใช้การจัดการความรู้ (KM) เพื่อพัฒนางานวิชาการ " ระหว่างวันที่  27 -28  กุมภาพันธ์  พ.ศ. 2550  โดยวัตถุประสงค์ของโครงการเพื่อให้ครูทุกคนใช้การจัดการความรู้เพื่อพัฒนางานด้านการเรียนการสอน  ซึ่งเป็นงานหลักของฝ่ายวิชาการ  ในการนี้ได้มอบหมายให้ครูแกนนำจากโครงการ  C - Poor  ทำหน้าที่เป็นผู้ดำเนินการ/และอำนวยความสะดวก ( คุณอำนวย)

 

                วิธีการดำเนินการอบรมฯ  ใช้วิธีการแบ่งผู้เข้าร่วมอบรมฯ  โดยคละจำนวนครูแต่ละคณะวิชา  แล้วจัดเป็นกลุ่มย่อย  จากนั้นให้แต่ละกลุ่มย่อยเลือกคุณอำนวย  เพื่อทำหน้าที่สรุปผลการดำเนินการ  สมาชิกในกลุ่มทุกคนจะเป็นผู้บอกเล่าประสบการณ์จริง  ที่คิดว่าตนเองกระทำแล้วประสบความสำเร็จหรือภาคภูมิใจ  เรื่องการช่วยเหลือแก้ไขปัญหาให้  นักเรียน นักศึกษา  มีการกำหนดให้แต่ละกลุ่มเลือกผู้จดบันทึกประเด็นสำคัญ ( คุณลิขิต ) เพื่อทำหน้าที่จดบันทึกรายละเอียด  สาระสำคัญ  และสรุปแก่นความรู้เป็นหมวดหมู่

                จากการประเมินตนเองของครู  เรื่องการใช้กระบวนการจัดการความรู้ ( KM)  เพื่อพัฒนางานวิชาการ  พบแก่นความรู้  8  ด้าน  คือ 1)  ด้านการทำงานเป็นทีม 2) การวิจัยในชั้นเรียน 3 ) ปรับวิธีเรียนเปลี่ยนวิธีสอน  4 )  สร้างความร่วมมือกับบุคคลภายนอก 5 ) การใช้สื่อการเรียนการสอน 6 )  การนิเทศภายใน 7 ) การใช้ระบบสารสนเทศ และ 8 )  การเป็นครูปรึกษาที่ดี

                ฝ่ายส่งเสริมการศึกษา  ได้จัดให้มีการอบรมเชิงปฏิบัติการ  เรื่อง " การอบรมเชิงปฏิบัติการควบคุมภายนอกในสถานศึกษาเพื่อป้องกันการทุจริตและลดการสูญเสีย"  ระหว่างวันที่  24 - 25  เมษายน  2550  วัตถุประสงค์ของโครงการจัดฝึกอบรม  เพื่อให้บุคลากรนำกระบวนการจัดการความรู้ไปจัดทำข้อกำหนดของการควบคุมภายใน  ผลจากการอบรมทำให้บุคลากรสามารถ ดำเนินการจัดทำข้อปฏิบัติการควบคุมในแต่ละงานได้

                ฝ่ายกิจการนักเรียนนักศึกษา  ได้มีการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่อง " การดูแลช่วยเหลือนักเรียนนักศึกษาให้จบการศึกษาภายในเวลาตามหลักสูตร"  เมื่อวันที่  10  พฤษภาคม  2550  การจัดอบรมครั้งนี้ดำเนินการเช่นเดียวกับฝ่ายวิชาการ

                จากการประเมินตนเองของครูปกครอง  ด้านการดูแลนักเรียน  นักศึกษาภายในกำหนดเวลาตามหลักสูตร  แก่นความรู้จากแผนกวิชาต่างๆ  8  แก่นความรู้คือ คือ1)  การทำงานเป็นทีม 2) ให้โอกาสนักเรียนนักศึกษา 3 ) สร้างความสัมพันธ์กับผู้ปกครอง 4 )  ตัดสินปัญหาด้วยความ เป็นธรรม 7 )  สร้างวินัยให้กับนักเรียนนักศึกษา  และ 8 ) ครูเป็นแบบอย่างที่ดี

                ฝ่ายวางแผนและพัฒนา  ได้จัดให้มีการอบรมเชิงปฏิบัติการ  เรื่อง " การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผ่านบล็อก

( blog )  ของครูวิทยาลัยการอาชีพพนัสนิคม"  เมื่อวันที่  22  กรกฎาคม  2550  วัสถุประสงค์เพื่อเปิดโอกาสให้ครูมีเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผ่านทางระบบ  internet  ทั้งนี้มุ่งหวังให้มีการเผยแพร่และจัดเก็บความรู้ในโอกาสต่อไป

                จาการสัมภาษณ์และตรวจนับจำนวนครูผู้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ผ่านบล็อก ( blog)  พบว่ามีผู้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ผ่านบล็อก ( blog) พบว่ามีผู้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ผ่านบล็อก ( blog)  มีปริมาณค่อนข้างน้อย  ทั้งนี้ปัญหาดังกล่าวเกิดจากระบบ   internet  ของวิทยาลัยฯ  ยังไม่คล่องตัว  บางครั้งระบบ internet  ล้มเหลวจากภายนอก  ทำให้ครูไม่สามารถ เข้าระบบได้  ภาระงานของครูมีชั่วโมงสอนมาก  ไม่เวลาเข้าระบบ internet  และครูบางคนมีประสบการณ์ใช้ระบบน้อย  ซึ่งมีการอบรมครั้งแรก  เมื่อลงมือปฏิบัติจริงจึงยังไม่คล่องตัว  ทำให้เกิดความเบื่อหน่าย

                                                ข้อ. 2 

                1.  การจัดการความรู้  จะเกิดขึ้นได้เมื่อวัฒนธรรมการทำงานของบุคลากรในสถานศึกษาปรับเปลี่ยนจากเดิมมาสู่การมีวินัยในตนเอง มี  การศึกษาค้นคว้า  การเรียนรู้ตลอดชีวิต  ยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น  มีจิตสำนึกของการเป็น " ผู้ให้"  และมีจิตใจเป็นประชาธิปไตย  มีการยอมรับและให้ความร่วมมือในการปฎิบัติงานร่วมกัน

                2.  การสร้างกระบวนการจัดการความรู้ให้เกิดขึ้นในสถานศึกษา ในระบบ  นอกระบบและตามอัธยาศัย  ไม่ใช่เพียงแต่กำหนดกระบวนการและการสร้างระบบสนับสนุนเท่านั้น  แต่ต้องเปลี่ยนพฤติกรรมของคนซึ่งพฤติกรรมที่พึงประสงค์  ได้แก่  ความสมัครใจและยินดีที่จะให้และแบ่งปันความรู้ซึ่งกันและกัน

                3.  การสื่อสารจำเป็นต้องมีระดับการฟังที่ดี  ทำอย่างไรให้เกิดการพูดจากใจ  และการฟังด้วยใจเกิดขึ้น  ทุกคนมีสิทธิที่จะพูดเท่าเทียมกัน  ขณะที่พูดแสดงความคิดเห็นไม่ต้องกลัวว่าจะผิดหรือถูก  บรรยากาศการพูดไม่มีการ  แบ่งระหว่างผู้บังคับบัญชากับผู้ใต้บังคับบัญชา  หลังจากที่ทราบความคิดของแต่ละคนแล้วนำมาหาข้อสรุป  ซึ่งผลสรุปที่เกิดขึ้นจากข้อมูลของทุกคน แล้วปรับความเข้าใจให้ตรงกัน  ก่อให้เกิดการยอมรับและความร่วมมือในการปฏิบัติงานต่อไป

                4.  ต้องมีระบบการให้รางวัล / ประกาศเกียรติคุณ  ที่จะสร้างแรงใจแก่หน่วยงานที่มีการพัฒนา  ก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้มากขึ้น  รางวัลที่ให้ควรให้เป็นทีมงานเพื่อสร้างวัฒนธรรมการทำงานเป็นทีม

                5.  มีการวัดประเมินผลเมินผลโครงการ  เพื่อนำผลที่ได้มาปรับปรุงและพัฒนาต่อไป