การจัดการความรู้ในสถานศึกษา

การจัดการความรู้  (Knowledge  Management  : KM)  เป็นการสร้างเครื่องมือจัดเก็บข้อมูลและสารสนเทศต่าง ๆ  ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานในองค์กร  เช่น  วิธีปฏิบัติที่ดีที่สุด  เทคนิคใหม่ ๆ  หรืออะไรก็ตามที่บุคคลในองค์กรอาจคิดว่าเป็นประโยชน์ต่อตนเองและส่วนรวม  ดังนั้น  ในการจัดการความรู้จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการแลกเปลี่ยนและแบ่งปันความรู้ซึ่งกันระหว่างบุคลากรภายในองค์กร  (มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช  2549 : 197)  ซึ่งในส่วนของสถานศึกษานั้น  การจัดการความรู้กล่าวได้ว่าเป็นสิ่งที่มีความสำคัญคือ โดยเป็นการดึงเอาความรู้ที่กระจัดกระจาย ฝังอยู่ทั่วไปภายในสถานศึกษา  ออกมารวบรวม และแบ่งกลุ่ม จัดเก็บให้เป็นองค์ความรู้ขององค์สถานศึกษา  เพื่อเป้าหมายในการพัฒนาคนในสถานศึกษาให้เป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้  และนำไปสู่ องค์กรแห่งการเรียนรู้ต่อไป  โดยรูปแบบการจัดการความรู้ในสถานศึกษา สามารถยกตัวอย่างกิจกรรมการดำเนินการได้ดังนี้  (มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช  2549 : 201)

                1.กำหนดระดับความรู้ภายในขอบเขตขององค์การ  (สถานศึกษา)    เช่น  ความรู้ส่วนบุคคล  ความรู้ของกลุ่ม  หรือความรู้ของทั้งองค์การ  ทั้งนี้  เพื่อให้สามารถแยกแยะ  จัดระดับความสำคัญ  กำหนดรูปแบบในการจัดเก็บและค้นหา  ตลอดจนรูปแบบในการแลกเปลี่ยนความรู้นั้น ๆ  ได้อย่างเหมาะสม

                2.สร้างความรู้หรือได้มาซึ่งความรู้จากการทำงานของบุคลากร  โดยความรู้ที่เกิดขึ้นมักเป็นความรู้ที่แฝงอยู่ในตัวบุคคลอย่างไม่รู้ตัว  ซึ่งจำเป็นต้องถูกแปลงออกมาเป็นความรู้ที่เป็นรูปธรรม  และสามารถตระหนักได้โดยบุคลากรในองค์กร

                3.รวบรวมและตีความหมายของความรู้จากสื่อที่หลากหลาย  เช่น กระดาษ  ไปรษณีย์อีเล็กทรอนิกส์ หรือมัลติมีเดีย  เป็นต้น  ซึ่งบ่อยครั้งที่พบว่ายังมีความรู้อีกมากที่สามารถสกัดได้จากสื่อที่ใช้ในการดำเนินการโดยทั่วไปขององค์การ  หากผู้ปฏิบัติเล็งเห็นถึงคุณค่าของความรู้อย่างแท้จริง  และรู้จักใช้ความคิดเชิงวิเคราะห์ได้เป็นอย่างดี

                4.จัดเก็บความรู้ในสื่อต่าง ๆ  เช่น  คลังข้อมูล  ฐานข้อมูล  ห้องสมุด  ชั้นหนังสือ  หรือแม้แต่ในสมองของบุคลากรเอง  โดยแยกแยะความเหมาะสมของสื่อจากคุณสมบัติที่แตกต่างกันของความรู้  เช่น  ความรู้เชิงอรรถ  ความรู้เชิงปริมาณ  ความเร็วที่จำเป็นในการค้นหาความรู้เพื่อนำไปใช้  จำนวนผู้ใช้ความรู้ร่วมกัน  ปริมาณรายละเอียดของความรู้  ระดับของความรู้  ความสำคัญของความรู้  หรือแม้แต่อายุของความรู้  เป็นต้น

                5.ประยุกต์และแลกเปลี่ยนข้อมูลจากการทำงานร่วมกัน  หรืออาจโดยผ่านเครื่องมือช่วยทางเทคโนโลยีสารสนเทศ  ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญที่ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้  โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาประยุกต์ในการทำงาน  การแลกเปลี่ยนความคิดเห็น  และการกลั้นกรองกระบวนการทางความคิดร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ

 

 

                6.สร้างพัฒนาการและนวัตกรรมจากความรู้  เพื่อสร้างความยั่งยืนให้แก่ความรู้  โดยมีการนำความรู้      ที่ได้มาประยุกต์อย่างเป็นรูปธรรม  สามารถชี้วัดได้ว่าสิ่งใดเกิดจากความรู้เดิม  สิ่งใดเกิดจากความรู้ใหม่  และความรู้ใดที่ยังขาดแคลนอยู่

                กล่าวโดยสรุป การจัดการความรู้ทำอย่างไรให้สำเร็จ  จะต้องดำเนินการ  คือ  รู้ว่าจะทำอะไร วัตถุประสงค์อะไร บุคคลเป้าหมายคือใคร  รู้ว่าจะต้องใช้ความรู้อะไรบ้าง  รู้ว่าความรู้ที่ต้องการใช้อยู่ที่ไหน อยู่ที่ใคร  (เสาะแสวงหา)  รู้ว่าจะใช้วิธีไหนที่จะให้ได้มาซึ่งความรู้ที่ต้องการ  ดำเนินการเพื่อให้บุคคลเป้าหมายได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน เกิดการนำความรู้นั้นไปปฏิบัติจริง  ปรับใช้ให้เหมาะสม (แลกเปลี่ยน/แบ่งปัน)  ดำเนินการถอดองค์ความรู้ที่ได้จากการปฏิบัติจริง   เผยแพร่และจัดเก็บอย่างเป็นระบบ (สร้าง/พัฒนา)