ในทางการเมือง ความขัดแย้งเพื่อสร้างสรรค์ น่าจะดีกว่าสมานฉันท์ โดยไม่เรียนรู้
หัวใจของประชาธิปไตย ตามความคิดของผมเอง ผมว่าน่าจะอยู่ที่หลักการพื้นฐานที่สำคัญ 2 ประการ คือ
•1. เป็นตัวของตัวเอง
•2. ยอมรับความคิดที่แตกต่าง
ดังนั้น การสมานฉันท์ในทางการเมืองที่แท้จริง จึงน่าที่จะต้องมีหลักการสำคัญ อยู่บนพื้นฐาน 2 ประการดังกล่าวข้างต้น
นั่นหมายถึงว่า
การสมานฉันท์ในทางการเมือง จึงน่าจะมาจากการเรียนรู้ความขัดแย้งในทางการเมืองร่วมกัน เพื่อนำไปสู่การบรรลุเป้าหมายของแต่ละบุคคลตามสมควร โดยไม่ก่อให้เกิดความแตกแยก
เพราะผมมีความคิดว่า ความขัดแย้ง เป็นพัฒนาการทางการเมืองที่สร้างสรรค์อย่างเป็นพลวัต
ปัญหาที่สำคัญก็คือ
"สังคมและการเมือง จะจัดการอย่างไรกับความขัดแย้งทางการเมืองที่เกิดขึ้น ให้นำไปสู่การเรียนรู้ร่วมกัน โดยไม่นำไปสู่ความแตกแยก"
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับ ท่าน ผอ.วิชชา smallman
ขอบคุณครับ :)
สวัสดีครับ
มาขอแลกเปลี่ยนด้วยครับ....ผมมองเห็นว่า การเมืองในตอนนี้คงหนีไม่พ้นระบบทุนนิยม ก็ย่อมมีผลความขัดแย้ง กับกลุ่ม อนุรักษ์นิยม ครับ
"โกงได้ แต่ต้องมีผลงาน"
ยังเป็นค่านิยมที่คนในสังคมบางส่วนยังคงคิดว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้องอยู่ครับ
แม้แต่กระทั่งข้าราชการครูหลายๆคน ก็ยังคิดว่าเป็นเรื่องที่เห็นชอบแล้ว
ขอบคุณครับ
ระบบทุนนิยม ก็ย่อมมีผลความขัดแย้ง กับกลุ่ม อนุรักษ์นิยม
ปัญหาก็คือว่าในทางการเมืองจะบริการจัดการอย่างไร ให้ทั้งกลุ่มทุนนิยม และ กลุ่มอนุรักษ์นิยม ได้มีพื้นที่ทางการเมืองของตนเองได้อย่างเหมาะสมพอควร
ขอบคุณครับ
มาเยี่ยม
หัวใจของประชาธิปไตยที่แท้จริงน่าจะเป็นเพียงอุดมคติเท่านั้นนะครับ...
หัวใจของประชาธิปไตยที่แท้จริงน่าจะเป็นเพียงอุดมคติ
ท่านอาจารย์ว่ามาอย่างนี้ ผมก็อยากจะคัดค้านอยู่เหมือนกัน แต่ก็ดูเหมือนว่า ในโลกของความเป็นจริง จะเป็นจริงอย่างที่ท่านอาจารย์ว่ามา
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับ
ด้วยความเคารพ
ความคิดที่แตกต่างกำลังนำไปสู่การเลือกขั้ว แบ่งข้าง สร้างความขัดแย้ง
ตรงนี้สำคัญมากครับ เป็นเรื่องของการเมืองที่จะจัดการให้เราสามารถอยู่กันได้อย่างสมานฉันท์ท่ามกลางความแตกต่าง