แต่เดิมก็ไม่เคยตระหนักเรื่องปัญหาโลกร้อนมากนัก และไม่ได้คิดว่าจะจริงจังมากขนาดนี้ เพราะที่บ้านไม่ได้ใช้พัดลม แอร์คอนดิชั่น หรือฮีทเตอร์ ด้วยความที่เป็นเกาะมีลมโกรกเย็นสบายตลอด แถมอากาศเย็นเวลากลางคืน แต่ความที่เป็นเกาะก็ยังต้องอาศัยเครื่องอุปโภค บริโภคจากแหล่งอื่นๆภายนอก ที่ำทำให้ต้องใช้ก๊าซธรรมชาติ น้ำมันในการขนส่ง ทำให้ต้องมีการเผาผลาญพลังงานเพื่อทำมาใช้ใน การพัฒนาประเทศ ซึ่งก่อให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเชื่อว่าเป็นตัวเอกที่ทำให้อุณหภูมิของโลก เราสูงขึ้น มนุษย์สร้างก๊าซคารบอนไดออกไซด์ได้รวดเร็วมากกว่าธรรมชาติสร้าง
ยิ่งเมื่อได้มีโอกาสดูหนังเรื่อง An Inconvenience Truth ที่นาย อัล กอร์ ได้ออกมาทำให้เราเห็นชัดยิ่งขึ้นว่าเรามีส่วนอย่างไรที่ทำให้โลกร้อน หนังเรื่องนี้ทำให้นายอัล กอร์ได้รับรางวัลออสการ์ และตามด้วยรางวัลโนเบลในปีที่แล้ว ดูหนังแล้วก็ต้องกลับมาดูตัวเองซึ่งตอกย้ำสิ่งที่เราไม่ได้คิด หรือไม่้รู้อีกหลายอย่าง ที่ทำให้โลกร้อนขึ้นอย่างน่าใจหาย
เริ่มจากสำรวจว่าเราจะทำอะไรได้บ้างที่ลดการใช้พลังงานลง โดยเริ่มจากจุดเล็กๆคือตัวเราเองก่อน โดยเริ่มจาก เปลี่ยนหลอดไฟในบ้านทั้งหมดให้เป็นหลอดแบบประหยัดพลังงาน ปลูกพื่ชผักสวนครัวกินเองทำที่ทำได้ เครื่องทำน้ำอุ่นก็ใช้แสงพลังงานแสงอาทิตย์อยู่แล้ว รีไซเคิลขวดพลาวติกลดขยะมูลฝอย พยายามใช้ถุงพลาสติกให้น้อยลง เวลาเราไปซื้ออาหารที่ซุปเปอร์มาร์เกต
ได้เห็นแฟชั่นการรีไซเคิลในหลายๆที่ เช่น ทำกระเป๋า I'm not a plastic bag! เข้าใจทำมาก ที่ฮาวายเค๊าก็รณรงค์กันมานานมากๆ หลายสิบปี แต่ก็ไม่ค่อยมีคนให้ความสำคัญมากนัก ยังนิยมการใช้ถุงพลาสติกและกระดาษซ้อนกันด้วยในบางคน แต่เมื่อ 3-4 ปีมานี้เมื่อพูดกันมากขึ้น ทำให้กระแสกลับมาอีกครั้ง
ห้างใหญ่หลายๆแห่งที่นี่ก็ร่วมด้วยช่วยกันออกกระเป๋าที่เป็นของตัวเองเพื่อจะได้นำกลับมาใช้อีกที่ร้านตัวเอง
เพราะสามารถโฆษณาและถ้าทำสำเร็จก็ช่วยลดต้นทุนสั่งซื้อถุงพลาสติก และยังเป็นประโยชน์ ต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย
หนึ่งในซุปเปอร์สโตร์ชื่อ เคทีเอ ก็ได้ทำถุงของตัวเองชื่อ reBag ทำเป็นสีต่างๆ และต่อมาก็ออกแบบถุงที่เหมือนคูลเลอร์ เก็บความเย็นสำหรับอาหารสดอีกด้วย สำหรับคนที่เดินทางไกล แบบธรรมดา 1.50 เหรียญ แบบคูลเลอร์ 3 เหรียญ
และแบรนด์ในเครือก็ทำถุงผ้าไว้ใช้ได้ในโอกาสต่างๆอีกด้วย (6เหรียญ) เวลากลับไปใช้อีกจะได้ส่วนลดทุกครั้งที่นำกลับมาใช้ 5 เซนต์ต่อถุง ตอนนี้มี 5 ใบแล้วค่ะ
วันนี้คุณได้มีส่วนร่วมลดโลกร้อนหรือยังคะ?
ครูอ้อย ยกมือ ขอร่วมมือด้วย
นี่ไงคะ หลักฐาน....
ตัวเองใช้กระเป๋าผ้าเยอะมาก ทุกวันก็ว่าได้ ไปซื้ออาหารจะหลีกเลี่ยงรับถุงก๊อบแก๊บ ใช้หลอดประหยัดไฟมาหลายปีแล้วค่ะ ปิดไฟที่ไม่จำเป็นทุกดวง นอกจากนี้ยังประหยัดน้ำด้วยการไม่ค่อยอาบน้ำ (อ่ะ....ล้อเล่น) นำน้ำซักผ้ามารดต้นไม้หรือถูพื้นปูนเพื่อเอาฝุ่นออกในรอบที่หนึ่ง แล้วใช้น้ำสะอาดอีกที
เป็นชาวเกาะสนุกมั้ยคะ
สุ
ตัวเองก็พยายามลดอยู่เหมือนกันค่ะ
เรื่องถุงพลาสติกเนี่ยพยายามจะไม่รับ แต่ก็ยังเป็นคนที่ลืมเอาถุงผ้าไปด้วยเป็นประจำ
ที่ร้ายกว่าถุงพลาสติกคือกล่องโฟมค่ะ บ้านเราใช้กันมากๆๆๆๆๆๆ ทีเดียว ใส่อาหารจานด่วนกันเยอะ จริงๆ แม่บ้านต้องหัดมาพกปิ่นโตกัน (คิดถึงตอนเด็กๆ เลย) แต่คนส่วนใหญ่ก็คิดว่าไม่สะดวก ก็เลยไม่ค่อยได้ทำกัน..
เคยเอาชามไปซื้อข้าวตามร้านค้า เขาก็งงๆ เหมือนกัน ว่าทำอะไรเนี่ย กลัวชามเขาสกปรกหรือไง 55555
คุณครูอ้อยคะ น่ารักมากเลยค่ะ ย่ามที่ใช้สีสันสวยสดดีค่ะ ชอบมากค่ะ
สวัสดีค่ะคุณสุ
ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ ดีจังเลยค่ะที่ทำอยู่นานแล้ว มาเป็นเพื่อนกันค่ะ เป็นชาวเกาะสนุกดีค่ะ ชอบสุดคืออากาศดีมากกก ไม่ต้องใช้แอร์ คนที่นี่เป็นมิตรมากน่ารัก เวลาเจอคนไม่รู้จัก ยิ้มให้ตลอด อย่างวันนี้ไปแอโรบิกเท้าแพลง คนมาช่วยกันตรึมเลยค่ะ รู้สึกดีมากเลยค่ะ แต่ยังไงก็สู้เมืองไทยบ้านเราไม่ได้ค่ะ
จริงค่ะ กล่องโฟมที่นี่ก็ฮิตค่ะ แต่ราคาต้นทุนแพงค่ะ แต่ได้ฟังอ.ตุ๋ยเล่าว่าเอาชามไปใส่ เนี่ยถือว่าเป็นปรมาจารย์ นับถือค่ะ ปิ่นโตเป็นไอเดียที่ดีมากค่ะ ต้องรณรงค์กันหน่อย
เห็นด้วยค่ะว่าพลังมดนั้นยิ่งใหญ่จริงๆ ค่ะ ทำไปด้วยกันนะคะ
เห็นด้วยค่ะ สู้ต่อไป เย้ เย้....
ขอบคุณทุกๆท่านค่ะ
ช่วยกันเชียร์ให้ใช้ถุงผ้า ดีกว่าถือถุงพลาสติก ดีค่ะ ช่วยกันได้ไม่ยากเลย เท่ซะอีก
ถุงพลาสติกเวลาถือพร้อมกันหลายใบถือยากด้วย เวลาพี่ไปเดินจตุจักรก็จะหิ้วถุงผ้าไปด้วย อิ อิ เพราะเรานุ่งผ้าซิ่น จะหิ้วถุงพลาสติกมันไม่เข้ากันกับการแต่งตัวด้วยนะคะ
ถุงย่ามผ้าคุณครูอ้อยเท่ระเบิด
บ้านเรายังไม่รณรงคืกันอย่างจริงจังเลยครับ มัวทะเลาะกันยังไม่หยุด หุหุ..
ที่บ้านเก็บถุงพลาสติกไว้เต็มลัง เวลาไปซื้อของบอกไม่เอา ไม่เอา แม่ค้าก็ยัดเยียดมา นัยว่าหวังดีน่ะครับ ถุงผ้าก็มีหลายใบ อย่างว่าแหละลืมทุกที..เหมือน อ.ตุ๋ยเลย ครางหลังเลยเอาใส่รถไว้ประจำ สามใบ
หนังสือของอัล กอร์ The inconvenience Truth อ่านแล้วครับ ชอบ เปิดโลกความจริงให้เราทราบกัน
เราต้องสร้างพฤติกรรมในชีวิตประจำวันใหม่มากทีเดียว..
ขอบคุณครับ
ไม่เคยใช้ถุงไปซื้อของเลยอ่ะ เพราะเวลาไปช้อปของใช้มันเยอะจนเอาถุงผ้าใส่ไม่ไหว เดือนนึงซื้อครั้งเดียว แต่เราก็พยายามใช้ถุงให้คุ้มๆ หน่อย อย่างน้อยก็ใช้ใส่โน่นนี่จนในที่สุดกลายเป็นถุงขยะ แต่ถ้าไปซื้อของชิ้นสองชิ้นที่เซเว่นก็จะบอกว่าไม่ต้องใส่ ถือได้ ซื้อเค้กข้างออฟฟิศกินก็เอาจานไปใส่เอง
ตอนนี้พี่นิดกับอาสุเทพกำลังปรับปรุงถาด Biofoam ที่ทำจากมันสัมปะหลังอยู่ บริษัทเราเป็นตัวแทนจำหน่ายรายเดียว ดูแลการตลาดให้ เดิมมียอดออเดอร์จากต่างประเทศพอสมควร ญี่ปุ่นซะเยอะ แต่ยังมีปัญหาเรื่องไลน์การผลิตยังไม่สมบูรณ์ รับได้แต่ออเดอร์จำนวนมาก ต้องเป็นแสนชิ้นขึ้นไป ถ้าน้อยมากยังทำไม่ได้ ไม่งั้นไม่คุ้มค่าโมลด์ เลยกำลังหาทางพัฒนาเทคโนโลยีอยู่ นี่ทางห้างใหญ่ๆ ก็สนนะ พวกที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับอาหารแช่แข็งก็สนใจเยอะ เมืองจีนก็ด้วย เขาอยากเอาไปทำบรรจุภัณฑ์ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่ต้องส่งเข้ายุโรป เดี๋ยวนี้ EU ห้ามนำเข้าโฟมก็ต้องเลี่ยงมาใช้กระดาษ แต่ต้นไม้ก็โตไม่ทันมันสัมปะหลังหรอก ถ้าระบบเดินหน้า full capacity ได้เมื่อไหร่คงดี ช่วยลดการใช้โฟมกับกระดาษได้เยอะจ้า แต่ข้อเสียก็มีคือมันเปลืองค่าขนส่งเพราะ bulky ทำให้ยังติดปัญหาเรื่องการแข่งขันด้านราคา
แต่ขอเล่าให้ฟังนิดนึงเถอะ เคยติดต่อเสนอ fastfood เจ้านึงไปยังออฟฟิศส่วนที่ดูแลภาค South East Asia จะเสียมารยาทถ้าบอกว่าเป็นยี่ห้ออะไร ขอบอกแค่ว่าเป็นแบรนด์ยักษ์ใหญ่ ที่มีชื่อพ้องเสียงกับคอมพิวเตอร์ยี่ห้อหนึ่ง หุ หุ ไม่ได้เอ่ยชื่อนะ เขาตอบเมล์มาว่าไงรู้มั้ย (ขอแปลให้สุภาพขึ้นหน่อยนะ ถ้าเอาเนื้อความมาลงหมดคนแถวนี้เส้นเลือดสมองแตกแน่ๆ) "...เราไม่สนใจเรื่องสิ่งแวดล้อมของประเทศคุณหรอก เราไม่มีหน้าที่ต้องรับผิดชอบเรื่องนั้น ถ้ามีกฎหมายระบุเมื่อไหร่แล้วค่อยมาคุยกัน หรือถ้าสินค้าคุณสามารถขายให้เราราคาต่ำกว่าที่ใช้อยู่ นั่นก็เป็นเหตุผลที่สามารถพิจารณาได้ใหม่" เป็นไงพี่ อึ้งกิมกี่ไปเลย ก็เอกสารแนะนำสินค้ามันก็ต้องพูดถึงเรื่องสิ่งแวดล้อมน่ะสิ ถ้าไม่ concern เรื่องนี้ตรูจะเอาสินค้าแบบนี้ไปขายแข่งกับโฟมหรือกระดาษรึ
สวัสดีค่ะคุณขจิต ดีจังค่ะ ให้กำลังใจกันต่อไปนะคะ
เวลาพี่นุชทำอะไรก็ดูเท่ตั้งแต่แรกแล้วค่ะ เพราะนุ่งผ้าซิ่นไม่ค่อย เหมือนใคร ยิ่งถือถุงผ้า เข้ากันจริงๆด้วยค่ะ แสดงว่าเนี๊ยบค่่ะ ต้องเข้าชุด ต้องหัดนุ่งผ้าซิ่นค่ะ ยังกระโดกกระเดกอยู่ค่ะ
เห็นด้วยอย่างยิ่งค่ะเรื่องพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน ต้องปรับอย่างจริงจัง ถุงไปจ่ายตลาดบางทีก็ลืมเหมือนกันค่ะ พอนึกได้ต้องรีบเอาไปไว้ในรถ ถึงต้องมีหลายใบหน่อยค่ะ
พี่นิดนี่เก่งจัง สร้างสรรสุดๆ เอาใจช่วยให้ขายได้เยอะๆ ส่วนฟาสฟูดที่ว่ายังนึกไม่ออกเลยล่ะ แย่จัง จะได้ประนามถูกเจ้าหน่อย....อุ๊บส์
ขอบคุณทุกท่านมากๆค่ะ น่ารักทุกคนเลย เราก็ทำดีแบบของเราไป
ชื่อพ้องกับคอมค่ายมะกันที่มีดีไซน์เก๋ๆ ไง หรือใบ้เพิ่มก็ต้องบอกว่าคนไทยเรียกชื่อย่อของ fastfood เจ้านี้ ไม่ค่อยมีใครเรียกชื่อเต็ม เป็นตัวอักษรที่มาก่อน N และมีเพลงที่เด็กๆ เขาร้องกันด้วย "Old............... has a farm E-I-E-I-O" 555 ใบ้มากขนาดนี้ที่บ้านเขาเรียกบอกแล้วล่ะ
ปล. ตอนนี้พี่นิดเหนื่อยสุดๆ กำลังเจรจางานสำคัญกับฝรั่ง เลยต้องทำงานเวลาเดียวกันกับเขา น่าสงสาร
ซูซาน..555ขำตัวเอง ประมาณว่าซื่อ...สมองช้าไปหน่อย ต้องไปถามอลันโดยร้องเพลงให้ฟัง (เพลงที่ว่าก็ไม่รู้จัก) เชยไม๊.. เรียนแต่โรงเรียนจีน ไทย ไม่รู้เพลงหรอก อลันก็บอก แถมไม่เก็ตอีก ถามว่ามีบริษัทคอมชื่อนี้หรือ เค๊าก็เลยบอกว่า เอาเฉพาะคำหน้า...อุ๊บส์ สงสัยที่เล่นผะหมีไม่ทันก็เพราะอย่างนี้เอง...5555
ต่อไปเลิกกินแน่นอน แต่ร้านนี้ที่นี่เค๊าใช้ภาชนะเป็นกระดาษรีไซเคิลนะ รู้สึกว่า เมเจอร์เทคโอเวอร์ไปแล้วนิที่เมืองไทย
สวัสดียามเช้าค่ะ
นับถือ ๆค่ะ เป็นแม่พิมพ์ตัวอย่างที่น่ายกย่องค่ะ เป็นบุญของเด็กๆจริงๆค่ะ
ดีใจมากค่ะ เขียนใหม่นะคะจะเข้าไปอ่าน ร่วมด้วยช่วยกันดีค่ะ
ขอบคุณค่ะ
เล่าให้ออยฟังเรื่องถุงผ้า ออยบอกว่าเมื่อวานตอนพานักศึกษาไปอยุธยา เห็นเด็กคนหนึ่งใช้กระเป๋าแบบที่สาวยาคู้ใช้ (จำได้มะ) เจ๋งมากเลยอ่ะ เด็กเขาไปหาซื้อมา ใส่ของดี ใส่ของแช่เย็นก็ได้ด้วย แจ่มมาก เห็นบอกว่าซื้อมา 700 น่าไปซื้อมาใช้มั่งอ่ะ แต่ก็แพงนะคำนวณแล้วยี่สิบกว่าเหรียญแน่ะ แต่ถุงที่พี่เอามาลงให้ดูนี่สวยนะ ดีไซน์เท่ห์เชียว น่าสะสม
ปล. ใบ้ขนาดนั้นยังต้องให้พี่อลันช่วยอีกเร้อะ โอ้แม่เจ้า ถ้าพี่อลันอ่านภาษาไทยได้นี่แกคงเล่นผะหมีชนะพี่แน่นอน โธ่เอ๋ยพี่เรา ^ ^
ซูซาน..แต่พี่ว่าตลกนะ กระเป๋าสาวยาคูลดูเทอะทะ ไม่ค่อยจะสวยนะ... ส่วนที่พี่บอกว่าเหมือนคูลเลอร์ของที่นี่ จะคล้ายกับใบสีเขียว แต่เป็นสีฟ้ามีซิปปิดด้านบน พอดีวันที่ถ่ายรูป มันอยู่ในรถ ชอบแบบใบไหน สีเขียวเป็นผ้าผสม แต่ใบขาว-น้ำเงินผ้าฝ้ายแท้ ถ้าชอบเดี๋ยวซื้อไปฝาก
ส่วนที่คิดไม่ได้เพราะอะไรรู้ไม๊ คือออกเสียงไม่เหมือนกัน ฟาสฟูดออกเสียงไม้เอก แต่คอมออกเสียงไม้ตรี ก็บอกแล้วว่าซื่อ....
เอาถุงผ้าใบใหม่ของเรามาให้ดู พึ่งได้มาจากที่โบสถ์วันนี้จากคุณป้าคนหนึ่ง ป้าคนนี้ชอบเอาเครื่องมือเย็บปักถักร้อยมาสอนเด็กๆ ที่โบสถ์ ให้หัดทำงานฝีมือ เพราะตัวแกเป็นโรคหัวใจ อีกไม่กี่อาทิตย์แกก็ต้องผ่าตัดอีกแล้ว เลยบอกว่าต้องรีบๆ สอน กลัวว่าฝีมือจะตายไปกับตัว


ถุงผ้านี้ก็หนึ่งในงานที่แกทำขาย มีคนออเดอร์ไปเมกา ร้าน loft ก็สั่งไปขาย ตัวแกเองทำได้ไม่มาก แต่ก็ยังอุตส่าห์ขายไม่แพง ใบนี้จริงๆ แกจะเก็บไว้เป็นตัวอย่าง เราตื้อขอซื้อมาให้ได้ ตัวหนังสือนี่ปักนะ ^ ^ 180 บาทเอง พอขึ้นห้างใบหนึ่งหลายตังค์ ใช้ได้สองด้าน มีช่องซิปด้านข้างให้ใส่กระเป๋า งานแน่นหนาดีมาก ฝีเข็มถี่ยิบ
ยังมีอีกใบที่เราเห็นแล้วอึ้ง (แต่ใบนั้นหวานไปไม่เหมาะกับหน้าเรา) เป็นผ้าดิบเพ้นท์รูปดอกไม้ สายตาแกยังดีจริงๆ และเพ้นท์สวยมากจนเรานึกว่าพิมพ์น่ะ ทึ่งในฝีมือ ทั้งๆ ที่ไม่ได้เรียนอาร์ตมา
นอกจากนี้แกยังทำได้สารพัดงานประดิษฐ์ เรายังว่าถ้าพี่อยู่นี่จะชวนมาเรียนเลย แกสอนฟรีนะ ขนมก็ทำเก่ง จัดดอกไม้แบบอิเคบาน่าก็ได้ ป้าแดงบอกว่าเสียดายที่เด็กๆ ไม่จริงจัง บางทีแกก็หิ้วอุปกรณ์มาเก้อ ไม่มีใครยอมอยู่เรียนตอนบ่าย เราก็ดันไม่มีพรสวรรค์ด้านนี้เลย ไม่งั้นจะหัดทำ จับเข็มทีไรจิ้มนิ้วตัวเองทุกที แต่ป้าก็ให้โอกาส บอกว่าช่วยออกแบบสิ ทำได้นะ ก็เลยว่าจะช่วยแกทำอยู่
อยากช่วยทำตลาดให้ด้วย ว่าจะเสนอลูกค้าทำปกออกาไนเซอร์ผ้าเพราะเข้าเทรนด์พอดี นอกจากนี้ยังได้เสนอไอเดียให้ทำซองใส่โน๊ตบุ๊คให้คุณป้า น่าจะมีคนสนใจเยอะ เพราะเรายังก็รำคาญที่ต้องแบกกระเป๋าหนักๆ เลย อาทิตย์หน้าจะเอาคอมไปให้วัดขนาดลองทำดู ถ้าทำได้เวิร์คนะ จะหาตลาดขายซะเลย พี่สนใจออเดอร์งานแกไปขายทางโน้นด้วยมะ
พวงกุญแจนี้ป้าแดงแถมให้เพราะเราทำหน้าตาอยากได้แต่ไม่มีปัญญาทำ สาวๆ กำลังล้อมวงหัดทำตามแพทเทิร์นที่แกเตรียมมาให้ ที่เห็นนี่ฝีมือเด็กกำพร้าที่ป้าแดงสอนนะเนี่ย ปกติขายตัวละ 20 บาท โอ้ยไม่ไหว เย็บเป็นชั่วโมงทีเดียว ยอมแพ้ง่ะ