บทสะท้อน
ดอกมะลิแห่งนาหม่อมและวิถีแพทย์พยาบาล
ผมได้ไปเยี่ยม รพ.นาหม่อม เจอคุณหมอสุธาทิพย์ คุณภัณฑิรา คุณพรรณภัทร และทีมงาน รวมทั้งคุณจงรัก คนขับรถของ รพ.ที่เป็นคนออกความเห็นและอาสาลงมือตัดต้นไม้ถางหญ้าแต่งลานบ้านให้คุณมะลิ พูดคุยสนทนากันครึ่งวัน
เป็นครึ่งวันที่มีความหมาย และมีความสุขมาก
เบื้องหลังเรื่องเล่าแต่ละเรื่อง แฝงไว้ด้วยพลัง ด้วยพลังงานและพลังใจอันบริสุทธิ์ การทำงานเพื่อช่วยคนอื่นจนถึงที่สุด อย่างที่ทีม รพ.นาหม่อมได้ทำกับคุณมะลิ เป็นเพียงหนึ่งเรื่องในงานประจำ และมีอีกหลายสิบ หลายร้อย หลายพัน ที่สมาชิกของทีม รพ.นาหม่อม เก็บเอาไว้ในความทรงจำ มิได้เอามาเผยแพร่
ผมเชื่อว่าทุกๆโรงพยาบาล หากมองหา ก็จะมีเรื่องทำนองเดียวกันอีกมากมายมหาศาล
เรื่องเล่าแบบนี้ ทำให้เรายิ่งมองเห็นได้ว่า อันคุณค่าแห่งโรงพยาบาล แห่งวิชาชีพแพทย์ พยาบาล แห่งปรัชญาอันมีชีิวิตเพื่อผู้อื่นนั้น จะเป็นการยากเพียงไร ที่จะนับ ที่จะคำนวณ ว่าเราได้ทำอะไรลงไป และเกิดอะไรขึ้นมาบ้าง ถ้าจะนับ กรณีคุณมะลิก็คงจะเป็น 1 ราย แต่ตัวเลข 1 รายนี้ก็คงจะไม่ justified สิ่งที่เกิดขึ้นกับทุกๆคนที่เกี่ยวข้อง
ตอนผมไปเยี่ยมบ้านคุณมะลิ ก็ได้เห็นลานบ้านอันสะอาดสะอ้าน ไม่มีหญ้ารกปรกพง อันเป็นผลงานของคุณจงรัก คนขับรถโรงพยาบาลนาหม่อมและทีม HHC คุณมะลินั่งห้อยขาอยู่ที่หน้าประตูบ้าน โบกมือทักทายทีมเราอย่างดีอกดีใจ
"คุณครูมาแล้วๆ" มะลิเรียกหา
มะลิอยู่บ้านคนเดียว สามีไปทำงาน น้องสมบูรณ์ก็ไปเรียนหนังสือ หมอสุธาทิพย์เล่าให้ฟังว่าได้นำเอาเรื่องราวของคุณมะลิไปเล่าให้นายอำเภอฟัง ให้ผู้ใหญ่บ้านฟัง พอใครๆได้ยินเรื่องราว ก็พยายามจะช่วยกัน จะหาทุนการศึกษาให้น้องสมบูรณ์ เพราะน้องสมบูรณ์เป็นเด็กน่ารัก มะลิบอกว่าขอให้น้องเป็นคนดีก็พอ พอเราถามว่าจะให้น้องเป็นอะไรในอนาคต มะลิก็ตอบว่า "เป็นอะไรก็ได้ น้องเป็นคนดีีี" ฟังแล้วช่างอบอุ่นใจ และภาคภูมิใจในความเป็นแม่ นั่นน่ะสิ สำหรับแม่จะต้องการอะไรอีก เมื่อพบว่าลูกเป็นคนดี มีความกตัญญูกตเวที เด็กอย่างนี้ ทำอะไรก็ตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้ มะลิพร่ำบอกว่าเธอดีใจแค่ไหน ภาคภูมิใจแค่ไหนที่ได้เห็นทีมคุณครูมาเยี่ยมเธอ
ในการเรียนรู้ชีวิต บทเรียนจริงมีค่า มีความหมายมากกว่าทฤษฎี สมมติฐาน อย่างมากมายมหาศาล ยกตัวอย่างน้องสมบูรณ์ จะมีใครเข้าใจ หรือให้นิยามคำเมตตา กรุณา กตัญญู ได้อีกไหม ทั้งหมดออกมาเป็นเชิงปฏิบัติ จับต้องได้ แต่ต้องจับต้องหรือสัมผัสด้วยหัวใจ ไม่ใช่การนับ การคำนวณ
รพ.นาหม่อมมีหมอแค่ 2 คน ทั้งๆที่มี 3 ตำแหน่ง แต่ด้วยภาระงานขนาดนี้ หมอสุธาทิพย์และทีม ก็ทำงานอย่างยิ้มแย้ม มีกำลัง ขณะที่คุยเรื่องคุณมะลิ หมอสุธาทิพย์ก็ยังฉวยโอกาสพูดคุยกับ อสม. กับอำเภอ ว่าจะนัดประชุมกันเรื่องระบบการกำจัดขยะในอำเภอนาหม่อมกันอย่างไรดี เพราะอยู่นอกเขตเทศบาล ชาวบ้านเผาขยะกันเอง และหลายคนก็เป็นหอบหืด เป็นโรคปอด
ผมเคยอ่านเจอประโยคประโยคหนึ่งว่า "Once we have found our dream work, then we will never have to work again. Just live." เมื่อเราสามารถค้นพบงานเพื่อชีวิตที่มีความหมายอย่างแท้จริงของเราเมื่อไร หลังจากนั้น ก็จะเสมือนกับว่าเราไม่ต้องทำงานอีกต่อไป เพียงแค่ "ใช้ชีวิต" เท่านั้น เพราะงาน และชีวิตเรา ได้บูรณาการเป็นหนึ่งเดียว เหมือนกับการหายใจ เดินไปมา กิน ทำงาน เราจะไม่ทุกข์กับงาน เพราะเรามีแต่ขอบคุณที่เรามีชีวิต เราจะไม่ขึ้งเครียดเกลียดผู้ร่วมงาน นาย ลูกน้อง คนไข้ เพราะทั้งหมดอยู่ในนิเวศชีวิตของเรา เราจะไม่รู้สึกเดือดร้อนเมื่ออยู่เวรแล้วถูกตามมาดูคนไข้ เพราะนี่เป็นส่วนหนึ่งของ package
ถึงเวลานี้ เราก็สามารถบอกกับตัวเองได้ว่า เราได้ประจักษ์อีกเหตุผลหนึ่งที่เราพึงภาคภูมิใจในวิชาชีพของเรา ในคนรอบๆข้างของเรา และความน่ารักของมนุษย์ถึงแม้ว่าบางทีจะแฝงอยู่ในโรคภัยไข้เจ็บก็ตาม
ขอบคุณที่เปิดโอกาสให้ได้อ่านเรื่องเล่าดีๆ จากอาจารย์ค่ะ
สวัสดีค่ะ อาจารย์
คุณพอลลาครับ
ขอบคุณครับ ยินดีครับ อยากฟังเรื่องอื่นๆของคนอื่นๆมั่งน่ะครับ
คุณ padaeng ครับ
ยินดีครับ ต้องขอบคุณคนนาหม่อมที่แสดงให้เห็นว่าชุมชนเข้มแข็งในทางปฏิบัติเป็นยังไงน่ะครับ รู้สึกไหมครับว่า ชุมชนแบบนี้เราอยากจะเกิดทุกที่ไป และน่าสงสัยว่าทำไมบางที่จึงยังไม่เกิด เพราะอะไร?
คุณหมอส่วนใหญ่ เท่าที่พบ ก็เป็นแบบนี้ค่ะ
"Once we have found our dream work, then we will never have to work again. Just live."
สวัสดีครับคุณ sasinanda
ผมหวังว่าคุณ sasinanda ก็ได้พบ dream work แล้วเหมือนกันนะครับ
หวัดดีค่ะ อาจารย์ พอลล่าเล่าไว้ในเรืองเล่าของพอลล่า ก็มีบ้างค่ะ ในบล็อกเรื่องเล่าของพอลล่า ค่ะ
คุณพอลล่าครับ
ยินดีครับ ช่วยกันคนละไม้ คนละสองมือ