คลังเผยนโยบายพักหนี้เกษตรกรยุค "สมัคร" ต้องตั้งงบฯ ชดเชย 3 ปี 1.08 หมื่นล้านบาท แหล่งข่าวกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ได้ประเมินตัวเลขเงินชดเชยที่รัฐบาล จะต้องจัดสรรงบประมาณดำเนินงานในโครงการพักชำระหนี้และลดภาระหนี้ให้เกษตรกรรายย่อย ซึ่งมีมูลหนี้ไม่ต่ ากว่า 1 แสนบาทต่อราย มีจ านวน 2.1 ล้านรายนั้นรัฐบาลจะต้องจัดงบประมาณเพื่อชดเชย การด าเนินงานของธนาคาร คิดเป็นวงเงินปีละ 3.6 พันล้านบาท วงเงินชดเชยดังกล่าวนั้น เป็นการชดเชยลูกหนี้ที่มีปัญหาหนี้ค้างชำระหนี้ 3.3 แสนรายเศษ คิดเป็น 15% ของลูกหนี้รายย่อย มูลหนี้คงค้างกว่า 1.79 หมื่นล้านบาท ซึ่งรัฐบาลจะต้องรับภาระจ่ายดอกเบี้ยทั้งหมดในเวลา 3 ปี คิดเป็นภาระที่รัฐบาลจะต้องชดเชยทั้งสิ้นปีละ 800-900 ล้านบาท ขณะที่ลูกหนี้ที่ดี ไม่มีปัญหาเรื่องการชำระหนี้ส่วนที่เหลือ 1.7 ล้านราย คิดเป็น 85% ของลูกหนี้ทั้งหมด มีมูลหนี้คงค้าง 8.5 หมื่นล้านบาทนั้น หากรัฐบาลต้องการท ามาตรการช่วยเหลือกลุ่มลูกหนี้ด้วยการลดดอกเบี้ยให้อีก 3% จากดอกเบี้ยที่ลูกค้าชำระตามปกติ รัฐบาลจะต้องตั้งงบประมาณเพื่อชดเชยภาระดอกเบี้ยแทนเกษตรกรทั้งสิ้นปีละ 2.7 พันล้านบาท "เมื่อรวมทั้งสองแนวทางจะท าให้รัฐบาลต้องทยอยตั้งงบประมาณชดเชยโครงการพักชำระหนี้และลดภาระหนี้ให้เกษตรกร 3 ปี ตกประมาณ 1.08 หมื่นล้านบาท" แหล่งข่าวเปิดเผย ทั้งนี้ อัตราดังกล่าวถือว่าเป็นอัตราที่ต่ ากว่าการท าโครงการพักช าระหนี้และลดภาระหนี้รอบแรกในปี 2544 ขณะนั้นรัฐตั้งงบเพื่อชดเชยเฉลี่ยปีละ 6 พันล้านบาท รวม 3 ปี รัฐบาลต้องตั้งงบประมาณชดเชยทั้งสิ้นรวม 1.8 หมื่นล้านบาท อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะช่วยเหลือเกษตรกรรายย่อยทั้งหมด หรือเลือกช่วยเฉพาะคนที่มีปัญหาเพื่อมิให้มีภาระชดเชยมากเกินไป จนเป็นภาระต่องบประมาณ
โพสต์ทูเดย์ 25 ก.พ. 51