
มองรถบนถนนที่กรุงเทพ เลยตั้งคำถามตัวเองว่ารถมีดีอยู่ตรงไหน จะว่าสีก็ไม่ใช่ จะว่ายี่ห้อก็ไม่เชิง หรือเลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวาได้ แต่ช่างเถอะผู้เขียนเชื่อว่าหลายคนที่ขับรถคงชอบสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือความเร็ว ความเร็วคือความดีของรถที่สำคัญประการหนึ่งที่ไม่อาจปฏิเสธได้ เพราะเราสามารถเร่งความเร็วได้ตามปารถนา ยิ่งเวลาเร่งด่วนบางทีเราก้ยอมเสียเงินค่าทางด่วนเพื่อไปเร็วๆให้ถึงจุดหมายที่เราต้องการแล้วเราก็รู้สึกพึงพอใจในการเดิน นี้คือความดีของรถที่เราพอจะมองเห็นได้ง่ายๆ แต่ใครจะคิดอย่างไรก็คงไม่มีใครผิดทั้งหมดและก็ไม่ถูกทั้งหมดอีกเช่นกันเพราะจะว่าไปแล้วถ้าความเร็วนั้นคือความดีของรถ ถ้าต่างฝ่ายต่างเร็วและหยุดไม่ได้อันตรายก็คงจะเกิดขึ้นเหมือนที่เป็นข่าว การหยุดได้ก็เป็นความดีของรถอีกประการหนึ่ง รถที่วิ่งเร็วก็ต้องมีการห้ามล้อที่ดี อยากเร่งเมื่อใดก็ได้ อยากหยุดเมื่อใดก็ทำได้ทันที อย่างนี้จึงจะดีครบเครื่อง ถ้าดีแต่วิ่งเร็วเท่านั้นแต่หยุดไม่ได้ รถก็คงพาคนขับไปไหนต่อไหนลงคลองหรือชนต้นไม้เสาไฟฟ้าตายกันเป็นเบือ
คิดถึงรถแล้วก็คิดถึงคนเราบ้าง คนเราก็คล้ายรถบางคนเก่งสารพัดเก่งเช่นทำงานเก่ง พูดเก่ง แต่บางคราวก็หยุดอารมณ์ไว้ไม่อยู่ไม่รู้จักหยุดตัวเองจากอารมณ์หุนหันพลันแล่น คนเราถ้าเก่งแค่งานแค่พูดเท่านี้คงไม่พอเป็นแน่ ถ้าเราหยุดในเวลาที่ควรหยุดไม่เป็นก็คงเหมือนรถเบรกแตก....
การเรียนเก่งนั้นบางทีไม่ยากนักเพียงแต่เราขยันศึกษาเล่าเรียนฟังให้มาก ค้นคว้าให้มาก อ่านแล้วฟังแล้วนำมาไตร่ตรองเร่องใดไม่แจ่มแจ้งก็ซักถามครูอาจารย์จดบันทึกกันลืม เท่านี้คำว่าความรู้อาจเรียนทันกันหมดก็อาจเป็นจริงใครๆก็ทำได้ แต่การรู้แล้วทุกอย่างแต่ไม่รู้ดีรู้ชั่วไม่รู้ถุกรู้ผิดหรือรู้ผิดแต่ไม่ยอมหยุดก็ทำให้คนเราไร้ค่า การหยุดทำชั่วได้มากหรือน้อยนี่แหละเป็นสิ่งที่คนเราต้องฝึกกัน เป็นมาตรฐานวัดกึ๋นของคนที่แท้จริง หลายคนที่รู้อะไรมากมายแต่ไม่รู้จักหยุดเมื่อถึงคราวหยุดก็มีให้เราเห็นมากมายเช่น การพนันบอลฯเป็นสิ่งไม่ดีเล่นมากก็ลำบากภายหลังแม้จบการศึกษาระดับปริญญาแต่ก็ยังใจอดเล่นไม่ได้ สุราหรือบุหรี่ให้โทษแก่ร่างกายเราๆรู้แต่ก็อดกินอดสูบไม่ได้ การอิจฉาริษยาเป็นสิ่งไม่ดีแต่ก็ยังอิจฉาตาร้อนกันทั้งทีมีความรู้ท่วมหัว บางทีคนหนึ่งจะทำงานอีกคนก็ขัดขาซะแล้ว ประชาชนต้องมาก่อนนักการเมืองเคยหาเสียงแต่พอได้เป้นผู้แทนก็หาทางเราต้องเอาก่อนก็เกิดแทนแล้วก็ลืมสิ้นเหมือนคนไม่มีสมองเมื่อไม่ได้ บางคนเป็นผู้นำแล้วก็ลืมสิ่งที่ควรทำกลับเอาชีวิตไปจมอยู่กับเรื่องที่ผ่านมาซึ่งไม่อยู่ในนโยบายหรือในอุดมการ นี่แหละเขาว่ารู้มากมาแต่ไม่รู้จักหยุดอิจฉาตาร้อนยากที่จะทำให้ชีวิตสงบสุขได้ เรามาร่วมด้วยช่วยกันหยุดความเลวเหมือนรถที่ถึงเวลาหยุดแล้วหยุดกันเถอะแล้วเราจะพบกับสุขที่คนไม่เคยหยุดหาไม่พบ เมื่อไหร่ที่เราหยุดอารมณ์โกรธวู่วามความอิจฉาได้เป็น เมื่อนั้นเราจะพบกับความสุขร่มเย็นที่เหนือคำอธิบายใดๆและไม่มีอักษรในภาษาไทยมาบรรยายได้เพียงพอ
สวัสดีครับ ท่านอาจารย์ ขออนุญาต ลปรร ด้วยครับ
จากประสบการณ์จริง ผมเองบางครั้งก็มีความทะยานอยากครับ อยากดี อยากเด่น อยากมีผลงาน
ความอยากดังกล่าว มันทำให้จิตใจไม่มีความสุขเลยครับ ประเภทเห็นใครดีกว่าไม่ได้ ขอบตาจะร้อน อะไรประมาณนั้น
แต่ว่าถ้าลองทำใจให้นิ่งๆ ลองหยุดคิด มองตัวของตัวเอง คิดว่าที่ตัวเองเป็นอยู่ในปัจจุบันนี่แหละ ดีที่สุดแล้ว
มันก็นิ่งไปได้ครับ
แต่พอเผลอใจเมื่อไร มันก็จะฟุ้งขึ้นมาอีก จะมีอาการดังนี้ครับ
"เผลอใจใฝ่ปอง จึงหมองหม่น เสียดายที่เกิดมาจน"
ขอบคุณครับ
สวัสดีค่ะ อาจารย์ โกศล คงสมปราชญ์
สวัสดีครับอาจารย์โกศล
ไม่ค่อยได้เจอกันเลยนะครับหมู่นี้ แต่เจอบันทึกก็เฉียบขาดทุกที คนเราไม่รู้จักหยุดเพราะเขาไม่รู้จักคำว่าพอดี ถ้ารู้จักคำว่าพอดีมันก็จะไม่เกิดปัญหา
สวัสดีครับ
small man
สวัสดีครับ
หญ้าบัว
สวัสดีครับ
อัยการชาวเกาะ
สวัสดีครับครู
RAK-NA