"สวัสดิการ" เป็นสิ่งที่เกิดจาก "ความรัก" ที่มีให้กัน และก่อให้เกิดสิ่งต่างๆ เพื่อสนับสนุนให้ชีวิตของตัวเราเองและคนที่เรารักมีความสุข ในการดำเนินบนโลกใบนี้ !!

ใช้เวลาหลายเดือนพอสมควร ที่ค่อยๆ ติดตามเรียนรู้เรื่องราว และองค์ความรู้เกี่ยวกับเรื่อง "สวัสดิการชุมชน" จากบันทึกประสบการณ์ต่างๆ มากมายใน gotoknow และได้พลอยตื่นเต้นติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะเป็นสิ่งที่เป็นเป้าหมายของการทำงานชุมชนที่เราเองก็มองเห็นภาพนั้นด้วย แม้จะไม่รู้อีกนานเท่าไรสำหรับการเดินทางสู่เป้าหมายนั้นบ้าง...

ตลอดเวลาของการเรียนรู้ ได้นำกลับมาไตร่ตรองกับสิ่งที่เป็นไปในพื้นที่ โดยเฉพาะกับประสบการณ์ของตรงนี้ที่คนเก่าๆ ได้เริ่มต้นปลูกรากไว้นานพอสมควรแล้ว เรารุ่นใหม่ก็พยายามเรียนรู้ และสานต่อ พร้อมทั้งหาเครื่องมือที่มีประสิทธิผลในยุคสมัยปัจจุบันนี้

หลายครั้งเมื่อกล่าวถึงงานที่ทำมาแล้ว และอยากจะทำ ก็ได้รับคำชี้แนะ แนะนำ และให้กำลังใจจากหลายท่าน โดยเฉพาะ อ.ปัทมาวดี ที่มักจะบอกว่า นั่นก็คือ "สวัสดิการชุมชน" ด้วยเหมือนกัน ทำให้เราค่อยๆ เรียนรู้ความหมายของคำนี้ ที่ครอบคลุมกว้างขวางมาก..

สุดท้าย เมื่อได้อ่านบันทึกของคุณ violet หรือคุณรัช ในบันทึก "มาตรวจสอบความหมาย..สวัสดิการ..ของคนทำงานเกาะติดชุมชน" ที่ได้บันทึกกระบวนการที่ อ.ตุ้ม (อ.ทิพวัลย์ ม.เกษตร) ใช้ในการอบรม พร้อมแจกแจงรายละเอียดของสวัสดิการ ทั้ง ๙ อย่าง (แม้จะได้ยินบ่อยๆ ถึงสวัสดิการชุมชนทั้ง ๙ ที่ครอบคลุมทั้งชีวิต แต่เพิ่งได้ถึงบางอ้อว่า ทั้ง ๙ นี้คืออะไรบ้าง??)

จึงได้พลอยมองย้อนกลับมา และได้เห็นว่า แท้จริงแล้วสิ่งทั้งหมดที่เราทำกันอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เริ่มต้นถึงปัจจุบัน ก็คือสิ่งเดียวกับที่คนในแวดวงเรียกกันว่า "สวัสดิการ" นั่นเอง!!

เริ่มจากการรู้จัก "คน" และเห็นความทุกข์ยากเดือดร้อนต่างๆ ในชีวิต และได้ค่อยๆ หารือกัน ร่วมมือกัน แก้ปัญหาต่างๆ ที่ประสบในชีวิตภายนอก นับตั้งแต่ ไม่มีข้าวกิน ไม่มีเงินซื้อที่ดินที่ทำกินและลงหลักปักฐาน ก็ได้มีโครงการธนาคารข้าว ทุ่งนารวม หรือกองทุนพัฒนาต่างๆ ที่ร่วมกันกับชาวบ้านเมื่อเกือบ ๒๐ ปีก่อน  http://gotoknow.org/blog/pilgrim/98787

หรือเมื่อมีปัญหาด้านสุขภาพ ก็ช่วยกันเบื้องต้นทั้งเฉพาะหน้าพาไปโรงพยาบาล และระยะยาวที่สร้างกองทุนสุขภาพชุมชน รวมทั้งงานให้ความช่วยเหลือต่อเนื่องในการทำกายภาพเด็กพิการ เตรียมคลอด หรือการให้ความรู้เพื่อป้องกันโรคเอดส์ เป็นต้น

งานด้านการศึกษา ทั้งในระบบสำหรับเด็กและเยาวชน หรือการจัดอบรมเรียนรู้สำหรับผู้นำชาวบ้านหรือเยาวชน ให้ตระหนักในประเด็นต่างๆ เช่น ปัญหาสังคมในเมืองและบนดอย หรือการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะการทำมาหากิน อาทิ ด้านการเกษตร หรือฝึกอาชีพ เพื่อให้ครอบครัวมีงานทำจะได้อยู่ด้วยกันในพื้นที่ เป็นต้น

งานด้านสืบสานคุณค่าประเพณีวัฒนธรรมต่างๆ ทั้งในชีวิตประจำวัน และในงานประเพณีประจำปี

งานด้านสิทธิมนุษยชน หรือการระงับข้อพิพาท คดีความต่างๆ เพื่อก่อให้เกิดความยุติธรรมและสันติสำหรับบุคคลและชุมชน

แม้กระทั่งงานด้านจิตใจ เพื่อให้คนมีที่ยึดเหนี่ยวท่ามกลางสภาพปัญหาชุมชนและสังคมปัจจุบัน

เลยได้พลันเข้าใจความหมายของสวัสดิการเอาเองว่า คือสิ่งต่างๆ ที่เกิดจากความสัมพันธ์ของคนต่อคน ชีวิตต่อชีวิต ..เป็นสิ่งที่เกิดจาก "ความรัก" ที่มีให้กัน และก่อให้เกิดสิ่งต่างๆ เพื่อสนับสนุนให้ชีวิตของตัวเราเองและคนที่เรารักมีความสุข ในการดำเนินบนโลกใบนี้ !!