สถาบันอุดมศึกษา วิทยาลัย มหาวิทยาลัย ประเทศไทย วิกฤต ครู อาจารย์

เมื่อตัวจริงลงสนามการศึกษา ในที่นี้ตัวจริงคือซีพี ผู้ประกอบการที่อยู่ธุรกิจไทยแถบทุกส่วน วันนี้ซีพี
สถาบันเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์ (PIT) ซึ่งเป็นสถาบันอุดมศึกษาที่ให้การเรียนรู้ควบคู่
ไปกับทักษะการฝึกงานภายในร้าน ขึ้นเมื่อปี 2548 และในปีถัดมาได้เปิดศูนย์การศึกษาปัญญาภิวัฒน์ขึ้นอีก 20 แห่ง
 ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด 

เมื่อซีพี ลงทุนทางด้านทรัพยากรบุคคลขนาดนี้ เหล่าสถาบันการศึกษาที่เป็นสถาบันอุดมศึกษาคงจะร้อน ๆ หนาว ๆ
เพราะว่า ซีพีมีทั้งทุน มีทั้งทรัพยากร และเครือข่ายทางธุรกิจ เช่นเดียวกับสถานบันเทคโนโลยี ไทย ญี่ปุ่น เป็นที่รู้กันดีว่า
จัดตั้งขึ้นเพื่อผลิตทรัพยากรบุคคลสนับสนุน อุตสาหกรรมรถยนต์เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งมีทั้งทุนและเครือข่ายทางธุรกิจเช่นเดียว
กับซีพี

การแข่งขันนี้ มีผลกระทบโดยตรงในระยะเวลา 5 ปีจากนี้ไป แน่นอน หากสถาบันอุดมศึกษา  วิทยาลัย มหาวิทยาลัย ไม่ร่วมกับภาคธุรกิจ
เพื่อผลิตคนตามที่ภาคธุรกิจต้องการ ถ้าสถาบันอุดมศึกษา  วิทยาลัย มหาวิทยาลัย จะอยู่รอดต้องปรับปรุงหลักสูตรให้สอดคล้องกับภาค
ธุรกิจ เพื่อให้นักศึกษาเห็นทั้งภาควิชาการ และภาคปฏิบัติไปพร้อม ๆ กัน ๆ ไม่อย่างนั้น สถาบันอุดมศึกษา  วิทยาลัย มหาวิทยาลัย
แม้ว่าจะเปิดมานาน อาจจะต้องปิดตัวไป เนื่องจากผลิตทรัพยากรบุคคลไม่ตรงความต้องการของตลาด เพราะนักศึกษาในอนาคตจะ
พิจารณาว่าจะเรียนอะไร เรียนแล้วมีงานทำหรือไม่  มีบริษัทรองรับเลยรึเปล่า   ที่บอกอย่างนี้เพราะว่า แนวโน้มอัตราค่าของชีพจะสูงขึ้น
ไปเรื่อย ๆ การลงทุนทางด้านการศึกษาต้องพิจารณาด้วยเหตุด้วยผล ให้คุ้มค่าต่อการลงทุน เพราะการศึกษาคือ อนาคต ไม่ใช่ย่ำอยู่กับที่
แล้วได้ใบอะไรมาสักใบหนึ่ง (เป็นค่านิยมผิด ๆ ที่การศึกษาไทยต้องแก้ไขให้รู้จริง ปฏิบัติจริง ในการทำงาน)

โลกเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา โปรดเห็นแก่ประเทศชาติ อย่าเห็นแก่เงินรายได้นักศึกษาที่ได้จากยอดคนเข้าศึกษา แล้วละทิ้งคุณภาพ
ประเทศไทยจะไม่เหลืออะไร

อ้างอิง
http://www.tpa.or.th/tni/
http://www.bangkokbiznews.com/2008/02/23/WW71_7104_news.php?newsid=229847
http://www.pit.ac.th/