เอกสารประกอบพิธีเปิดอบรมเกษตรกร รุ่นที่ 2 กลุ่มคอนโดโคหนองแคน

"..วันนี้เป็นการชุมนุมนายฮ้อยอีสานแถบทุ่งกุลาร้องไห้อีกครั้งหนึ่ง เป็นความตั้งใจร่วมกันในการที่จะเอาโอกาศที่โครงการฝึกอบรมเศรษฐกิจพอเพียงให้มานี้ มาศึกษาหาวิธียกระดับการงานอาชีพด้านการเลี้ยงปศุสัตว์ให้ดีขึ้น ..พวกเรารวมตัวกันอยู่แล้ว  ในช่วง5วันนี้  ลองมารวมความคิด รวมใจกันแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องการเลี้ยงโคให้ได้ข้อสรุปที่ดี ..คนทำดี มีเทวดามองเห็น วันนี้เทวดาจากสำนักภูดินแดงแห่งเมืองหมอแคน ส่งนักวิชาการที่มีความเชี่ยวชาญเรื่องปศุสัตว์ ท่านอาจารย์ภาวิดี ภักดี รศ.ฉลอง วชิราภากร และนักศึกษาป.เอก จะช่วยคลี่ความกระจ่างให้ท่านได้ทุกแง่มุม ขอให้ตั้งใจซักถามเอาวิชา ออกมาเรียนให้ได้มากที่สุด ..เพื่อเปลี่ยนโคพันธุ์หนังหุ้มกระดูก ให้เป็นโคเนื้อตัวอ้วนท้วนลงพุง ขายได้ราคาดี

นายฮ้อยยุคก่อนมีเกียรติมีศักดิ์ศรี ได้การยอมรับความเป็นผู้นำ เพราะเป็นคนมีศักยภาพ หูตากว้างไกล เดินทางไปค้าต่างแดน สัมผัสกับวิชาความรู้ มีการเรียนรู้และพัฒนาตนเองจนเป็นที่ยอมรับ มาถึงในยุคพวกเรา ต้องเอาแบบอย่างรุ่นพี่ คิดดี ทำดี มีผู้มาให้ความรู้ถึงที่ ขอให้ตั้งใจศึกษาหาประสบการณ์ งานนี้นอกจากจะพบนักวิชาการด้านปศุสัตว์แล้ว เรายังเชิญหลวงพ่อไหล อาจารย์ปลาบู่ อาจารย์สมพิศ ไม้เรียง  จากกรมวิชาการ อาจารย์ประภาวัลย์  พิณราช จากวิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร แห่งสุพรรณบุรี และทีมเก็บข้อมูลสถาบันพระปกเกล้า จะลงมาพบปะพวกเราในวันท้ายๆ  ขอให้ทำตัวทำใจให้พร้อม อย่าทำเล่นๆมันจะเป็นบาปติดตัว

นายฮ้อยก็เป็นไม่ได้ จะเป็นได้แค่นายเหี่ยว .. 

ทุกคำพูด ทุกความเห็น สิ่งที่ท่านทั้งหลายช่วยกันสะท้อนความเป็นไป เนื้อหาเหล่านี้จะไปปรากฎอยู่ในเอกสาร ที่ทางคนแซ่เฮจะรวบรวมพิมพ์เป็นตำรา..ว่าด้วยตำนานโคอีสาน

งานนี้มีพี่เลี้ยงประจำกลุ่ม มีอะไรปรึกษาได้ 24ชั่วโมง หวังว่าเราคงช่วยกันทำหน้าที่เติมความรู้ให้แก่ตัวเองอย่างคนมีความรับผิดชอบ ขอให้มีความสุขในการเรียนรู้ที่นี่ เราต้อนรับท่านอย่างญาติอยู่แล้ว สงสัยอะไรขอให้บอก

---------------------------------------------------------------------------------------------------

ส่งเสริมทีไรหงายท้องทุกที ตั้งแต่ตัวกระเปี๊ยก ครูสอนว่า ภาคเหนือทำการป่าไม้ ภาคใต้ทำเหมืองแร่ดีบุกและยางพารา ภาคกลางทำการค้าและทำนา ภาคอีสานเหมาะการทำปศุสัตว์ นี่คือแผนพัฒนาก่อนที่จะมีสภาพัฒนาเศรษฐกิจสังคมแห่งชาติ เป็นการมองจุดเด่นโดยรวมว่าแต่ละภูมิภาคดำเนินกิจการหลักในเรื่องใด ตั้งแต่สมัยผู้ใหญ่ลีแกไปปล่อยไก่เรื่องหมาน้อยธรรมดา เมื่อวานนี้ก็มีการประชุมแผนงานวิจัยแห่งชาติที่ขอนแก่น กลุ่มงานวิจัยและพัฒนาอีสานจะหันหางเสือไปด้านใด .บัวปริ่มน้ำ กับ เล่าฮูแสวง ร่วมกำกับรายการ คิดว่าไม่นานท่านคงจะมาเล่าให้เราได้เฮ

มรดกคนอีสาน วัวควายกับคนอีสานผูกพันกันมานาน ถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญ เป็นระบบออมสินที่ชาวบ้านคิดกันขึ้นมา เรื่องวัวควายช่วยแก้วิกฤตให้ครัวเรือนอีสานรอดตายนั้นมากมายเกินจะนำมาเล่าเรียง หลายคนเป็นใหญ่เป็นโตทุกวันนี้ เพราะได้วัวควายเสียสละชีวิตส่งเขาเรียน ถึงยังงั้นก็เถอะ เรียนจบมาแล้วก็ไม่ได้รู้สึกถึงบุญคุณวัวควาย ..ภาษานายฮ้อยอีสานเรียกว่า.."พวกวัวลืมตีน"  

ควายหายไปเป็นลูกชิ้น ถ้าพูดถึงอาชีพปศุสัตว์ในปัจจุบันพัฒนาไปไกล ที่อีสานมีฟาร์มเลี้ยงไก่และสุกรขนาดใหญ่ติดอันดับโลก ส่วนการเลี้ยงโคกระบือยังไปไม่ถึงไหน เมื่อไก่กับหมูเป็นโปรตีนหลัก ประจวบกับมีเทคโนโลยีใหม่ที่ดูดีและสะดวกเข้ามาใช้แทนแรงงานสัตว์ ควายเปลี่ยนไปเป็นลูกชิ้นจนหมดทุ่ง ส่วนการเลี้ยงโคก็ยังพอมีบ้าง ตามกลุ่มที่ขัดสนอาชีพทนเลือกทำ เพราะการเลี้ยงโคคิดว่าดีตรงที่ไม่ต้องควักกระเป๋าซื้ออาหารสัตว์มาเลี้ยง จึงเป็นทางเลือกสุดท้ายที่พอเห็นเป็นกระสายยาในบางหมู่บ้าน

"รู้ว่าเขาหลอกแต่เต็มใจให้หลอก" ราชการที่เกี่ยวข้องนำเทคโนโลยีมาส่งเสริม เช่นการปรับปรุงพันธุ์ การพัฒนาอาหารสัตว์ การพัฒนาวิธีเลี้ยง เปลี่ยนจากการต้อนวัวไปหาหญ้า ก็ปลูกหญ้าแล้วตัดไปให้วัวกินที่คอก มีพวกหา18มงกุฎเรียกพี่ มาหลอกให้เลี้ยงโคพวกหูยาว ปั่นราคาเป็นแสนเป็นล้าน ลวงกันไปลวงกันมาจนถึงจุดจนแต้ม ต่อให้วัวหูยาวเป็นเมตรมันก็ขายไม่ออก เจ๊งกันหงายท้องไม่เป็นท่า แต่เผลอเมื่อไหร่ก็มาหลอกหลอนอีก เพราะคนอีสานเป็นประเภท "รู้ว่าเขาหลอกก็เต็มใจให้หลอก" พวกนี้มียีนDNA.ผีหลอกอยู่ในตัว  

โคอีสานเขียว ผมเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ในฐานะตัวเต้นแห่งชาติ ถ้าจำได้ สักยี่สิบกว่าปีมาแล้ว เกิดกรณีโคอีสานเขียว มีงบประมาณเร่งรัดพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ให้แต่ละจังหวัดส่งโครงการพัฒนาอาชีพเข้าไป ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดบอกให้ผมทำโครงการเสนอจังหวัด ชาวบ้านเขาอยากจะเลี้ยงโคกันจึงเสนอเรื่องการเลี้ยงโคเนื้อเพื่อการขยายพันธุ์และปรับปรุงพันธุ์ แต่โครงการนี้ไปเล่นตลกในชั้นแปรงบประมาณ เปลี่ยนไปให้ชาวบ้านเลี้ยงขุนวัวนมตัวผู้ ผมจึงคืนงบประมาณ3ล้านบาท เพราะไม่ตรงใจโก๋นะสิครับ

ตำนานวัวพลาสติก เรื่องไม่จบครับ สมัยพ่อใหญ่จิ๋วเป็นนายกของคนอีสาน ได้รื้อฟื้นโครงการวัวอีสานเขียว คราวนี้คิดตามรอยเดิมที่เราเสนอไว้ คือการส่งเสริมเลี้ยงโคเนื้อ แต่พวกเขียนแผนการส่งเสริมภายใต้กรอบอะไรก็ไม่ทราบได้ ไปสั่งวัวจากออสเตรเลียมาให้ตาสีตาสาเลี้ยง เมื่อมันไม่เข้ากับสภาพพื้นที่สภาพคน เรื่องก็อลเวง ชาวบ้านที่ร่วมโครงการหลายจังหวัดวิ่งหน้าเริดมาหา ผมพยายามแก้ไขปัญหาสุดความสามารถ แต่ทำจนสุดวิสัยแล้ว ไม่มีการยอมรับอย่างตรงไปตรงมา ผมจึงชวนชาวบ้านเทโคพลาสติก ที่จังหวัดศรีสะเกษ และ จังหวัดมหาสารคาม เรื่องเทโคครั้งนั้นขายขี้หน้าไปทั่วโลก และเป็นตำนานเล่าขานกันมาเท่าทุกวันนี้  เมื่อ2ปีมานี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯชวนอธิบดีกรมปศุสัตว์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องยกโขยงมาหาที่มหาชีวาลัยอีสาน บอกว่าจะทำส่งเสริมอาชีพปศุสัตว์ ภายใต้โครงการโคล้านตัว

โครงการตัวเดียวอันเดียว ผมจัดประชุมสัมมนาให้..สรุปว่าเรื่องนี้ควรทำภายใต้การเรียนรู้ เอาเรื่องโคเป็นเครื่องมือในการพัฒนาเกษตรกรให้คิดและทำการเรียนรู้ เรียนให้รู้เรื่องที่ควรและไม่ควร ยกระดับความรู้ไปพร้อมกับระดับการงานอาชีพ แต่แล้วก็เข้าอีหรอบเดิม การส่งเสริมภายใต้วัฒนธรรมการเมือง โคล้านตัวพังไม่เป็นท่า กลายเป็น"โครงการตัวเดียวอันเดียว" ไปจนได้ อิอิ

ไม่รู้จะโดนแข้งวัวดีดอีกรึเปล่า วันนี้เราจะเปิดอบรมภายใต้โครงการเศรษฐกิจพอเพียง ให้กลุ่มชาวบ้านที่รวมตัวกันเลี้ยงโค เมื่อคราวนักศึกษาป.โท ภาควิชาสัตวศาสตร์มาคุยกันที่นี่ ผมพาอาจารย์แป๋วไปดูงาน เมื่อมีการอบรมให้กับกลุ่มนี้ ผศ.ดร.ภาวดี ภักดี จึงชวนผู้เชี่ยวชาญอาหารสัตว์และนักศึกษาป.เอก มาให้ความรู้เรื่องการทำอาหารข้นเสริมสุขภาพสัตว์ ก็ไม่ทราบว่าชาวบ้านกลุ่มนี้จะมีใจเรียนรู้สักเพียงไหน เพราะถูกล้างสมองจากการอบรมแบบเล่นๆหลอกๆ บังเอิญมียีนผีหลอกในตัว แต่ก็จะพยายาม ไม่รู้จะโดนแข้งวัวดีดอีกรึเปล่า

อยากรู้ก็ต้องติดตามด้วยความระทดระทวยใจ ต่อไป

อิ อิ.