สำหรับพื้นที่อื่นๆที่กำลังจะเข้าสู่การจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชน

พ่อหลวงพรมมินทร์ แห่งบ้านแม่กำปอง ยื่นโบชัวร์ให้ผมดู ผมรับมาอย่าง งงๆ เป็นโบชัวร์ภาษาอังกฤษที่โฆษณาการท่องเที่ยวที่ เรียกว่า adventure เห็นแล้วแปลกๆดีครับ

คนเรามีวิธีการหาความสนุกที่หลากหลาย อยู่บนดินก็อยากบินเหมือนนก เดินไปมาก็อยากโดดโลดเต้นเหมือนชะนีกลางไพร

โบชัวร์ที่ว่า เป็นการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ พ่อหลวงบอกผมแบบนั้น

มันใหม่ยังไงเหรอครับ ป้อหลวง??

"ก็คนห้อยโหนบนลวดสลิง เหมือนอีก่าง(ชะนี) โดดไปมาระหว่างต้นไม้นะสิครับ" ป้อหลวงบอกทันควัน

อืมม์..มันแปลกดีนะ!!!

เกมการท่องเที่ยวที่ทำขึ้นเพื่อสร้างกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวนี้ คือ " Flight of the Gibbon" ให้คนผูกลวดสลิงให้เซฟอย่างดี และปล่อยตัวโหน ห้อย ไปตามสลิง หยุดตามฐานต่างๆซึ่งทำเป็นห้างแคร่เล็กๆบนต้นไม้ เป็นจุดๆไป

ป้อหลวงบอก "มันม่วนดีแต้ๆหนา ผมเกยมาละ"  (มันสนุกดีจริงๆนะ ผมเคยมาแล้ว)

ท่าทางน่าสนุกแบบป้อหลวงว่าครับ ดูจากโบชัวร์แล้ว น่าจะถูกใจนักท่องเที่ยวที่ชอบผจญภัยและชอบอะไรที่หวาดเสียวเล็กๆ

แต่ผมชักเป็นห่วงเรื่องระบบนิเวศแถบนั้นจัง

ถามป้อหลวง และอ้ายอนันต์บอกว่า "มันบ่มีปัญหาเน้อครับ (ไม่มีปัญหาครับ)"

ด้วยพื้นที่แม่กำปองเป็นพื้นที่ป่าที่อุดมสมบูรณ์ นอกจากเป็นป่าที่เขียวชอุ่มตลอดปีแล้ว ยังเป็นที่อยู่ของสิงสาราสัตว์มากมาย การที่เราเข้าไปทำกิจกรรมท่องเที่ยวแบบนั้น อย่างน้อยสัตว์ต้องอพยพหนีไปแน่ๆ

ประเด็นนี้ที่ผมเขียนเพราะ เป็นห่วงเรื่องการจัดการทรัพยากรให้คงความสมดุล หากเราหวังผลทางธุรกิจแล้ว เราคงต้องยอมสูญเสียอีกอย่างเป็นเรื่องที่สมเหตุผล

ถามว่าชุมชนได้อะไรหรือไม่จากการประกอบธุรกิจแบบนี้??

ป้อหลวงและอ้ายอนันต์บอกผมว่า ชาวบ้านไปเป็นลูกจ้าง ในการรับนักท่องเที่ยว รวมถึงเป็นไกด์ชุมชนให้บริษัทนี้ 

รวมถึงพื้นที่ที่ถูกจัดการการท่องเที่ยวนี้เป็นของเอกชน หมายถึง เป็นพื้นที่ส่วนบุคคลย่อมทำกิจกรรมได้ทุกอย่างตามสิทธิครอบครอง

"สำหรับพื้นที่อื่นๆที่กำลังจะเข้าสู่การจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชน การบริหารจัดการเพื่อให้เกิดความสมดุล ชุมชนควรให้ความสำคัญกับการเข้ามาของทุนข้างนอกด้วย"

 

 

(บ้านแม่กำปอง กิ่ง อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่ ปัจจุบันมีชื่อเสียงทางด้าน การจัดการชุมชนโดยใช้การท่องเที่ยวโดยชุมชนเป็นประเด็นการพัฒนา และถือว่าเป็นโอท๊อปของชุมชนที่นี่ด้วย)