ดิฉันไม่ชอบตัวชี้วัด  แต่อยากให้มี

ดิฉันเป็นคน 2 ใจ แบบนี้เสมอแหละค่ะ

เหมือนตอนหมกมุ่นกับเรื่องประกันคุณภาพการศึกษา ก็ต้องวุ่นวายกับตัวชี้วัด

ทั้งที่วัดได้ (เป็นตัวเลข : จำนวน  สัดส่วน ร้อยละ ฯลฯ)

วัดไม่ได้แต่อุตสาห์หาวิธีวัด (แปลงเป็นตัวเลข เช่น ดี  พอใจ  เห็นด้วย ฯลฯ  : มากที่สุด ถึง น้อยที่สุด 1 2 3 4 5 ) และ

วัดได้แต่ไม่เป็นตัวเลขหรือแปลงเป็นตัวเลขได้ยาก (วัดด้วยญาณ เช่น ภาวะผู้นำ จิตสำนึก  วัฒนธรรม ค่านิยม ฯลฯ )

คือตอนเป็นคนมีส่วนที่ต้องรับผิดชอบผลผลิตในภาพรวม ก็อยากให้มี เพราะไม่งั้นก็ไม่อาจทราบได้ว่า คุณภาพ เป็นอย่างไร เป็นเท่าใด จะส่งเสริม พัฒนากันต่อไปอย่างไร

อุปมา เหมือนเป็นหมอรักษาโรค ถ้าไม่มีผลตรวจร่างกาย  ผลเลือด ผลปัสสาวะ หรือภาพถ่ายรังสี บางโรค ก็ไม่อาจทำนายและรักษาได้ถูก   

ตอนเป็นคนถูกวัด ก็มีความรู้สึกไม่อยากให้มีอยู่ด้วยเหมือนกัน  เพราะไม่แน่ใจในตัวชี้วัดบ้าง  ไม่แน่ใจในตัวคนวัดบ้าง  ต้องพยายามทำใจบ้าง (ทั้งดีใจเกินเหตุและเสียใจเกินเหตุ)

อุปมา เหมือนคนเป็นโรค บางครั้งก็ไม่อยากหาหมอ เพราะไม่มั่นใจในตัวหมอ ไม่มั่นใจในผลตรวจต่างๆว่าจะถูกต้อง  หรือเพราะกลัวว่าจะทำใจไม่ได้ ถ้ารู้ว่าเป็นโรคร้าย เป็นต้น

ในที่สุด ดิฉันก็เลือกว่า แม้ไม่ชอบตัวชี้วัดบางตัวแต่ก็อยากให้มีอยู่  มีไว้ดีกว่าไม่มี

เราต้องอาศัยตัวชี้วัดหลายๆ อย่าง ผนวกเข้าด้วยกัน จึงจะแปลความหมายได้ แม้แต่ละตัวจะมีประโยชน์ต่างแง่ต่างมุมกัน  หรือเมื่อพิจารณาโดดๆ อาจตีความถูกบ้างผิดบ้าง  แต่เมื่อมองให้เห็นเป็นภาพรวม  จะสามารถเข้าใจได้  อุปมาตาม " Link "

ภาพรวม  องค์รวม  คำๆ นี้มีความหมายมากนัก และเพื่อใช้แนวคิดนี้ให้ได้เต็มประสิทธิภาพ  ดิฉันคิดว่าอาจต้องใช้ร่วมกับแนวคิดเรื่อง การไม่ยึดถือ เพราะเมื่อใดก็ตามที่ปรากฎเป็นภาพ มักทำให้เรายึดถือ  หากทำได้ว่า  สักแต่ว่ารู้ สักแต่ว่าเห็น  ว่าดี ว่างาม ว่าขี้เหร่ ว่าไม่เท่  ก็จะไม่หลงภูมิใจ  ทรมานใจ  หมดกำลังใจ อย่างที่อาย อย่างที่กลัว 

แค่คิดว่านะค่ะ ทำได้หรือไม่ได้อีกเรื่องหนึ่งค่ะ