"งานนี้ทำ3อย่างควบคู่กันไป คือ อบรมชาวบ้านไปพร้อมๆกับการสร้างวิศวกรสังคมระดับชุมชน และ ถอดสาระการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ มาเป็นตำราพัฒนาชนบท ที่เขียนด้วยลายแทงและไตล์ชาวบ้าน"
---------------------------------------------------------------------------------------------------
"ยืนเต๊ะท่า.." หัวข้อนี้เก็บเอามาจากที่พ่อใหญ่-แม่ใหญ่มาเสนอวิสัยทัศน์ บางคนมักจะปลื้มกับของไกลตัว แต่ลืมมองถึงความคิดอ่านของคนที่อยู่ใกล้ตัว ทั้งความคิด ความรู้สึก ความรู้ ล้วนมีพลังในตัวเอง ถ้าผสมถูกสัดส่วนก็จะจุดระเบิดได้ จะเห็นว่าเมื่อโจทย์ชีวิตและสังคมเปลี่ยนไป นักพัฒนาจะงมโข่งอยู่กับทฤษฎีนกแก้วนกขุนทองไม่ได้หรอก บางตำราควรโยนลงตะกร้าไปตั้งนานแล้ว ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงเร็ว ควายยังกลายไปเป็นลูกชิ้นจนหมดทุ่ง แล้วเราจะทื่อๆเป็นรถบดถนนอยู่ได้จะได๋
ส่งมอบความคิด วันนี้ เราเริ่มกระบวนการ ส่งมอบความคิด ความรู้ กลับ เพื่อประสานความคิดความรู้ ระหว่าง ต้นทาง กลางทาง และปลายทาง ให้เข้าวงจรเดียวกัน
วันๆมองดูแต่ท้ายรถยนต์ สิ่งที่แม่ใหญ่ทั้งหลายพูดตรงกันคือ ..เมื่อก่อนนี้มีลูก7-8คน ก็เลี้ยงดูกันมาสบายมาก แต่สมัยนี้เลี้ยงหลาน2คน ทำไมดูมันลำบากยากเย็นเหลือเกิน เมื่อก่อนหิ้วสวิงตะข้องลงหนองน้ำ ได้ผักปลากุ้งหอยมาทำอาหาร สมัยนี้รัฐบาลเขามารื้อขุดแหล่งน้ำในหมู่บ้าน ก็มีแต่น้ำไม่มีอะไร คันขอบบ่อสูงลงตักน้ำลำบาก ห้ามคนห้ามวัวควายลงอาบไปกิน วันๆไม่ได้ทำอะไร มองดูแต่ท้ายรถยนต์ สิ่งเหล่านี้คือโจทย์ที่ชุมชนสะท้อนผลพวงของการพัฒนา ที่เอากฤษฎีมาครอบโดยขาดประสบการณ์ตรง เมื่อมาส่งเสริมใดๆมันจึงเป็นความปรารถนาดีแบบทุกขลาภ
ความจริงเรามีทรัพยากรต่างๆมากมาย เกินพอที่จะสร้างความกินดีอยู่ดีให้กับทุกคน ถ้าจัดระบบอยู่ร่วมกันด้วยสันติ ทั้งระหว่างคนกับคนและคนกับสิ่งแวดล้อมได้โดยไม่ยากเลย ถ้าเรามีความฝันใหญ่ร่วมกันที่จะทำให้ประเทศนี้เป็นดินแดนแห่งความพอเพียง
เรามีคนมีวิชาความรู้ เต็มแผ่นดิน
เรามีนักวิจัยวิเคราะห์ที่เก่งๆ ในแผ่นดินนี้
เรามีนักปฏิบัติที่รอความรู้ความคิดใหม่ๆที่ถูกต้อง เต็มแผ่นดินนี้
เรามีพื้นที่สร้างสาระการเรียนมากมาย ในแผ่นดินนี้
เรามีโจทย์สดๆที่เต็มไปด้วยชีวิตและน้ำตา ในแผ่นดินดี
เรามีคนรัก คนห่วงใยสังคม คนอยากทำความดี เต็มแผ่นดิน
<p style="text-justify: inter-ideograph; margin: 0cm 0cm 10pt; text-align: justify" class="MsoNormal">เต่าป่วย แต่คนดีของประเทศนี้ ดูช่างเงียบเหงาเหมือนเต่าป่วย อยู่ไปวันๆตามแต่จะหย่อนจิตหย่อนใจตามสภาพที่เลือก หน้าที่การงานก็ทับถมกองโตจนโงหัวไม่ขึ้น อะไรกันนักหนาก็ไม่รู้ </p><p style="text-justify: inter-ideograph; margin: 0cm 0cm 10pt; text-align: justify" class="MsoNormal">บัวค้างโคก ความรู้ที่แต่ละท่านสะสมมายาวนานนี้แหละ คือกรุมหาสมบัติของชาติไทย ตีความได้ว่าเป็นต้นทุนแห่งชาติสำคัญที่สุด แต่ถูกมองข้าม วัฒนธรรมและวิถีไทย วิธีคิดวิธีการไทย ไม่ได้ถูกงัดออกมาใช้ เราไปเชื่อคนอื่น เอาความรู้คนอื่นมาเป็นตำราหลัก ไม่เอาตำราเราไปเขย่าผสมกับเขาบ้าง กระบวนการเรียนและวิธีพัฒนามันจึงค้างโคกเป็นบัวแล้งน้ำ </p><p style="text-justify: inter-ideograph; margin: 0cm 0cm 10pt; text-align: justify" class="MsoNormal">บ่นไปก็เท่านั้น อย่ากระนั้นเลย ผมขออนุญาตเก็บกวาดผสมปะเสความรักที่ลูกหลานให้มา เอามาปั้นเป็นก้อนปุ๋ยใส่ก้นหลุม เพื่อที่จะปลูกต้นเศรษฐกิจพอเพียงให้เจริญงอกงาม </p><p style="text-justify: inter-ideograph; margin: 0cm 0cm 10pt; text-align: justify" class="MsoNormal">ลงขันไม่ใช่ขบขัน เราจะเริ่มที่การจัดอบรมในแบบเอาผู้ที่มาเป็นตัวตั้ง ในหมู่พวกเราชาวแซ่เฮใครว่าง ขอชวนมาทำหน้าที่จิตอาสา ช่วยแลกเปลี่ยนเรียนรู้แบบเห็นตัวตน ตอนนี้เราเริ่มขยับใจได้บ้างแล้ว ในการค้นหาวิธีเอาความรู้ในตัวตนของแต่ละคน ออกมาลงขันความรู้ความคิดอย่างชื่นมื่น </p><p style="text-justify: inter-ideograph; margin: 0cm 0cm 10pt; text-align: justify" class="MsoNormal">มาวัดใจกันเถอะ.. ถ้าตัดสินใจได้..เข้าห้องน้ำ อาบน้ำ ทาแป้ง แต่งตัวให้เริด สองมือล้วงกระเป๋า สองเท้าก้าวเข้ามา ..เราจะกอดคอกัน เดินไปบนเส้นทางฝัน สร้างจินตนาการเพื่อการอนุบาลชาติ ให้เป็นจริง!</p><p>มียิ้มหวานชื่น คนอื่นไม่สนใจ ส่งมาที่นี่ </p><p>มีรักมั่นยืนตลอดไป ไม่มีใครไม่สนใจ ส่งมาที่นี่</p><p>มีความปรารถนาดีมากมาย คุยกับใครก็งั้นๆแหละ ส่งมาที่นี่</p><p>ส่งมาให้ฟรีๆรึ เปล่าเลย </p><p style="text-justify: inter-ideograph; margin: 0cm 0cm 10pt; text-align: justify" class="MsoNormal">เราจะจ่าย..อ้อมกอดที่อบอุ่นที่สุดโลกเป็นค่าตอบแทน !</p><p align="center"> ขอได้ไหม.. รอยยิ้มหวาน </p><p align="center">และหัวใจทระนงจะเอามาเป็นทุนทำงานเพื่อแผ่นดินนี้</p><p>สาระเสริม </p><p>http://gotoknow.org/blog/resaerch/166078</p>- Meng (Busy) says: <p>http://www.managerradio.com/Radio/DetailRadio.asp?program_no=1002&mmsID=1002%2F1002%2D2836%2Ewma++&program_id=12539</p>
สวัสดีตอนเช้า ค่ะพ่อครู
พึ่งตื่นค่ะ
นอน 22.30 น. รู้สึกเหมือนจะเป็นไข้ เพราะไร้คู่ อยู่เดียวดาย กายชักหนาว
แต่พอได้พักผ่อน ก็หายแล้วค่ะ เลยรู้สึกสดชื่น ๆ อิอิ
เราเป็นมนุษย์นกฮูก
โฮ้ อย่างนี้วิศวกรอย่างผมเตรียมตกงานแน่เลยครับ 55
สวัสดีครับพ่อ ตอนนี้เข้าค่ายกกดาน เรียนรู้พัฒนาตนอยู่ครับทั้งอาทิตย์เลยครับ
แล้วคงได้เห็นเรื่องราวที่จะถ่ายทอดให้เรียนรู้ไปร่วมกันนะครับ
<div class="content"> ก๊อลฟ เอ๊ย ดีใจที่เจ้าส่งเสียงมา ว่าอยู่หน๊าย </div>
สวัสดีครับพ่อ
อยู่นครนายกครับ ช่วงนี้ชีพจรยังลงเท้าอยู่เลย แต่ได้เรียนรู้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ ดีมากๆครับ ถือว่ากำลังอยู่ในช่วงฝึกวิชาเลยละครับ แล้วจะค่อยๆเล่าให้ฟังครับ
คิดถึงเสมอครับ
อาชีพวิศวกร ไม่รุ่งแล้ว ตอนนี้ฝึกเป็นกระบวนกรแทนครับ
เมื่อ จ. 18 ก.พ. 2551 @ 19:28
550537 [ลบ]
</div><div class="content">
............
อ่านแล้ว ได้ใจบักขนาดเลย... มื้ออื่นสิมีคนมาประเมินเรื่องกิจกรรมยาเสพติด ..พวกอ้าย (มมส) เป็นตัวแทนจังหวัด... ดีใจกะดีใจ แต่เมื่อยบักขนาดเลย...
จักสิเอาเวลาได๋พักผ่อน....
</div>
เมื่อ อ. 19 ก.พ. 2551 @ 01:02
550828 [ลบ]
</div><div class="content">
คนอายุขนาดนี้ มี 3 กลุ่ม
หนึ่ง ได้เห็น ได้ยิน ได้จับ ได้สัมผัสแล้วบรรลุ เพราะตกผลึกประสบการณ์มามาก เคาะนิดเดียวสนิมล่วงกรูเลย
สอง ได้เห็นได้ยิน ได้จับ ได้สัมผัสแล้ว เฉยๆ เพราะ แค่มารับรู้รับทราบมาเห็นเท่านั้น แล้วก็เท่านั้น เพราะหมดไฟแล้วปล่อยให้ลูกหลายทำต่อไปเถอะ อย่างดีก็เอาไปพูดต่อเท่านั้น
สาม ได้เห็น ได้ยิน ได้จับ ได้สัมผัสแล้ว ค้าน ก็เป็นครูบาจึงทำได้ บ้านผมไม่ใช่อย่างนี้ ทำไม่ได้หร็อก ผมไม่มีไอ้นั่น ผมขาดไอ้นี่ ผมเป็นอย่างนั้น อย่างนี้ ไม่ได้ ไม่ได้
ในกระบวนการพัฒนาคน(ในระบบโครงการที่มีระยะเวลา) จึงต้องทำ Follow up หลังการฝึกอบรม ศึกษาดูงาน เช่น 1-2 วัน ตามไปพูดคุยกับกลุ่มนี้ว่า เขากลั่นความคิดเห็นผ่านช่วงเวลาที่ดูงานมา แล้วมาคุยกับลูก เมีย แล้วได้ความว่าไง อันนี้คือของจริงที่ปล่อยให้เวลาเขาบ่มความคิดสัก 1-2 วัน เราจะพบความคิดเห็นที่น่าสนใจ
การทำแบบนี้ต้องเป็นแบบโครงการครับ แบบท่านครูบาทำไม่ได้เพราะไม่ใช่โครงการ เพราะเป็นสถานที่คนมาศึกษาดูงาน ยกเว้นกลุ่มที่จัดมาจะทำ มันไม่ใช่ AAR เพราะ AAR มันทำทันทีทันใด แต่นี่ทิ้งระยะให้เวลาบ่มความคิด ความรู้สึกครับ อาจจะทำทั้งสองอย่างก็ได้
สิ่งที่มันดีกว่า AAR คือ AAR มักจะอยู่ในสถานการณ์ที่เป็นรูปแบบทางการหรือกึ่งทางการ และทันทีทันใด สำหรับนักวิชาการเหมาะ แต่ชาวบ้านอายุขนาดนี้ อาจให้เวลาใตร่ตรอง หรือเขาแลกเปลี่ยนกันเองสักระยะสั้นๆ แล้วข้อคิดเห็นที่เสมือนสรุปโดยรอบด้านภายใต้สภาวะเขานั้นเป็นเช่นใด
แบบนี้ต้องคนที่สนใจกระบวนการสร้างคนจริงๆครับซึ่งอยู่ภายใต้โครงการที่มีทีมงาน มีเงื่อนไขในการทำ ฯลฯ...
กลอนลำผู้ใหญ่แผง แซบหลาย..เด้...
</div>
เรียน ท่านบางทราบ
เป็นได้ทั้ง3 ส่วน
1 ลองของ
2 ลองวิชา
3 หารูปแบบใหม่ๆ
รับทราบค่ะพ่อ
งั้นหนิงอดกินกระเพาะปลา เอ๊ย...มีเวลาทำการบ้านเพิ่มอีกเนอะๆ
</div><div class="info">เด็กอนามัยใส่ใจสุขภาพ </div>
ถ้าต้องการสวยมาก ต้องกินน้อย
ถ้าทำการบ้านมาก จบเร็ว
สวัสดีครับพ่อ
ภารกิจยังไม่เสร็จสิ้นครับ