ยอมรับเลยครับว่า วันนี้เป็นวันแห่งการลุ้นจริงๆ ครับ เนื่องจากการจัดประชุมนำเสนอผลงานวิชาการของคณะศิลปศาสตร์และสังคมศาสตร์ ครั้งที่สองนี้ ผมเกือบจะไม่ได้ลงมือทำเองเลย ให้ซุลกอรนัย เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไปฝ่ายวิชาการและวิจัย (มือขวาของ)ผมทำงานเกือบทั้งหมด ซึ่งปกติถ้าเป็นงานใหญ่ๆ อย่างนี้ ผมมักจะลงมือคลุกด้วยเสมอครับ แต่รอบนี้งานยุ่งมาก หลายเรื่องจนต้องยกเรื่องใหญ่ๆ ให้กับมือขวาทำไปเลย

ข้อบกพร่องก็พอมีให้เห็นบ้างครับ แต่ก็แก้ไขปัญหาไปได้อย่างทันการณ์ครับ หน้าที่แก้ปัญหาเฉพาะหน้านี้แหละครับ หน้าทีของผม ฮิฮิฮิ

เมื่อคืนท่านคณบดีโทรถามความพร้อมของงานกับผม แล้วผมก็รู้ตัวทันทีว่า ผมลืมถามมือขวาผมไปว่า ทำแล้วยัง? ก็เลยเตรียมแผนสองไว้กับท่านคณบดี นั่นคือเรื่องประธานเปิดงาน ผมลืมถามว่า ประสานงานดีแล้วยัง แต่แล้วตอนเช้า ท่านรองอธิการบดีฝ่ายวิชาการและกิจการนักศึกษา ก็โทรมาสอบถามรายละเอียดงานจากผมโดยตรง โอ้ (ขอบคุณอัลลอฮ์) แสดงว่า มือขวายังทำงานได้ดี ไม่ลืม (ถึงแม้หัวหน้าจะลืมไปแล้วก็ตาม)

ดังนั้นเมื่อเช้าที่ผ่านมา ผมต้องรีบไปสถานที่จัดงานอย่างด่วนๆ ครับ จริงๆ นะเริ่มไว้ใจมือขวาแล้ว แต่ยังงัยๆ ก็ยังไม่อยากให้ผ่าน จริงอย่างคิดครับ ไปถึงปั๊บก็ต้องปวดหัวจี๊ดเลยครับ จัดห้องประชุมสัมมนาอย่างนี้ได้งัย คือ ทางร้านเขาเอาเก้าอี้มาวางเป็นแถวยาว ไม่มีโต๊ะ แล้วจะนั่งจดบนอะไรละ ผมเลยต้องสั่งจัดใหม่ครับ ทีแรกเหมือนทางร้านจะไม่ยอมครับ แต่ผมก็ไม่ยอมเหมือนกัน เขาพยายามอ้างว่า ถ้าจัดอย่างนั้น ห้องไม่จุ ผมก็ไม่ยอมเหมือนกัน ผมว่าจุ ผมมั่นใจ แล้วก็จริงอย่างผมว่า จุครับ เอ๋อ จะเถียงผมทำไม สุดท้ายก็แก้ไขปัญหาได้ทันกับงานพอดีครับ เพราะแค่จัดห้องใหม่เสร็จ ประธานเปิดงานก็มาถึงพอดิบพอดี เห็นท่านมาปั๊บ ผมก็มองหาสูทของผมครับ วุ่นๆ จนไม่รู้ว่าถอดสูทไว้ที่ไหน ฮาฮาฮา

ออ. ระหว่างให้ทางร้านจัดโต๊ะให้ใหม่ เหลือบไปเห็นป้ายบนเวที ผิดอีกแล้วครับท่าน ก็เลยชี้ให้ทีมงานดู ใครตั้งชื่อเรื่องอย่างนั้น islam and knowledge: towords department of multicultural society ก็เลยให้เจ้าหน้าที่เช็คใหม่ว่า ผิดที่เรา หรือผิดที่ร้านทำป้าย สุดท้ายสรุปว่า ผิดที่ร้านทำป้าย อีกแล้ว โอ้โห่ ร้านนี้ให้ทำป้ายไปสามแผ่น ผิดเสียสองแผ่น เลยสั่งห้ามทีมงานไว้เลยว่า คราวหน้าไม่ต้องใช้บริการแล้ว ออ.ดีอย่างหนึ่งครับ เขาแก้ไขเร็ว หลังเที่ยงก็เอาข้อความใหม่มาปิดทับไว้ให้ ก็ยังดีครับ

จริงๆ หัวข้อคือ "Islam and Knowledge: Towords Devolopment of Multucultural Society" ครับ

เมื่องานเริ่มทุกอย่างก็เหมือนจะลงตัวครับ ยกเว้นก็ตอนที่ไฟฟ้าดับ ดับไปเกือบๆ ครึ่งชั่วโมงครับ ทีมงานถามว่าจะเอาไงดี ผมกับคณบดีเห็นเหมือนกันครับ คือ รอให้ไฟติดคงไม่ได้ เสียกำหนดการ (เพราะแต่ละนาทีมีค่ามากครับ) ก็เลยให้ดำเนินการนำเสนอผลงานต่อ ในระบบ unplug

ภาคเช้าของงานวันนี้เป็นทั้งหมดเป็นภาษาอังกฤษครับ ส่วนภาคบ่ายเป็นภาษาอาหรับ และสำหรับวันพรุ่งนี้ เช้าช่วงแรกจะเป็นภาษามลายูครับ หลังจากนั้นจะเป็นภาคภาษาไทย งานนี้ท่านคณบดีเสนอว่า ปีหน้าต้องปรับโปรแกรมใหม่ เพราะถ้าให้ภาษาต่างประเทศตลอดทั้งวัน มีอาจารย์หลายท่านที่ไม่เข้าใจภาษาต่างประเทศเลยจะเบื่อ อันนี้จริงครับ แต่สำหรับผมรอบนี้เป็นโอกาสได้ฝึกการฟังการอ่านที่ดีมากครับ แต่เท่าที่ฟังไป ผมว่า ผมฟังภาษาอาหรับได้ดีกว่าอังกฤษ แต่ที่ต้องกังวลคือ ภาษาอังกฤษคือภาษาที่จะทำให้ผมเรียนป.เอกจบ ไม่ใช่ภาษาอาหรับ โอ้ เศร้า งานนี้ต้องพัฒนา

แต่ถ้าถามผมว่า ปีหน้าเอาไง อันนี้ต้องตอบว่า ผมคิดไม่เหมือนคณบดีครับ เพราะผมคิดว่า ปีหน้าต้องเป็น international Academic conference ให้ได้ครับ ที่สำคัญจะต้องมีการประชาสัมพันธ์และเปิดรับบทความจากภายนอกให้มากกว่านี้ พร้อมทั้งจะต้องมีการลงทะเบียน และในใจอยากจัดโรงแรมริมหาดครับ คือ พูดง่ายๆ ว่า ขอเป็นแบบ Academic Conference เต็มรูปแบบไปเลย

งานนี้ในวันแรกได้รับคำชมเยอะครับจากผู้เข้าร่วมที่มาจากภายนอก หลายท่านบอกว่า บรรยายกาศเป็นการประชุมนานาชาติจริงๆ คุ้มกับการได้มาเข้าร่วมนำเสนอผลงาน อันนี้ก็ขอขอบคุณอัลลอฮ์ครับ อัลฮัมดุลลิลาอ์

ก็ขอเก็บรูปบรรยากาศของงานมาฝากกันครับ

   
 ประธานกล่าวเปิดงาน  ทีมผู้นำเสนอผลงานจาก USM

 

อ.มูหัมมัดดาวูด บินร่าหมาน กำลังนำเสนอ ดร.สุริยา สนิวา เป็นผู้ดำเนินรายการ

 

บรรยากาศผู้เข้าร่วม

ลุ้นต่อวันพรุ่งนี้ครับ ผมมีคิวนำเสนอ และเป็นผู้ให้ข้อเสนอแนะด้วยครับ ส่วนผู้ดำเนินรายการในช่วงเช้าพรุ่งนี้จำเป็นต้องเปลี่ยนตัวหนึ่งท่านครับ คือ อ.คอเหล็ด ท่านโทรมาพอเมื่อตอนเช้าว่า โดนหวัดใหญ่เล่นงานไปแล้ว ยังงัยๆ ก็ขอให้หายไวๆ นะครับ