ข่าวจาก
มติชน online
วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2551
เวลา 09:14:59 น.
เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลังหารือร่วมกับผู้แทนสำนักงบประมาณ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นายสุเมธ แย้มนุ่ม เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) และ นพ.ธาดา มาร์ติน ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ว่า ได้หารือเรื่องการดำเนินการกองทุนเงินกู้ยืมเรียน ซึ่งทั้งกองทุน กยศ. และกองทุนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาที่ผูกกับรายได้ในอนาคต (กรอ.) ต่างก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ตนจึงต้องการให้ปรับปรุงใหม่ให้เป็นประโยชน์สูงสุดกับนักเรียน นักศึกษา รวมถึงผู้ปกครอง ซึ่งต้องดูแลให้รอบคอบ และไม่ล่าช้าเกินไป ตนได้ตั้งคณะทำงานชุดเล็กขึ้นมาพิจารณา มีรองผู้อำนวยการสำนักงบประมาณเป็นประธาน เพื่อพิจารณาปรับข้อดีของกองทุน กยศ.และ กรอ.เข้าด้วยกัน โดยต้องไม่ขัดกับกฎหมายและวินัยทางการเงิน ก่อนนำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาต่อไป คาดว่าประมาณ 1-2 สัปดาห์ คณะทำงานจะได้ข้อมูลเพื่อมาพิจารณาร่วมกันอีกครั้ง
'ขณะนี้ กยศ.มีผู้กู้เก่าอยู่แล้ว ส่วน กรอ.ที่จะนำกลับมาใช้ใหม่จำเป็นต้องวางระบบใหม่ แต่ก็มีความเป็นไปได้ที่จะนำเอาทั้ง 2 กองทุนมารวมกันแล้วตั้งเป็นกองทุนใหม่ขึ้นมาดำเนินการ ซึ่งจะพยายามเร่งให้ทันใช้ปีการศึกษานี้ แต่ก็ต้องดูเรื่องกำลังงบประมาณก่อนด้วย' นายสมชายกล่าว และว่า ตนยังได้ฟังสรุปภารกิจของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ซึ่งได้รายงานถึงปัญหาสวัสดิการของพนักงานมหาวิทยาลัยที่ได้ไม่เท่าเทียมกับข้าราชการ ตนได้รับปากจะดูแลให้ ปัญหาใดสามารถแก้ไขได้ทันทีก็จะดำเนินการให้ ส่วนเรื่องการนำมหาวิทยาลัยรัฐออกนอกระบบราชการ หรือมหาวิทยาลัยในกำกับรัฐนั้น ขณะนี้มีร่าง พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐที่ผ่าน ครม. และการพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว 3 ฉบับ ได้แก่ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) มหาวิทยาศิลปากร และมหาวิทยาลัยนเรศวร (มน.) ซึ่งทาง สกอ.จะต้องทำหนังสือสอบถามไปยังสภามหาวิทยาลัยแต่ละแห่งอีกครั้ง เพื่อยืนยันว่าจะยังคงต้องการให้เดินหน้าต่อไปหรือไม่ สำหรับเรื่องการแยก สกอ.ออกจาก ศธ.เพื่อไปจัดตั้งเป็นกระทรวงการอุดมศึกษาและการวิจัย โดยให้เหตุผลเพื่อความคล่องตัวในการสนับสนุนมหาวิทยาลัยนั้น ยังไม่ได้มีการหารือกัน แต่ส่วนตัวมองว่าต้องศึกษาเรื่องนี้ให้ดีก่อน
นายสุเมธ แย้มนุ่น กล่าวว่า ได้เสนอนายสมชายขอสนับสนุนเรื่องการขอเงินเดือนเพิ่มแก่ข้าราชการที่ประสงค์จะปรับเปลี่ยนสถานภาพไปเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย ซึ่งมีจำนวน 6,000 คน จาก 19,000 คน ในมหาวิทยาลัย 7 แห่งที่ออกนอกระบบราชการแล้ว เพื่อให้เทียบเท่าพนักงานมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ที่ ครม.มีมติอนุมัติเพิ่มให้ 60% รวมทั้งดูแลเรื่องสวัสดิการ ซึ่งบางมหาวิทยาลัยใช้ประกันสังคม ขณะที่บางแห่งเลือกใช้สิทธิของข้าราชการบำนาญได้ จนทำให้เกิดความลักลั่นกัน
ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์กรณีที่รัฐมนตรีว่าการ ศธ.สั่งการให้ตีความเรียนฟรี 12 ปี ตามรัฐธรรมนูญว่าจะเริ่มต้นในระดับชั้นใด ว่า เชื่อว่าสิ่งที่ประชาชนและพรรคการเมืองทุกพรรคอยากเห็น คืออยากให้เด็กไทยเรียนฟรีจนจบ ม.ปลาย ซึ่งที่ผ่านมารัฐก็อุดหนุนการเรียนฟรี 14 ปี อยู่แล้ว ตั้งแต่ชั้นอนุบาล จึงเห็นว่าขณะนี้การอุดหนุนการศึกษาขั้นพื้นฐานให้กับเด็กไทยมาไกลเกินกว่าจะกลับไปตีความใหม่แล้ว สิ่งที่รัฐบาลควรทำคือประกาศเดินหน้าเรื่องเรียนฟรีอย่างจริงจัง โดยต้องฟรีจริงด้วย
นายสมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า เรื่องเรียนฟรี 12 ปีนั้นเลยขั้นตอนการตีความไปแล้ว ไม่ควรต้องมาทบทวนว่าควรต้องเริ่มต้นจากระดับไหนแล้ว เพราะเท่ากับเป็นการถอยหลังเข้าคลอง แทนที่จะเอาเวลาไปเดินหน้าพัฒนาการศึกษา