พ่อทำให้ดู


ความยิ่งใหญ่ของทุกผู้คน มีเงาของพ่อแม่ค้ำยันเสมอ

ผมคิดว่าในชีวิตของผมเขียนบทความไม่เยอะ และส่วนใหญ่ก็เกี่ยวกับชีวิตคนอื่น แม้ว่าคนใกล้ตัวจะมีความสำคัญกับเรามากกว่าคนอื่นก็ตาม ปลายปีที่แล้วอยู่ๆผมก็อยากเขียนเรื่องของพ่อผมขึ้นมา นี่เป็นเรื่องราวที่ผมบันทึกไว้ ให้พ่อของผม ได้ปรากฏต่อโลก จากใจของผมครับ

 

หลังวันที่ 5 ไม่นาน ขณะที่กำลังอาบน้ำตอนเช้า ผมแวบขึ้นมาว่า อะไรนะทำให้ผมยังคงธำรงเป็นตัวผมเอง
ที่ยังคงอย่างน้อยไม่โกงใคร ไม่เอาเปรียบใคร ไม่มักใหญ่ใฝ่สูง
พ่อ แม่สอนอะไรผมหรือเปล่าเวลาผมยังเป็นเด็ก
พ่อสอนผมด้วยคำพูดน้อยมาก ด้วยว่าสมัยก่อนพวกเราจนมาก พ่อต้องไปขายของแต่เช้ามืด กลับมาก็ค่ำแล้ว แต่สมัยนั้นผมไม่รู้สึกว่าจนแฮะ
ไก่ทอด น่องเดียวหั่นสี่ กินกันสี่คนพี่น้องกับข้าวเหนียว(แต่เดียวนี้ ลูกผมกินผมเดียวสี่น่อง) แต่ด้วยความเป็นเด็ก ผมไม่รู้สึกว่าเป็นความจน
ผมมารู้สึกว่าครอบครัวตัวเองจน เมื่อตอน มีญาติผู้ร่ำรวยมาจากกรุงเทพ ลูกของพวกเขา
กินบนโต๊ะใหญ่ พวกผมสี่คนพี่น้องกินบนโต๊ะเตี้ยข้างๆ
ผมเห็นจานพวกเขา มีน่องไก่ชิ้นโต และหมูทอดชิ้นเบ่อเริ่ม
ขณะที่จานของผมสี่คนพี่น้อง มีไก่หั่นสี่ และหมูทอดหั่นสี่คนละชิ้น
ผมเริ่มเรียกร้องขอกินเท่ากับเขา แม่ผมหน้าเสีย เพราะผมทำให้เสียบรรยากาศกินข้าว
พยายามห้าม ผมร้องไห้เสียงดัง ร้องถามว่าทำไม ผมจึงกินได้ไม่เท่ากับเขา
แม่บอกให้ผมเงียบ พ่อผมนิ่งเงียบ
มาถึงวันนี้ผมเป็นพ่อคน ผมเข้าใจแล้วว่า ความเงียบของพ่อคือความสะเทือนใจขนาดไหน ที่ไม่สามารถทำให้ลูกได้กินเท่าคนอื่น
สิ่งที่ผมไม่เข้าใจในตอนนั้นก็คือ ทำไม เราเป็นเด็กเหมือนกัน เป็นญาติกันเราจึงต่างกัน
นึกย้อนกลับไปสิ่งที่ผมไม่ทราบก็คือ พ่อได้ทำดีที่สุดแล้ว
พ่อไม่เคยสอนปรัชญาสูงส่งอะไรให้หรอก พ่อบอกว่าเรียนให้สูงนะลูก เป็นสิ่งเดียวที่พ่อมีให้ได้
พ่อจบชั้นป.4 แม่ก็ชั้นป.4 พ่อสอนให้เราอดทนด้วยการทำให้ดู
พ่อไม่ค่อยได้บอกว่าพ่อรักพวกเรา พ่อพูดว่ารักน้อยมาก แต่พ่อทำให้ดูเสมอมา
ตอนพวกเราเล็กๆเข้านอน เหนื่อยแค่ไหน พ่อก็จะร้องเพลงกล่อมพวกเรานอน
ผมร้องไห้เพราะกลัวตาย พ่อถามว่าเป็นอะไร ผมบอกว่ากลัวตายป๊า
พ่อบอกว่าอย่าโง่ คนเราตายทุกคน แต่มันยังไม่ถึงเวลาร้องไห้ทำไม
พ่อดุผม แต่มือของพ่อก็เอื้อมมากอดและลูบหัวผม
ครั้งหนึ่งผมเล่นซน รีบลงบันไดทีละ 4 ขั้น รีบไปดูทอมกับเจอรรี่ (ไม่น่าเชื่อว่าลูกชายก็ติดทอมกับเจอรี่ตอนนี้) ตกมากระดูกขาร้าว
ต้องเข้าเฝือก แต่มันร้อนมาก ผมร้องไห้ทุกวันทุกชั่วโมง
พ่อไม่พูดอะไร แต่คงทนเห็นไม่ได้ อุ้มผมไปผ่าเอาเฝือกออก แล้วพาไปให้หมอพื้นบ้านนวดน้ำมันแทน
พ่อต้องอุ้มผม ตอนนั้นก็ป.2 แล้วหนักเกือบ สามสิบกิโล เดินเกือบกิโลทุกวันไปให้หมอนวด
จนพ่อปวดหลังมาก แต่ผมไม่เคยเห็นพ่อบ่นปวดให้ได้ยินเลย
แม่มาบอกทีหลังว่าเพราะอุ้มผมไปหาหมอ หลังพ่อก็เลยไม่ดีมาจนทุกวันนี้
พ่อไม่เคยสอนปรัชญาเรื่องความเมตตา ความอดทน แต่พ่อทำให้ดู
พ่อไม่เคยร้องไห้ให้พวกเราเห็น แต่แม่บอกว่าบางทีพ่อก็ร้องไห้กับแม่ เพราะห่วงลูก
พ่อสอนการบ้านพวกเราไม่ได้ เพราะพ่อเรียนน้อย แต่พ่อส่งพวกเราให้เรียนสูงๆจะได้ไม่ลำบากเหมือนพ่อ
พ่อก็ไม่เคยบอกอีกเหมือนกัน เวลาพวกเราทำตัวไม่ดีสอนได้คะแนนน้อย แม่จะเป็นคนที่เดือดร้อนมากคอยบ่น พวกเรา
พ่อไม่ว่าอะไร แต่ในแววตาของพ่อมีอะไรบางอย่างที่บอกใ้ห้เรารู้ว่าพ่อเสียใจ
ผมจำไม่ได้แล้วว่าตอนผมเป็นโปลิโอ ตอนสองขวบ พ่อรู้สึกอย่างไร แต่พอผมเป็นพ่อคน ผมรู้เลยว่าพ่อเจ็บปวดแค่ไหน ที่เห็นลูกตัวเองที่เพิ่งเดินได้วิ่งได้ ขาค่อยๆลีบลงไป จนเดินไม่ได้
สมัยก่อนการเป็นโปลิโอนี่ถึงตายนะครับ พ่อคงใจหายน่าดู ครอบครัวผมเป็นลูกคนจีน ผมเป็นหลานชายคนแรกของตระกูลบนแผ่นดินไทย
พ่อสอนให้พวกเรารักกัน ด้วยการดูแลพวกเราอย่างเสมอหน้าบางครั้งทะเลาะกันบ้าง
แต่น้องชายผมทุกคนไม่เคยอิดออดที่ต้องมาช่วยพี่ชายของเขาเลย
พ่อสอนเรื่องความดีแก่เรา โดยการกระทำ พ่อไม่เคยเอาเปรียบใคร เวลาเราเก็บเงินได้พ่อไม่เคยให้เราเก็บไว้
พ่อให้เราหาทางคืนให้เจ้าของ
ผมไม่อายใครหรอกครับที่มีพ่อกับแม่ที่การศึกษาน้อย ผมภูมิใจมากด้วยซ้ำ
แต่ความเป็นพ่อแม่ ทั้งสองคนยิ่งใหญ่ที่สุดแล้วสำหรับผม
ผมได้เป็นคนอยู่ทุกวันนี้หากไม่ใช่ ทั้งสองคนนี้ วันนี้ผมคงไม่ยืนตรงนี้
หากท่านไม่อดทนดูแลผม ด้วยความรักอย่างไม่มีเงื่อนไข บางทีป่านนี้ผมคงขอทานอยู่ข้างถนนแล้วกระมัง
พ่อเป็นคนพูดน้อยมาก สมัยเด็กผมก็พูดน้อย
ครั้งหนึ่งพ่อป่วยต้องนอนรพ. ผมไปเฝ้า น้องๆยังแซวว่า สองคนนี้จะคุยอะไรกัน ห้องคงเงียบยังกับเป่าสากแน่นอน
ผมนึกอย่างไรไม่ทราบ ผมขอให้พ่อเล่าเรื่องของพ่อให้ฟัง
เรื่องของพ่อ สร้างแรงบันดาลใจให้ผมเป็นอย่างมาก จากคนไม่มีอะไร ล้มลุกคลุกคลานมาโดยตลอด
อดมื้อกินมื้อ รวยบ้างเจ๊งบ้าง แต่ีพ่อก็สู้ตลอด ยิ่งมีลูกยิ่งต้องอดทน อดกลั้น อดออม
มาจนมีบ้านของตัวเอง ส่งลูกทุกคนเรียนจบมหาวิทยาลัย
ผมจบเป็นหมอ พ่อแม่ไม่บังคับให้หาเงิน แต่พยายามบอกว่าดูแลคนไข้ ให้ดี ให้เขารักนะลูก คนเราอยู่ได้พราะมีคนรัก
ครับ ชีวิตผมมีทุกวันนี่ได้เพราะความรักของพ่อแม่ ของน้องๆทุกคนที่ดูแล เพื่อนๆที่เข้าใจ
ผู้คนมากมายที่ผ่านมาในชีวิต ได้อุ้มชูช่วยเหลือ ผมโตมาด้วยความรักของทุกผู้คน
สิ่งเดียวที่ผมทำได้คือทำหน้าทีของผมด้วยความรักเช่นกัน
ปีนี้พ่อผมก็อายุ 80 ปี อายุมากขึ้นทุกวัน ผมมานึกดูผมเป็นคนดีได้ ก็เพราะพ่อทำให้ดู การพูดให้ฟัง ไม่ยิ่งใหญ่เท่ากับทำให้ดู
มันฝังเข้าไปในก้นบึ้งของหัวใจ เมื่อจะทำอะไรที่ผิดไปจากที่เราตั้งใจ มีอะไรบางอย่างมาบอกเราให้กลับไปในเส้นทางที่ดีงาม นอบน้อมต่อทุกผู้คน
จดหมายฉบับนี้ค่อนข้างยาว แต่มันเป็นเสี้ยวส่วนล้านของสิ่งที่พ่อทำให้ผม
อาจพิมพ์ผิดบ้างถูกบ้าง คงเป็นเพราะสายตาพร่ามัวด้วยรื้นของน้ำตา ผมไม่ร้องไห้มานานแล้ว
ความยิ่งใหญ่ของทุกผู้คน มีเงาของพ่อแม่ค้ำยันเสมอ
วฆ

หมายเลขบันทึก: 165862เขียนเมื่อ 18 กุมภาพันธ์ 2008 08:59 น. ()แก้ไขเมื่อ 11 กุมภาพันธ์ 2012 22:46 น. ()สัญญาอนุญาต: จำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (8)

สวัสดีครับอาจารย์

ผมอ่าน2 รอบครับ  เพื่อเก็บเกี่ยวเรื่องราว ความคิดเรื่องราว  ความรู้สึก

ผมได้เรียนรู้เเละซึมซับสิ่งดีๆ  และเรื่องราวมากมายครับ

           อะไรนะทำให้ผมยังคงธำรงเป็นตัวผมเอง

        พ่อไม่เคยสอนปรัชญาเรื่องความเมตตา ความอดทน แต่พ่อทำให้ดู

              การพูดให้ฟัง ไม่ยิ่งใหญ่เท่ากับทำให้ดู

          ความยิ่งใหญ่ของทุกผู้คน มีเงาของพ่อแม่ค้ำยันเสมอ

 ขอบพระคุณท่านมากๆครับ

 

 

พ่อของทุกคนเป็นพระของลูกทุกคนครับ ตอนขึ้นบ้านใหม่ผมก็ให้พ่อของผมอุ้มพระเข้าบ้านให้ มีคนบอกให้หาผู้ใหญ่ที่น่านับถืออุ้มให้ ผมบอกพ่อผมนี่แหละ ผู้ใหญ่ที่นับถือผม พ่อดูแลผมมาตลอดโดยไม่หวังอะไร เป็นมงคลของผมยิ่งในชีวิต หวังว่าจะกลับไปดูแลพ่อแม่กันทุกคนครับ ขอบคุณที่ยังติดตามกันนะครับ

แบบว่ารอบันทึกนี้อาจารย์มานานมากครับ ^_^

ได้ยินได้ฟังแต่เรื่องที่ท่านไปเป็นกระบวนกรในที่ต่างๆครับ

ดีใจที่อาจารย์กลับมานะครับ

ขอเดือนละ2 บันทึกได้หรือเปล่าครับ  ^_^

จะพยายามครับ แต่ขออย่างหนึ่งได้ไหมครับ เรียกพี่ ดีกว่า ครับ เรียกอาจารย์มันห่างเหินครับ :)

 

สุพัฒน์เรียกแกพี่ดีแล้วครับ แก sensitive เดี๋ยวหายหน้าไปอีก

ช่วยๆกันกระตุ้น จะได้ขยันๆเขียนหน่อย อิ อิ อิ

เกลียดคนรู้ทัน ท่านพี่นกไฟนี่รู้ดีครับ ว่าจะหาเหตุหายตัวซะหน่อย อิๆ คงจะทะยอยเขียนมา ครับ เป็นพวกขี้เกียจครับ ฝึกวินัยสักเล็กน้อยคงจะดี

โอ้ ชอบมากจริง ๆ อ่านแล้วอ่านอีก  ชีวิตวันนี้ ของ คุณหมอ น่าจะมาไกลพอสมควรทีเดียว  ขอบคุณที่เขียนเล่าให้ฟังนะครับ

ขอบคุณครับหมอจิ้น ได้เจอตัวจริงกันแล้ว ทั้งหมอจิ้นเจอผม และผมเจอ หมอจิ้น ที่งาน HA Forum ไม่ต้องคาดหวังก็ได้เจอ ชีวิตเป็นเช่นนี้เสมอ ขอให้มี intention วันนี้ผมมาไกลแค่ไหน ก็ยังไปไม่พ้นตัวเองครับ การเดินทางข้างนอกในช่วงนี้ไม่มีความหมายเท่ากับการสืบค้นด้านในของตัวเอง ยินดีที่ได้เจอหมอจิ้น และ สักวันคงได้ทำอะไรร่วมกันแน่นอน ผมรู้สึกเช่นนั้นครับ

 

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี