ยามเย็นของเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาผมพาครอบครัวล่องขึ้นไปนครศรีธรรมราชแต่ก่อนไปก็แวะวัดสระเกษที่อยู่ในเมืองสงขลาไปงานศพญาติคนหนึ่งของเราเลยทานอาหารเย็นที่งานนั้นแล้วลาเจ้าภาพไปลงเรือแพที่จะข้ามไปฝั่งเขาแดง อ. สิงหนคร
รถเก๋งเขาเอาค่าข้ามคันละ 25 บาท พอกลับไปถึงบ้านก็ 2 ทุ่มเศษแล้วสังเกตเห็นลมมรสุมแรงเสียงคลื่นกระทบฝั่งดังไกล ๆ
และช่วงเช้าวันเสาร์และอาทิตย์ผมตื่นมาออกกำลังกาย วิ่งเหยาะ ๆ รอบบริเวณบ้านริมทะเลอ่าวไทย โดยใช้เวลาประมาณ 40 นาทีพอเหงื่อออกแล้วพักช่วยทำความสะอาดบริเวณบ้านแล้วทานขนมครกร้อน ๆ แบบบ้าน ๆ ก่อนทานข้าวเช้านับเป็นวิถีชีวิตที่เรียบง่ายสบาย ๆ ครับ
ก่อนเดินทางกลับสงขลาในช่วงเย็น ๆ ...ช่วงกลางวันว่าง ๆ ก็หยิบหนังสือมาอ่านที่ติดมืออยู่ก็เป็นหนังสือชื่อ...ทางไปสู่วัฒนธรรมแห่งการวิจารณ์ ของ ศ. ดร. เจตนา นาควัชระ
ซึ่งผมเคยพบอาจารย์ท่านนี้เมื่อปลายปี 2548 อาจารย์มาเป็นคณะกรรมการสรรหาคณบดีคณะมนุษย์ ฯ ที่ มอ. ปัตตานี และผมเข้าไปให้ข้อมูลผู้ที่ควรจะเป็นคณบดีนั่นเอง...และอ่านไปโดนมุมคิดที่ว่า...
โคลงกวีของชาวฝรั่งเศสชื่อ Jacques Prevert ชื่อเรื่อง...Inventaire...บัญชีหางว่าว...หินก้อนหนึ่ง...บ้านสองหลัง...โบราณสถานสามกลุ่ม...สัปเหร่อสี่คน...สวนหนึ่งแปลง...ดอกไม้...
มันเกิดมุมคิคว่า…พลังที่แข็งแกร่งคือหิน…ความสัมพันธ์สามัคคีคือบ้าน…ศาสนาสากลเริ่มเป็นโบราณ..ในสี่ทิศล้วนมีแต่คนตาย แต่หลากชีวิตสีสันในสวนมีความงดงามของหลากดอกไม้นั้นเองครับ…ฮา ๆ เอิก ๆ
ตาย ก่อนตาย น่าจะประเสริฐ ครับท่าน umi
สวัสดีครับ ท่าน JJ
เห็นด้วยครับผม คนตายเป็นปุ๋ยให้ดอกไม้งดงาม...
ขอบคุณครับ