ความสุขบินหายไปหมดเพราะจิตใจเล่าร้อนให้ทันตามเวลา

วิถีชีวิตในยามเช้า...ที่ลืมตาขึ้นมาดูความเป็นไปของโลก...

ตอนใกล้รุ่งเป็นเวลาที่เงียบสงัดมากสังเกตดูอารมณ์ตนเองโปร่งเบาสบายอาจเป็นเพราะบรรยากาศพาไปก็ได้ 

เมื่อตื่นจากหลับแล้วก็ลุกขึ้นมาเดินไปหาน้ำเทใส่แก้วในความจุ 400 ml. ดื่มน้ำ 3 แก้วติดต่อกัน  สักพักแล้วเริ่มจัดการสิ่งในครัวเช่นหุงข้าวไว้  สำหรับอาหารเดี๋ยวแม่บ้านจะตื่นมาจัดการ 

 เพราะเด็ก ๆ ต้องทานก่อนไปโรงเรียน  แต่ช่วงนี้พวกเขากำลังนอนหลับสบาย ๆ ได้ที่แล้วผมเริ่มออกกำลังกายเบา ๆ ประมาณ 40 นาทีเห็นจะได้  ส่วนมากก็วิ่งเยาะ ๆ รอบ ๆ ห้องพอได้เหงื่อครับ 

หลัง6 โมงเช้าก็เข้าสู่ความเป็นปกติเมื่อการตื่นของเด็ก ๆ ฟังเสียงข้างนอกบ้านโกลาหนผู้คนต่างรีบเร่งเสียงร้องของเด็ก ๆ ในห้องน้ำที่พ่อแม่ต่างรีบกุลีกุจอ  บ้างจับแขนลากลูกวิ่งไปให้ทันรถโรงเรียนที่มาไวแข่งกับเวลา 

 คิดดูแล้วให้นึกถึงตอนที่เราเรียนตอนเป็นเด็กไม่มีความรีบร้อนอย่างนี้  ความสุขบินหายไปหมดเพราะจิตใจเล่าร้อนให้ทันตามเวลา  กล่าวถึงความสุขความรักยากที่จะมีได้นึกถึง 

 ช่วงคุยกันในอาหารเที่ยงกับคณาจารย์ต่าง ๆ ที่วังน้อยวันนั้น  มีอาจารย์สายวิทย์ตั้งประเด็นว่า  ความรักคืออะไร..? อาจารย์บุญมี  แท่นแก้วว่า...ความรักคือความทุกข์  เขาบอกว่าไม่ใช่...ความทุกข์ก็ความทุกข์สิ...

ผมเลยเอ่ยว่า...ถ้านิยามความรักคืออะไรแล้วไม่ได้คำตอบก็หาสิ่งตรงกันข้ามดูสิ...ศ. บุญธรรม กิจปรีดาบริสุทธิ์  นั่งอยู่ข้าง ๆ เลยว่า...เออเข้าท่า  ...ลองหาดูสิ่งที่อยู่นอกเหนือการตอบปฏิเสธนั้นคือใช่ความรัก 

 เหมือนถามว่านิพพานคืออะไร…ตอบว่าคือโลกอีกโลกหนึ่งก็ไม่ใช่..นั้นเอง  ฮา ๆ เอิก ๆ