มีคน ถามผม ว่า หากเป็น คุณยอดรัก สลักใจ เหลือเวลาอีก ๖เดือน จะทำอะไร ? http://www.managerroom.com/forums/forum_posts.asp?TID=3652&PN=1
หลายคน บอกว่า ให้อยู่กับปัจจุบันแต่ ความหมาย จริงๆ คือ ถ้าจิตไม่ว่าง จิตเกิดอาการ ให้กลับมาอยู่ที่ ปัจจุบัน ณ จิต จนกว่า จิตจะสงบ
จิตเป็นปกติเมื่อ จิตปกติ ชิวๆ สบายๆ โล่งๆ แล้ว เราจะคิด อนาคตอดีต ปัจจุบัน ก็ได้แต่ ถ้าจิตไม่ว่างอีก ก็กลับมา ปัจจุบัน ณ จิตอีก
มีคนบอกผมว่า เขาทำงานด้านการวางแผนเข้ากลุ้มใจมาก เพราะ ครูบาอาจารย์ให้อยู่กับปัจจุบัน แต่ งานของเขา ต้องคิดวางแผนไปในอนาคต ทำแผนล่วงหน้า ฯลฯ เขาจึงอยากจะรอออก เพื่อหางานที่ไม่ต้องคิดไปข้างหน้า
ผมก็บอกว่า คุณเข้าใจผิดแล้ว คำว่าอยู่กับปัจจุบัน คือ ตอนที่ จิตไม่ว่าง ให้ทำจิตให้สงบด้วยการมาอยู่ที่ปัจจุบัน มาดูว่า ณ ตอนนี้ จิตมีอาการเป็นอย่างไร หากจิตเกิดอาการ ก็แค่ "รู้" ... " รู้ กาย รู้เวทนารู้จิต รู้ธรรม"
เมื่อ "จิตว่าง" เราจะวางแผนอนาคตได้ พิจารณาเรื่องราวในอดีตได้ จิตไม่ว่าง จะวางแผนได้ไม่ดี เต็มไปด้วยอคติ ลำเอียง นิวรณ์๕ เช่น
- ไม่เอาคนที่เหมาะสมไปทำงาน (เพราะ เกลียดคนๆนั้นรักคนๆนั้นมากกว่า)
- ไม่รับงานจากผู้รับเหมาที่ดี ( ไปเอาสินบนกับผู้รับเหมาที่ยัดใต้โต๊ะ)
- จะท้อแท้ไม่อยากวางแผน (นึกถึงหน้า เจ้านายตัวแสบแล้ว แค้น !!!)
- สมองตื้อตัน หมดเวลาไปกับการนินทา บ่น ฯลฯ กับคนอื่นๆ จนลืมวางแผน
คลื่นสมอง ที่ ชิวๆ จิตว่าง นี่แหละ จะ ปิ๊ง จะเกิดไอเดียปิ๊งๆๆๆๆๆๆๆ เลย … วางแผนได้แบบ สุดยอด ******ไม่มีใครรู้วันตายหรอกครับ <ul>
</ul>
หัวข้อนี้ถูกใจครับ ช่วงนี้ผมเริ่มคิดเกี่ยวกับ lifespan
ถ้านับว่าอายุไขเฉลี่ยของคน เท่ากับ 90 ปี
ถ้าปัจจุบันอายุ 50 ปี ก็เหลืออีก 40 ปี หรือเท่ากับ 40x12 = 480 เดือน
(ก็ไม่ได้เยอะมากมายอะไร วันก่อนเพิ่งจะนับถอยหลังปีใหม่ 2551 มาถึงวันนี้ผ่านไปแล้วเดือนครึ่ง)
เวลาไม่คิดวางแผนอะไร เวลาก็เพียงแค่ผ่านไป บางทีคนที่วางแผนสำหรับ 6 เดือนอาจทำได้มากกว่าไม่ได้วางแผน 480 เดือนก็ได้
สวัสดีค่ะอาจารย์
ขอขยายความ คำว่า "นิ่ง" อีกนิดนึงว่า ......ถ้า "จิตนิ่ง" นะครับ ไม่ใช่ความคิดนิ่ง เพราะ ถ้า ความคิดนิ่ง ก็คือ ตายไปแล้ว
" จิตเป็นอิสระจากความคิด" ก็คือ จิตว่าง เราก็เอา "สต" ไปกำกับความคิด
จิต กับ ความคิด สำหรับผู้ปฏิบัติธรรมดีแล้ว เจ้าสองตัวนี้เขาทำงานแยกกันอยู่ ... แต่ มือใหม่หัดฝึก จะ แยกไม่ออก เพราะ จิตกับความคิดปนกันเป็นสังขยาเลยครับ
การรู้เท่าทัน ความคิด ที่มาปรุงแต่งจิต กับ การรู้เท่าทัน ความคิดที่โดนจิตปรุงแต่งไปแล้ว ใ.. คือ หัวใจ ของ นักปฏิบัติธรรม แนว "ดูจิต" ครับ
ชีวิตเป็นของไม่แน่นอนครับ บางครั้งการที่รู้เวลาแน่นอนว่า จะตายในเวลาเท่าใดกลับดีกว่าตายไม่รู้ตัว เพราะ หากรู้ล่วงหน้าก็เตรียมการได้ล่วงหน้า แต่ถ้าตายโดยไม่ได้ตั้งตัวอาจทำให้ใจไม่สงบครับ
จิตสุดท้าย เป็น อาสัณกรรม (last gum) ก็จริงอยู่ แต่ สามารถโดนแซง เบียดได้ ด้วย อาจิณกรรม (frequent gum) ที่ทำบ่อยๆ ทำเป็นอุปนิสัย เช่น เมตตา โกรธ สวดมนต์ กังวล ใจบุญ โหด ฆ่า รังแกสัตว์ ปากเสีย ฯลฯ
ไม่ต้องกลัว เรื่อง last gum นะครับ
แล้ว ครุกรรม (Heavy gum) ก็ยังมาแซง เบียด อาจิณกรรม กระเด็นไปได้อีกเช่นกัน เช่น ฆ่าพ่อแม่ พระอรหันต์ ทำสงฆ์แตกแยก มีมหาสติ
ดังนั้น ฝึกสติ ดูจิต ให้มากๆ ... ก็ไม่ต้อง กังวลว่าจะตายอย่างไร
งั้นควรจะกลัวเกิด มากกว่า ใช่มั้ยครับ..เพราะไม่รู้จะได้เกิดมาเป็นอะไรกันอีก...
x xx xx x --> O --> ~