ความเดิม : บล็อก เป็นเทคโนโลยีเพื่อการจัดการความรู้ที่ฝังลึกเป็นเสมือนสมุดบันทึกหรือไดอารี่ของแต่ละบุคคลที่เน้นการ “ให้ทาน” ซึ่งเป็นความรู้แก่บุคคลอื่น ผ่านทางสื่ออินเตอร์เน็ต  โดยเน้นการบันทึกเป็นตัวหนังสือ, รูปภาพ หรือ ไฟล์ข้อมูลต่างๆ ที่ใช้บรรจงแสดงความคิด, ความรู้, ประสบการณ์ และ/หรือเทคนิคการทำงาน อันจะนำมาซึ่งผลงานแห่งความสำเร็จต่างๆ ทีละเล็กละน้อย โดยนำเสนอหนึ่งหรือสองประเด็นต่อบันทึก และเขียนโดยสม่ำเสมอตั้งแต่วันละบันทึกจนถึงสัปดาห์ละบันทึก สะสมไปเรื่อยๆ ซึ่งเป็นเทคนิคการเขียนที่พบว่าจะสามารถสร้างจำนวนผู้อ่านประจำได้ดีกว่าการเขียนบันทึกอย่างไม่มีความสม่ำเสมอ ยิ่งเขียนยิ่งสร้างความมั่นใจให้ตนเองในสิ่งที่ตนเองรู้ (Confidence) และยิ่งเขียนก็ยิ่งเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือให้แก่ตนเอง (Creditability)
     ในการจัดการความรู้ นั้น ให้ความสำคัญอย่างมากกับความรู้ฝังลึกที่เกิดจากการปฏิบัติ (Tacit Knowledge) แต่การพยายามถ่ายทอดความรู้ที่ฝังลึกนี้ออกมาเป็นตัวอักษรนั้น ก็เป็นเรื่องที่ยากสำหรับผู้ปฏิบัติเช่นกัน
      ในมุมมองของผู้ถ่ายทอดนั้น ความท้อแท้หรือท้อถอยในการถ่ายทอดความรู้ที่มีคุณภาพมักเกิดขึ้นได้ง่าย แต่สิ่งที่ทำให้คนเหล่านี้ยังคงถ่ายทอดความรู้อย่างต่อเนื่อง คงเนื่องมาจากเรื่องของการเป็นผู้ที่ถูกยอมรับ (Recognition) ว่าตัวเองเป็นผู้มีความรู้และให้ความรู้ต่อมนุษยชาติ ซึ่งเป็นแรงจูงใจที่สำคัญ นอกจากนั้นก็เป็นเรื่องของกำลังใจที่มีผู้เข้ามาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ทำให้ความรู้ถูกยกระดับให้สูงขึ้น
     มีความเชื่ออีกเช่นกันว่า “เงินทองหรือของรางวัล” คงไม่สามารถจูงใจให้ผู้ที่มีความรู้ ถ่ายทอดความรู้ออกมาเป็นตัวอักษรได้ ดังนั้น ควรมีระบบที่จัดระเบียบความรู้ ซึ่ง GotoKnow version 1.0 ได้ทำหน้าที่มาอย่างดีพอสมควรแล้ว (มีเมฆความรู้,มีคำหลักหรือkeyword, มีระบบค้นหา) แต่จะดีขึ้นอีกหากได้มีการปรับปรุงระบบดัชนีชี้วัดคุณภาพของบันทึกหรือบทความใน GotoKnow version 2.0
     จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ผมมีความเห็นว่า “ต่อให้เขียนบันทึกหรือบทความดีอย่างไร” หากไม่มีคนอ่านหรือมีคนยอมรับนำไปปฏิบัติแล้ว งานชิ้นนั้นย่อมด้อยค่าลงไปเอง แต่ถ้าหากเราตั้งกฎเกณฑ์หรือเงื่อนไขมากเกินไป เราก็อาจจะไม่ได้เพชรเม็ดงามในวงการ KM ทางที่ดีที่สุดคือทางสายกลางครับ ขณะนี้เรากำลังมาหาทางสายกลาง ที่มีความลงตัวพอดี (ในยุคสมัยหนึ่ง) ให้กับผู้พัฒนาระบบ Gotoknow ครับ

     ตามความคิดของผม ซึ่งมีความรู้ทางคอมพิวเตอร์เท่าหางอึ่ง แต่ขอแสดงความคิดเห็นดังนี้

  1. การนับจำนวนบันทึกในบล็อก ยังจำเป็นต้องมี เพื่อให้ผู้บันทึกทราบว่า เขียนไปเท่าไหร่แล้ว {มีระบบการ count ต่อเดือน และรวมทั้งหมดตั้งแต่ต้น (summary)}
  2. มีการวัดคุณภาพของบันทึก ด้วยการคำนึงถึงผู้เข้ามาอ่าน (ควรบันทึกเวลาของการอ่านได้ด้วย เช่น การอ่านแบบมีคุณภาพควรอ่านบันทึกละ 1-2 นาที ถึงจะมีการ Count) มีการเฉลี่ยค่าการอ่านออกมาเป็น Rating/หน่วยเวลา เช่น ต่อวัน, ต่อสัปดาห์ และต่อเดือน
  3. มีการนับจำนวนผู้อ่านบันทึก (ตรวจสอบจาก IP address)
  4. มีการนับจำนวน Comments ของบันทึก (ควรมีค่าถ่วงน้ำหนักด้วย เช่น IP address หนึ่งจะนับได้ไม่เกิน 3 ครั้ง เอาไปรวมไว้ใน Summary) และอื่นๆ
  5. มีการติดตั้งแผนที่ เพื่อทราบกลุ่มลูกค้าว่าอยู่ที่ใดกันบ้าง
  6. มีการหาค่า C/M ratio (จำนวน Comment/Memo)
  7. จำนวนครั้งของการอ้างอิง (Link มายังบันทึก)
  8. จำนวนครั้งของการเชื่อมโยงผู้อ่าน, ผู้ Comment และผู้เขียนบล็อก
  9. จำนวนครั้ง ของการถูก copy ข้อมูล (ถ้าทำได้)

*************************************

   หมายเหตุท้ายบันทึก

  1. ข้อ 1-9 ต้องซ่อนไว้ในระบบ เพื่อที่ว่าผู้เขียนบันทึกหน้าใหม่จะได้ไม่รู้สึกเกร็งจนเกินไป
  2. ข้อเขียน นำข้อมูลส่วนใหญ่มาจากท่านอาจารย์จันทวรรณ
  3. โปรดอ่านข้อเขียนและ LinK ของอาจารย์ประพนธ์ด้วยที่นี่ <Click>