เมื่อวานนี้ผู้วิจัยได้เล่าถึงการจัดสถานที่เพื่อต้อนรับการประชุมเครือข่ายฯสัญจร
ครั้งที่ 2/2549
โดยมีองค์กรออมทรัพย์ชุมชนบ้านแม่พริกเป็นเจ้าภาพไปแล้ว
วันนี้จะขอเริ่มต้นเล่าเกี่ยวกับรายละเอียดของการประชุมซึ่งมีทั้งสิ้น
6 วาระ มีรายละเอียดดังนี้ค่ะ
การประชุมเริ่มต้นในเวลาประมาณ 11.20น. ประธานในที่ประชุม
คือ คุณสามารถ พุทธา
ได้กล่าวทักทายผู้เข้าร่วมประชุมและเปิดการประชุมโดยกล่าวถึงวาระการประชุมว่ามีทั้งหมด
6 วาระ คือ
วาระที่ 1 แจ้งเพื่อทราบ
ประกอบด้วยรายละเอียด คือ
1.1คณะงานจากจังหวัดชัยภูมิ และ
ทีมประสานงานโครงการวิจัยการจัดการความรู้
1.2ศูนย์อำนวยการต่อสู้เพื่อเอาชนะความยากจนแห่งชาติ (ศตจ.)
1.3แผนฟื้นฟูชุมชนท้องถิ่น
1.4ระบบฐานข้อมูล
1.5พื้นที่ต้นแบบ
วาระที่ 2 รับรองรายงานการประชุม
วาระที่ 3 เรื่องสืบเนื่อง
3.1หารือเรื่องเงินสมทบรายปี
3.2หารือเรื่องกองทุนกลาง
3.3สถานที่ทำการเครือข่ายฯ
3.4แผนงานการจัดการความรู้
วาระที่ 4 เรื่องเสนอเพื่อทราบ
วาระที่ 5 เรื่องเสนอเพื่อพิจารณา
5.1กองทุนร่วม
5.2การขอใช้เงินในกองทุนกลาง
วาระที่ 6 เรื่องอื่นๆ
6.1การบริหารจัดการการประชุมครั้งที่ผ่านมา
6.2การเข้าร่วมกิจกรรมกับทีมประสานงานที่จังหวัดตราด
6.3อุปกรณ์เครื่องใช้สำนักงาน ได้แก่ กล้องถ่ายรูป
และเครื่องบันทึกสียง ของเครือข่ายฯ
เมื่อประธานหารือและแจ้งวาระการประชุมแล้วจึงเริ่มการประชุมในวาระที่
1
วาระที่ 1 แจ้งเพื่อทราบ
ประธานเริ่มต้นโดยการแจ้งให้ที่ประชุมทราบว่าในวันนี้มีผู้เข้าร่วมสังเกตการณ์ประชุมเครือข่ายฯ
จำนวน 2 คณะ คือ
1.ผู้นำและเจ้าหน้าที่ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรจังหวัดชัยภูมิ
เดินทางมาถึงลำปางตั้งแต่เมื่อวานนี้
และได้เข้าศึกษาดูงาน
แลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่กลุ่มแม่ทะป่าตัน
2.ตัวแทนจากหน่วยจัดการความรู้องค์กรการเงินชุมชน
มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
นอกจากนี้แล้วยังมีนักวิจัยโครงการจัดการความรู้เพื่อพัฒนาเครือข่ายองค์กรออมทรัพย์ชุมชน
จังหวัดลำปาง จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง
ก่อนที่จะจบในหัวข้อนี้ประธานได้เชิญให้คณะกรรมการและผู้เข้าร่วมประชุมแนะนำตัวทีละคน
ใช้เวลาประมาณ 5 นาทีก็แนะนำตัวครบทุกคนค่ะ
สำหรับเรื่องต่อไปเป็นเรื่องของศูนย์อำนวยการต่อสู้เพื่อเอาชนะความยากจนแห่งชาติ
(ศตจ.) โดยประธานได้แจ้งให้ที่ประชุมทราบว่า
ขณะนี้พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ ได้เข้ามาดูแล ศตจ. อีกครั้ง
(ครั้งที่2)
มียุทธศาสตร์ในการทำงานขับเคลื่อนเพื่อเอาชนะความยากจน
ประกอบด้วย 6 ยุทธศาสตร์ คือ
1.จัดทำแผนชุมชน
2.แก้ไขปัญหาหนี้สิน
3.สวัสดิการชุมชน
4.บ้านมั่นคง
5.เกษตรอินทรีย์
6.การจัดการทรัพยากรมนุษย์และสิ่งแวดล้อม
งานของเครือข่ายฯตรงกับยุทธศาสตร์สวัสดิการชุมชนของ ศตจ.
ซึ่งได้มีการประชุมกันไปเมื่อวันที่ 30 มกราคม 2549
ที่ผ่านมา กับผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด โดยทาง ศตจ.
จะออกคำสั่งมาที่ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด
หลังจากนั้นในวันที่ 31 มกราคม 2549
ประธานได้เดินทางไปที่จังหวัดพังงาเพื่อหารือในเรื่องนี้ต่อ
ข้อสรุปที่ได้ก็คือ เดิมทาง
ศตจ.ให้การสนับสนุนเป็นงบประมาณให้ตำบลต้นแบบทั้งสิ้น 64.2
ล้านบาท แต่ใช้ไปเพียง 31.1 ล้านบาท ได้พื้นที่ต้นแบบมา
200 ตำบล
เมื่อพลเอกชวลิตกลับมาดูแลอีกครั้งได้ตั้งเป้าหมายให้ขยายออกไปให้ได้
600 ตำบลภายในปี 2550 โดยงบประมาณจะผ่านมาทางจังหวัด
เพราะฉะนั้นเครือข่ายฯคงต้องเป็นเจ้าภาพในการขยายผล
ซึ่งขณะนี้เรามีสมาชิกกระจายอยู่ใน 5 อำเภอ คือ
อำเภอเมือง อำเภอเกาะคา อำเภอแม่ทะ อำเภอเถิน
และอำเภอแม่พริก เราต้องมาร่วมกันวางแผนในเรื่องนี้
เรื่องแจ้งเพื่อทราบเรื่องต่อไปก็คือ
เรื่องแผนฟื้นฟูชุมชนท้องถิ่น ประธานได้กล่าวว่า
ขณะที่ภาคเหนือได้งบประมาณมา 18 ล้านบาท
จังหวัดลำปางได้รับการแบ่งสรรงบประมาณมา 5 แสนบาท
โดยงบประมาณนี้ผ่านมาทางสภาองค์กรออมทรัพย์ชุมชนจังหวัดลำปาง
(ซึ่งประธานเป็นประธานสภาฯอยู่)
ตั้งเป้าหมายในเรื่องการทำแผนฟื้นฟูชุมชนไว้จำนวน 24 ตำบล ซึ่ง
10 ใน 24 ตำบลนี้ก็คือ
ตำบลที่เป็นสมาชิกของเครือข่ายองค์กรออมทรัพย์ชุมชนจังหวัดลำปาง
งบประมาณนี้จะนำมาขับเคลื่อนแผนในการฟื้นฟูชุมชนท้องถิ่น
โดยเอาเรื่องสวัสดิการชุมชนเป็นตัวตั้ง
แล้วค่อยโยงไปสู่เรื่องอื่นๆ เช่น เรื่องอนุรักษ์
ฟื้นฟูประเพณีวัฒนธรรม , เรื่องธุรกิจชุมชน เป็นต้น
สำหรับเรื่องต่อไปก็คือ การพัฒนาระบบฐานข้อมูล
ประธานฯได้กล่าวว่า
เดิมที่ทางเครือข่ายฯพัฒนาระบบฐานข้อมูลขึ้นมาแต่ทำเฉพาะในเรื่องของบัญชีกับข้อมูลรายบุคคล
แต่ต่อไปนี้ต้องทำเป็นแผนที่ศักยภาพของแต่ละตำบล เช่น
มีจำนวนประชากรทั้งหมดเท่าไร เป็นผู้ชายกี่คน
ผู้หญิงกี่คน อายุเท่าไร เป็นต้น
จากนั้นก็โยงมาสู่ข้อมูลของกองทุนสวัสดิการชุมชน
สาเหตุที่ต้องพัฒนาเช่นนี้ เพราะ
ต้องการเห็นศักยภาพของพื้นที่
ขณะนี้ประธานได้ประสานงานกับอ.ดิเรกแล้ว (อ.ดิเรก คือ
ผู้ที่พัฒนาระบบโปรแกรมของเครือข่ายฯตั้งแต่แรก)
โดยขอให้ช่วยปรับปรุงรูปแบบรายงานการเงินของโปรแกรมเดิมของเครือข่ายฯจาก
6 เดือน เป็น 3 เดือน รวมทั้งพัฒนาระบบการรายงานงบดุล
และพัฒนาให้โปรแกรมสามารถออกใบเสร็จรับเงินได้
ซึ่งอ.ดิเรกจะเสนอรายละเอียดต่างๆมาที่ประธานภายในสิ้นเดือนนี้
นอกจากนี้แล้วยังต้องมีอาสา IT มาช่วยด้วย 2 คน
เรื่องสุดท้ายของวาระที่ 1 ก็คือ เรื่องพื้นที่ตำบลต้นแบบ
ประธานได้กล่าวว่า ในภาคเหนือมีพื้นที่ตำบลต้นแบบจำนวน 64
ตำบล (ตำบลละแสน ซึ่งได้รับงบประมาณสนับสนุนจาก พอช.)
จะมาทำบันทึกความร่วมมือในเดือนมีนาคา 2549
(ยังไม่ได้ระบุวัน)
ขณะนี้ประธานได้หารือกับทางเทศบาลนครลำปางเพื่อให้ทางเทศบาลเข้ามาเป็นเจ้าภาพให้
ดังนั้น แต่ละกลุ่มต้องเตรียมข้อมูลให้พร้อม
ทางพอช.จะส่งหนังสือประสานไปทาง อปท. แต่ละพื้นที่อีกครั้งหนึ่ง
วันนี้ขอเล่าแค่นี้ก่อนนะคะ
แล้วพรุ่งนี้จะมาเล่าต่อในวาระต่อๆไปค่ะ