วันนี้ต้องลุยงานทั้งวัน เพราะได้เตรียมงานเสาร์-อาทิตย์ไว้แล้ว และไม่ได้กลับบ้าน ถ้าอาทิตย์ไหนไม่กลับบ้าน พี่สาวคนโต มักจะยกสายมาถามว่า อาทิตย์นี้ งานยุ่งหรือเปล่า และอยากชวนไปทำธุระ จะต้องถามกันก่อนทุกครั้ง เพื่อที่จะได้เตรียมตัวในแต่ละสัปดาห์ ในแต่ละเดือนก็จะไม่ไดกลับบ้านทุกสัปดาห์ การมาทำงานที่บ้านทำให้เรารู้สึกถึงคนที่อยู่รายรอบ จะเป็นห่วง และจะรอคอยเสมอ
ฉะนั้น เราจะต้องมีการสื่อซึ่งกันและกัน ว่ามีแผนการอะไรบ้าง บางครั้งพี่ๆ ต้องการคำแนะนำ ปรึกษาหารือ และความห่วงใย ถึงแม้ว่าจะไม่แสดงออก เมื่อเราหายไปจะต้องมีผู้ถามถึง ทำให้เรารู้สึกเกรงใจ จะไปไหน มาไหน จะต้องบอกอยู่เสมอ ถึงแม้ว่าจะเป็นครอบครัวที่อยู่ในบริเวณบ้านเดียวกัน พี่สาวจะต้องดูแลน้องๆเปรียบเสมือนพ่อแม่ ดูแลทุกอย่างของน้องๆ (พ่อแม่เสียมาหลายปี) มีแต่พี่น้องหลายคน ต่างคนแยกย้ายกันประกอบอาชีพ ทำให้แต่ละครอบครัวยิ่งไม่ค่อยมีคน คนมีน้อยโชคดีพี่น้องรักกัน จะคอยห่วงหากันตลอด มีเรื่องราวอะไรที่จะต้องช่วยกันก็จะดูแลกันอยู่เสมอ ให้ความรัก ความเข้าใจ เข้าใจธรรมชาติของแต่ละบุคคล และครอบครัวมีความสุขดี จึงทำให้การใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันอย่างเรียบง่าย
สำหรับวันทำงานวันนี้ สงสัยตนเองว่าทำไมง่วงจัง ที่ไหน ได้..มีน้องที่หอพักมาเคาะประตูห้องเวลาตี2 แล้วหละ ทำให้สะดุ้งตื่น แต่ก็ไม่ได้เปิดประตู สักครู่ เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น จึงลุกขึ้นมารับสาย และน้องบอกว่า พรุ่งนี้ ติดเรียนตอนเช้า จะไปช่วยรับสมัครงานไม่ได้นะ ก่อนหน้านั้นได้ติดต่อกับน้องเกี่ยวกับการหารายได้พิเศษ น้องก็รับปากว่าจะไปทำงาน เพราะว่างพอดี อาจจะดึกๆมา น้องอาจจะติดเรียนจริงๆ ทำให้กังวลใจ
หลังจากนั้นทำให้นอนไม่ค่อยหลับ อยากหลับแต่ต้องใช้เวลา และมาหลับอีกครั้ง แต่ต้องตื่นแต่เช้า ทำให้เหมือนพักผ่อนไม่เพียงพอ จริงแล้ว น้องเขาสามารถที่จะแจ้งช่วงเช้าได้ แสดงว่า เด็กเกิดความกังวลใจ ที่รับปากไว้แล้ว และต้องรอเวลาในการที่จะบอกเรื่องนี้ แสดงวว่า น้องเขาก็จะต้องห่วงนอนเหมือนกัน คิดอย่างนี้ก็จะทำให้หายง่วงนอนได้ค่ะก็เป็นสิ่งที่ดี ที่บอกกันตรงๆ เพราะจะได้ติดต่อกับรายใหม่ แต่ที่สำคัญคงจะบอกผิดเวลาเท่านั้นเอง
สวัสดีคะอาจารย์อนงค์ แอบย่องมาอย่างเงียบที่สุด อาจารย์หลับฝันดีนะค่ะ จะอยู่เป็นเพื่อนนั่งอยู่หน้าห้องคอยห้าม ถ้าใครจะมาเคาะประตูอาจารย์อีก
สวัสดีค่ะ