- 14 กุมภา วันวาเลนไทน์ ของขวัญจากใจ ฉันเคยให้เธอ.....
นั่น ! เป็นวรรคหนึ่งของเพลงลูกทุ่ง (่จำชื่อเพลงและคนร้องไม่ได้) ซึ่งอาจบ่งชี้ได้ว่า วันนี้มีอิทธิพลพอที่จะให้นักประพันธ์เพลงลูกทุ่งนำมาบอกเล่า....
สัญญลักษณ์ของวันนี้ตามพวกฝรั่งก็คือดอกกุหลาบ ซึ่งจะเห็นได้ว่าวันนี้ใน gotoknow ก็มีภาพดอกกุหลาบปรากฎอยู่ทั่วไป... เมื่อถือเอาตามนัยของวันนี้ คำว่า กุหลาบ อาจเป็นสัญลักษณ์ของ ความรัก ก็ได้....
ส่วนผู้ที่ชื่อว่า กุหลาบ นั้นตามที่เคยเห็นมา มักจะเป็นชื่อของผู้หญิง ซึ่งอาจบ่งชี้ว่า ผู้มีความสวยงาม ความสดชื่น ควรแก่การเชิดชู หรือทะนุถนอม เป็นต้น
แต่... คำว่า กุหลาบ อาจมิได้หมายถึงดอกไม้ ทั้งมิได้เป็นสัญลักษณ์แห่งวันนี้ แต่อาจเป็นชื่อที่บ่งชี้ความผิดหวังของสาวบางคนก็ได้ ดังจะว่าต่อไป...
............
ตอนผู้เขียนบวช ๔-๕ ปีแรกนั้น ก็ได้ท่องเที่ยวอยู่ตามสำนักปฏิบัติต่างๆ... สำนักวัดชายนา จ. นครศรีธรรมราช เป็นสำนักที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันทั่วไป... โดยวัดชายนา จะมีส่วนหนึ่งเป็นสำนักของแม่ชี และอาจารย์แม่ที่มีชื่อเสียงของที่นี้ ชื่อว่า แม่ชีกุหลาบ
ผู้เขียนไม่เคยอยู่วัดชายนา จ.นครศรีฯ แต่เคยอยู่สำนักวัดสะปำ จ. ภูเก็ต หลายเดือน... ท่านอาจารย์ช่วง เจ้าอาวาสวัดสะปำ เป็นศิษย์วัดชายนา ดังนั้น บรรดาพระเณรจากวัดชายนา จึงมักจะผ่านมาที่วัดสะปำเสมอ และเรื่องหนึ่งที่บรรดาพระเณรมักจะนำมายกอ้างเล่าสู่กันฟังก็คือ แม่ชีกุหลาบ
วันหนึ่งท่านอาจารย์ช่วง จึงเล่าให้ฟังว่า แม่ชีกุหลาบนั้น เมื่อก่อนท่านมิได้ชื่อนี้ แต่ชื่อ.... (จำไม่ได้)... ด้วยว่า ตอนสาวๆ นั้น ท่านผิดหวังในเรื่องความรักจึงได้มาบวชชี ศึกษาธรรมและรักษาแผลใจอยู่หลายปี... จนกระทั้งรู้สึกเบื่อความเป็นแม่ชี จึงสึกไปใช้ชีวิตชาวบ้านอีกครั้ง แต่นั่นแหละ ชีวิตคนเอาแน่นอนไม่ได้ ปรากฎว่าท่านผิดหวังเรื่องความรักอีกครั้ง ดังนั้น จึงกลับมาบวชชีอีกครั้ง สมดังคำที่ว่า บวชชีเพราะหนีรัก...
เมื่อมาบวชครั้งนี้ ท่านมีใจเด็ดเดี่ยว อธิษฐานว่าจะไม่สึกแล้วจึงเปลี่ยนชื่อใหม่่เป็น กุหลาบ และตั้งอกตั้งใจศึกษาธรรมะ จนกระทั้งกลายเป็นอาจารย์แม่ของบรรดาพระ-เณรและแม่ชี...
- คำว่า กุหลาบ นี้ แยกศัพท์ได้ว่า กู + หลาบ
- กู ก็คือ ตัวเราเอง (คงไม่ต้องแปล)
- หลาบ ตามความหมายปักษ์ใต้บ้านเรา แปลว่า เข็ดแล้ว จำแล้ว เลิกแล้ว ไม่ยุ่งเกี่ยวอีกแล้ว (หลาบจำ)
ดังนั้น กุหลาบ จึงอาจแปลว่า ฉันไม่เอาอีกแล้ว ฉันเข็ดแล้ว ฉันเลิกแล้ว ... ทำนองนี้
.....
ผู้เขียนฟังประวัติและความหมายชื่อของอาจารย์แม่คนนี้ ก็รู้สึกสนใจ คิดว่ามีโอกาสต้องไปดูตัวให้ได้ว่า คนไหนคือแม่ชีกุหลาบ แต่ก็ไม่มีโอกาส...
ตอนนี้ แม่ชีกุหลาบคงจะอายุมากแล้ว (ถ้ายังมีชีวิตอยู่)
ในโอกาสวันแห่งความรักนี้ ผู้ที่คิดจะเริ่มต้นความรักในวันนี้ หรือเคยผิดหวังเรื่องความรักแต่คิดจะลองรักอีกครั้ง โดยใช้กุหลาบเป็นสัญลักษณ์ ผู้เขียนก็ขอเอาใจช่วย....
และหวังว่า คงจะไม่เปลี่ยนชื่อเป็น กุหลาบ ดังประวัติชื่อของแม่ชีกุหลาบตามเรื่องที่เล่ากันในวัด......
กราบนมัสการหลวงพ่อชัยวุธครับ
เคยไปซื้อยาสมุนไพรที่วัดชายนาครับ
เคยได้ยินชื่อแต่เพิ่งมาทราบประวัติจากบันทึกนี้ครับ
ขอบพระคุณครับ
ปล.กุหลาบ= กูหลาบ สุดยอดเลยครับ แต่คนเราไม่ค่อยจะหลาบนะสิครับเลยเจอซ้ำแล้วซ้ำอีก แก้ยากจริงๆครับ
นมัสการค่ะ
วันนี้วันพระ ฟังพระท่านเทศน์ เกี่ยวกับวันแห่งความรักนี่แล้วดีจังค่ะ รับมาปรับปรุงตัวเองค่ะ
ฆรวาสธรรม
1.สัจจะ...ความซื่อสัตย์ จริงใจต่อกัน
2.ทมะ...ความข่มใจ และปรับปรุงแก้ไขตนเอง
3.ขันติ..ความอดทน รักษาใจให้เยือกเย็น
4.จาคะ...ความยินดีในการเสียสละ บริจาคทาน
กราบ 3 หนค่ะ
ว่าที่ ร.ต. วุฒิชัย สังข์พงษ์
Sasinanda
เจริญพร
นมัสการหลวงพี่ครับ
ทราบว่าท่านเคยอยู่วัดสะปำ ตอนนี้วัดสะปำพัฒนาไปมากครับ เป็นวัดที่เห็นวิวทะเลสวยงามมากเหมือนเป็นรีสอร์ท ศรัทธาของผู้คนก็มิได้ลดลงไปเลย ไม่ทราบหลวงพี่กลับไปที่วัดสะปำบ้างหรือไม่ ผมเข้าไปตอนงานยกช่อฟ้าครับ
อัยการชาวเกาะ
อาตมาไปอยู่ ช่วงปี ๒๕๒๙-๓๐ ก็ไปๆ มาๆ อยู่นานบ้างไม่นานบ้าง ตามโอกาส... ภายหลังก็ออกจากวัดสะปำ ไปอยู่วัดวิชิตสังฆาราม (วัดควน) เพื่อไปเรียนบาลี แต่อยู่ได้เพียง ๒-๓ เดือน พอเริ่มเรียนบาลีเล็กน้อย เกิดวิวาทะกับอาจารย์สอนบาลี จึงย้ายกลับสงขลา... และไม่มีโอกาสเพื่อไปเยี่ยมอาจารย์ช่วงเลยจนปัจจุบัน...
วัดสะปำตอนนั้น ยังคงเป็นสำนักสงฆ์ และกำลังจะจัดตั้งเป็นวัด... ส่วนโบสถ์นั้นยังอยู่ในโครงการที่จะสร้างในอนาคตเท่านั้น...
สำนักวัดสะปำสมัยนั้น เคาะระฆังปลุกตีสี่ พอตีสี่ครึ่งก็เริ่มทำวัตรสวดมนต์แล้วก็นั่งสมาธิจนกระทั้งหกโมงเช้าก็ออกบิณฑบาตในหมู่บ้าน... ห้าโมงเย็นก็เคาะระฆัง พอหกโยงเย็นก็เริ่มทำวัตรสวดมนต์แล้วก็นั่งสมาธิจนกระทั้งสองทุ่มจึงแยกย้ายกลับกุฏิ...บางคราวอาตมาก็อาสาลุกขึ้นเคาะระฆังเอง...
อาจารย์ช่วง ท่านเจ้าอาวาสเป็นนักปฏิบัติที่ควรแก่การเอาเป็นเยี่ยงอย่าง แต่อาตมาบุญน้อย ชอบเรียนหนังสือ จึงต้องเร่ร่อนไปอื่น ไม่ได้อยู่กับอาจารย์นานนัก... ถ้ามีโอกาสจะเข้าไปเยี่ยมท่านหรือเยี่ยมวัดอีกสักครั้ง (ยังไม่มีโอกาสไปภูเก็ตเลย ยี่สิบกว่าปีมาแล้ว)
..........
ถ้าคุณโยมอัยการ มีโอกาสคุยกับอาจารย์ช่วง ท่านคงจะลืมอาตมาไปแล้ว แต่คิดว่าวีรกรรมของอาตมา ท่านคงจะไม่ลืม จึงเล่าไว้เล่นๆ เพราะเป็นเสี้ยวหนึ่งแห่งชีวิตการอยู่วัด...
ที่วัดสะปำ คืนหนึ่งหลังจากทำวัตรสวดมนต์แล้ว อาตมาก็ไปเยี่ยมพี่หลวงรูปหนึ่งที่กุฏิ (รู้สึกว่าชื่อเอียด หรือเล็ก นี้แหละ ไม่ค่อยแน่ใจ) เพราะคืนนั้น ท่านอาพาธ (ปวดท้อง) ไม่ได้ลงทำวัตรสวดมนต์... ปรากฎว่าท่านยังปวดอยู่ ถามว่าจะไปหาหมอหรือไม่ ? ท่านว่าไม่ต้อง... อาตมาก็กลับมาเดินจงกรมหรือนั่งสมาธิต่อ...
ประมาณ ๔ ทุ่ม อาตมาก็ผ่านไปเยี่ยมอีกครั้ง ตอนนี้ท่านปวดหนัก... โยมแม่ชีอายุมากแล้ว และหลวงตาอีกรูปหนึ่งก็มาเยี่ยมอยู่... ส่วนท่านอาจารย์ยังนั่งสมาธิอยู่ในศาลาหน้าพระประธาน จึงไม่มีใครกล้าไปรบกวน...
ตกลงกันว่า ต้องส่งพี่หลวงไปโรงพยาบาล แต่ไม่มีรถ อาตมาจึงรับอาสาจากแม่ชีเพื่อมาหารถข้างล่าง ก็มากับตาจุ้ย (รู้สึกว่าจะชื่อนี้แหละ) คนแก่ขาดๆ เกินๆ ที่อยู่ในวัดสะปำ... แล้วก็เดินลงมาจากวัด มาบ้านโยมที่ใกล้ที่สุด (คงจะ ๓๐๐- ๕๐๐ เมตร จากวัด)...
บ้านกลุ่มแรก (เป็นห้องแถวข้างถนนหลวง ประมาณ ๓-๕ ห้อง ก่อนถึงหมู่บ้าน) รถไม่มีเพราะเค้าไปธุระ ได้รับการแนะนำว่าไปบ้านโน้น ก็เดินต่อไปยังบ้านกลุ่มที่สอง (ห้องแถวเช่นกัน) ซึ่งห่างไปประมาณ ๑๐๐-๓๐๐ เมตร นี้แหละ...
บ้านกลุ่มที่สอง อ้างว่ารถเสีย ไปไม่ได้ แล้วก็แนะนำว่าให้ไปคุยที่ห้องอาหารฝั่งตรงข้าม ซึ่งห่างออกไปอีกประมาณ ๑๐๐-๓๐๐ เมตร... จึงเดินต่อไป...
คุณโยมลองคิดดู... ขณะนั้นเวลาคงใกล้ห้าทุ่มแล้ว มีพระภิกษุรูปหนึ่งกับโยมแก่ๆ เดินเข้าไปยังห้องอาหาร ต้องเป็นที่แปลกใจแน่นอน (5 5 5)... บังเอิญห้องอาหารกำลังจะปิด ไม่แน่ใจว่าเจ้าของร้านหรือแขกในร้านก็อาสามา... อาตมากับตาจุ้ยจึงนั่งรถกลับมาวัด ด้วยความปลื้มใจที่ได้รถมา (5 5 5)
มาถึงวัด อาจารย์คอยอยู่แล้ว ก็ช่วยกันประคองหลวงพี่ขึ้นรถ นำส่งโรงพยาบาลวชิระ ภูเก็ต ได้ยาฉีด ยาฉัน และน้ำเกลือ เมื่ออาการดีขึ้น และหมอว่าปลอดภัยแล้ว คนไข้และพวกเราทั้งคณะก็พากันกลับวัด (ประมาณ ๒-๓ นาฬิกา)
......
ถ้าคุณโยมอัยการ มีโอกาสเล่า ก็เรียนอาจารย์ช่วงด้วย ว่าพระรูปนั้นที่ไปตามรถมานั้น ยังไม่สึก ยังนึกถึงอาจารย์อยู่... ท่านฟังแล้วคงจะปลื้มใจ...
เจริญพร
นมัสการหลวงพี่ครับ
พอดีแวะผ่านมาเจอบล็อกมีความรู้น่าอ่าน ขอบคุณสำหรับข้อคิดครับ
มานพ
http://itshee.exteen.com/
mnop
ิิเจริญพร
กราบนมัสการพระอาจารย์ 3 หน อ่านเรื่องราวที่พระอาจารย์เคยมาจำวัดที่วัดสะปำก็พาให้ดีใจมาก เพราะว่าพระอาจารย์ ช่วง เจ้าอาวาสท่านเป็นพระที่ไม่ค่อยจะพูดมาก เพราะว่า 2 ปีที่แล้วหลานบวชมาจำวัดที่วัดสะปำแห่งนี้ ตอนเช้าตี4 ลุกขึ้นมาทำวัตรเช้าสวดมนต์นั่งสมาธิ จน 6 โมงจึงออกบิณฑบาตรไปตามหมู่บ้านสะปำ ชาวบ้านแถบนั้นเป็นคนที่น่ารักมาก ชอบทำบุญตักบาตร ผมเดินตามพระหลานเป็นเด็กวัด สนุกดีเพราะว่าชีวิตนี้จะหาความสงบอย่างนี้หายากส์มาก วันอาทิตย์ที่ผ่านมา 30 มีนาคม 2551 ลูกสาวชวนไปถวายเพลที่วัดสะปำจำได้ว่าพระอาจารย์แจ้งคุณอัยการชาวเกาะว่าถ้าไปวัดสะปำให้แจ้งพระอาจารย์ ช่วง ด้วยว่าพระที่ไปตามรถมารับพระที่ป่วยเป็นใส้ติ่งอักเสบยังคงบวชอยู่ แต่ที่ไปวันนั้นพระอาจารย์ท่านไม่อยู่ มีคนนิมนต์ท่านพระอาจรย์ไปป่าตอง เจอแต่คุณยุพดี (โยมเฮี้ยง)เป็นโยมอุปปัฐากที่วัดอยู่จึงแจ้งให้คุณยุพดี(โยมเอี้ยง)แจ้งให้พระอาจารย์ช่วงรับทราบด้วย ขออภัยที่ทำหน้ที่แทนท่านอัยการบัณฑูรย์ หวังว่าพระอาจารย์คงให้อภัย ปัจจุบันวัดสะปำเป็นวัดที่สวยงามมาก หน้าพระอุโบสถที่หันหน้าไปทางทะเลสะปำ ซีวิว เห็นทะเลชัดเจนมาก ฝรั่งที่มาทำบุญวัดนี้บอกว่าวัดนี้เป็นวัดที่มีวิวสวยที่สุดในแถบเมืองภูเก็ต ในฐานะที่เป็นศิษย์เก่าด้วยกัน จึงเรียนใหพระอาจารย์ทราบขอรับ. กราบพระอาจารย์ 3 ครั้ง. ยุทธศักดิ์ ว.
ยุทธศักดิ์ ว.
ตั้งแต่จากมาไม่เคยได้ไปเลย... ปีหนึ่งๆ ผ่านไปๆ กระทั้งยี่สิบปีแล้ว เวลาผ่านไปเร็วเหลือเกิน..........
ตอนที่อาตมาอยู่ ไม่ค่อยได้เห็นทิวทัศน์ เพราะสวนยางล้อมรอบ... ที่เห็นประจำก็คือ ตื่นมาตีสี่ เห็นคนกำลังกรีดยางอยู่รอบๆ วัด
เจริญพร
ผมกำลังเตรียมตัวบวชอยู่ครับ เป็นคนภูเก็ตครับ ได้เข้าไปดูๆ และไปทำบุญครับ รู้สึกว่าวัดแห่งนี้สงบดีครับ อากาศถึงแม้จะร้อน แต่ที่วัดแห่งนี้ยังมีความร่มรื่น และวิวสวยงามจากทะเลครับ อยากจะสอบถามผู้รู้ว่า ถ้าอยากจะเตรียมตัวเพื่อบวชที่วัดบ้านสะปำ และอยากไปช่วยงานที่วัดไปนอนที่วัด คือเป็นเด็กวัดสักอาทิตย์นึงเพื่อเตรียมตัวเตรียมใจจะต้องพระอาจารยท่านใดครับ และจะนอนกุฎิพระ หรือ นอนที่ห้องอื่นครับ มีพระรูปอื่นๆที่วัดอื่นแนะนำว่าถ้าอยากปฎิบัติให้มาบวชที่วัดนี้ ผมอยากจะทราบว่าคำว่าวัดที่ปฎิบัติต่างจากวัดอื่นๆอย่างไรครับ ส่วนพระอุปัชฌาย์หลวงพี่ท่านอื่นแนะนำว่าให้นิมนต์มาจากวัดควนครับ
รบกวนช่วยแนะนำด้วยนะครับ
ปล วัดบ้านสะปำเป็นแบบธรรมยุติ หรือมหานิกายครับ
ไม่แสดงตน
เจริญพร