บ้านแถบชนบทนั้นนอกจากจะมีพืชผักพื้นเมือง ต้นไม้ใบหญ้าตามธรรมชาติแล้ว ไก่แจ้ ก็เป็นสิ่งทีคู่บ้านเหมือนกัน ไม่อย่างนั้นคงขาดเสียงไก่ขันยามเช้า
ที่บ้านมีไก่แจ้เยอะทีเดียว มีหลายรุ่น มาจากไก่แจ้เพียงสองสามคู่ตอนเริ่มเลี้ยงหลายปีมาแล้ว ให้เขาไปบ้าง เป็นเหยื่อของน้องหมาเวลาเขาเกิดคึกมันเขี้ยวบ้าง(ไม่บ่อย)
วันนี้จึงขอนำภาพและเรื่องราวเบาๆกี่ยวกับไก้แจ้มาฝาก นายและนางแบบทั้งหมดมาจากเอเยนซี่บ้านปากท่าค่ะ

-
ไก่แจ้ เป็นไก่พื้นเมือง สืบทอดสายพันธ์มาจากไก่ป่าเช่นเดียวกับไก่ประเภทอื่นๆ มีถิ่นกำเนิดอยู่ในป่าแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งจะเห็นได้ว่า ในเมืองไทยเองก็พบไก่แจ้มาตั้งแต่สมัยโบราณแล้ว ถือว่าเป็นไก่พื้นเมืองของประเทศไทยสายพันธุ์หนึ่ง

ไก่แจ้ เป็นไก่ตัวเล็ก เตี้ย นิยมเลี้ยงไว้เป็นไก่สวยงาม

-
สมัยก่อนบางคนเชื่อว่าถ้าเลี้ยงไว้ในบ้านหรือรับประทานเข้าไป จะทำให้ลูกหลานในครอบครัวเล็ก แคระแกร็นแบบเดียวกับไก่แจ้ คนทั่วไปจึงนำไก่แจ้มาปล่อยวัด และเรียกกันว่าไก่วัด แต่ในปัจจุบันได้เปลี่ยนทัศนคติใหม่แล้ว เพราะมีการพัฒนาพันธุ์ ให้มีความสวยงามมากขึ้น จนนิยมเลี้ยงกันอย่างแพร่หลาย
ที่บ้านผู้เขียนหากช่วงไหนดูท่าว่าฝูงไก่ชักจะใหญ่มากไปหน่อย ก็จะขอให้ป้านวลและพี่น้อยเก็บไข่ไปกินบ้าง ก็เห็นเด็กๆและน้องหมาที่ร่วมกินเติบโตดี

-
ไก่แจ้โบราณของไทยแบ่งไว้มี 12
สี
และมีผู้กล่าวไว้ ดังนี้
- เลี้ยงสีเบญจรงค์ไว้เสริมสร้างบารมี
- เลี้ยงสีโนรีเป็นศรีแก่บ้าน
- เลี้ยงแล้วสุขสราญบานใจต้องเป็นสีไก่ป่าเหลือง
- เลี้ยงแล้วประเทืองปัญญาต้องสีกาบหมาก
- เลี้ยงแล้วจะมีดีหลายหลากหากเลี้ยงสีกาบอ้อย
- เลี้ยงแล้วมีสินทรัพย์ไว้ใช้สอยต้องเลี้ยงสีประดู่
- เลี้ยงแล้วเสมือนเป็นครูต้องเลี้ยงสีไก่ป่าหูขาว
- เลี้ยงแล้วมีความสุขยืนยาวต้องเลี้ยงสีดอกโสน
- เลี้ยงแล้วโก้โอ่อ่าต้องหาสีไก่ป่าเข้ม
- เลี้ยงแล้วเต็มด้วยอำนาจวาสนาต้องหาสีเหลืองหางขาว
- เลี้ยงแล้วสังคมดีไม่มีฉาวต้องเลี้ยงสีเหลืองลูกปลา
- เลี้ยงแล้วเศรษฐีถามหาต้องเลี้ยงสีสร้อยสุวรรณ
ที่สำคัญ “ หากท่านมีครบ 12 สี เหมือนมีแก้วมณีอยู่ในบ้าน ”
(ข้อมูล :
กลุ่มวิจัยและพัฒนาสัตว์ปีก
กองบำรุงพันธุ์สัตว์
เรียบเรียง : พิจารณา
สามนจิตติ นักวิชาการเผยแพร่
กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์)
-
แต่สงสัยว่าไก้แจ้ที่บ้านนั้นจะไม่มีลักษณะเอก หรือลักษณะเด่นตามตำราเอาเสียเลย มีแต่ความน่ารักตามประสาไก่แจ้
นั่นซีนะความน่ารักของไก่แจ้นั้น ใครๆเห็นก็อดเอ็นดูมันไม่ได้ ทั้งตัวผู้และตัวเมียต่างมีความงามไปคนละแบบ และแน่นอนในธรรมชาตินั้นสัตว์ตัวผู้จะสวยสำอางกว่าตัวเมียมาก (แตกต่างจากมนุษย์นะคะ)
-
ในแถบยุโรปและอเมริกาจะเรียกไก่แจ้ว่า "แจแปนนีสแบนตั้ม" (Japannese Bantams)เพื่อเป็นการให้เกียรติกับชาวญี่ปุ่น ซึ่งเป็นผู้พัฒนาสายพันธุ์ไก่แจ้ขึ้นมาทั้งๆที่ไก่แจ้แท้จริงแล้วไม่ใช่ไก่พื้นเมืองของญี่ปุ่น
-
มีหลักฐานกล่าวว่าแรกเริ่มชาวญี่ปุ่นได้นำไก่แจ้มาจากจีนตอนใต้เมื่อพ.ศ.2149 - 2179 จากนั้นได้มีการพัฒนาสายพันธุ์จนได้รูปทรงและสีสันที่สวยงาม ในเวลาต่อมาญี่ปุ่นได้นำไก่แจ้ จากแถบคาบสมุทรอินโดจีนไปผสมเพิ่มเติมอีก ซึ่งใช้เวลาในการคัดพันธุ์นับร้อยปี จนกระทั่งประมาณห้าสิบปีเศษมานี้เองไก่แจ้ญี่ปุ่นก็ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายจนถึงปัจจุบัน
-
ในแถบยุโรปที่มีการนิยมเลี้ยงไก่แจ้ก็เพราะว่า เมื่อสมัยโบราณชนชาติจีนมีการติดต่อซื้อขายกับชาวอังกฤษ ซึ่งชาวจีนได้นำไก่แจ้ติดเรือสำเภาไปด้วย เพื่อเป็นสัตว์เลี้ยงแก้เหงาในเรือ เมื่อพ่อค้าชาวอังกฤษเห็นเข้า ก็เกิดความสนใจและได้นำไปเลี้ยงยังประเทศอังกฤษ ในตอนแรกก็มีการเลี้ยงกันเฉพาะพ่อค้าและชาวบ้าน ต่อมาพระนางวิคตอเรียเห็นเข้าและพอพระทัยจึงมีการนำเข้าไปเลี้ยงในพระราชวังเป็นครั้งแรก

-
สำหรับในเมืองไทยมีการเลี้ยงไก่แจ้มาตั้งแต่อดีตกาลแล้ว แต่ไม่ได้สนใจในการปรับปรุง หรือคัดสายพันธุ์เลย จนกระทั่งเมื่อประมาณ20-30ปีที่ผ่านมามีผู้ให้ความสนใจอย่างจริงจัง ในการพัฒนาเพื่อให้ไก่แจ้ไทยมีลักษณะดีและสวยงามตามแบบมาตรฐานสากล จึงได้มีการสั่งซื้อไก่แจ้ สายพันธุ์ที่ดีจากญี่ปุ่นเข้ามาผสมกับสายพันธุ์ดั้งเดิมของไทย จากการพัฒนาสายพันธุ์อย่างต่อเนื่อง ทำให้ปัจจุบันไก่แจ้ไทยกลายเป็นที่รู้จักของชาวต่างประเทศมากขึ้น.
(ขอบคุณข้อมูลวิชาการจาก
http://www.vet.ku.ac.th/library-homepage/article/poultry/chick/thai_bantams.htm)
-
แม่ไก่แจ้นั้นขยันเลี้ยงลูกด้วยความเอาใจใส่มาก ลูกไก่ก็มักตามแม่ไปเป็นพรวนไม่ว่าจะไปไหน

- ใครอ่านแล้วนึกเอ็นดูอยากเลี้ยงไก่แจ้บ้าง ยินดีแบ่งให้นำไปเลี้ยงเพลินๆค่ะ
น่ารักจังค่ะพี่นุช ยิ่งภาพครอบครัวรูปสุดท้ายยิ่งน่ารักค่ะ ชอบที่พรรณาเรื่องสีไหนให้โชคแบบไหนมากเลยค่ะ เพราะรู้สึกว่าคนโบราณเขาช่างคิดดีค่ะ ชื่อของแต่ละสีก็สวยงามทั้งนั้น
อ้อ..ไ้ด้รับไดอารี่เตือน(ให้มี)สติของวัดป่าโสมพนัสแล้วนะคะ ^ ^ ขอบคุณมากๆ เลยค่ะ กำลังหาเล่มที่จะนำไปเขียนใช้ที่ต่างประเทศพอดี ไปเที่ยวนี้รู้สึกเหมือนตัวเองไปธุดงค์ 5555
แล้วจะมาเล่าสู่กันฟังถึงการปฏิบัติต่อไปค่ะ
ที่บ้านหุ้นส่วนหนูเขาก็เลี้ยง เจ้านี่ชอบขึ้นไปไข่บนกระจังหน้ารถโฟวีล บางทีออกรถแล้วพึ่งเห็นมันกลิ้งหลุนๆ ไข่ไม่เป็นที่ประจำ ตอนไข้หวัดนกมาตายเกือบหมด เหลืออยู่ไม่กี่ตัว แต่ตอนนี้สงสัยชีวิตจะไม่ค่อยเป็นสุขเท่าไหร่ เพราะลูกชายคนโตเขาพึ่งจะซื้อ BB Gun มาเล่น เจ้าแจ้นี่เป็นเป้าเคลื่อนที่ชั้นหนึ่ง ; P
ไก่แจ้บ้านไร่พนมทวนของอาจารย์ขจิต
สีเขาสวยเข้มดีนะคะ แต่ท่าทางจะเอาเรื่องไม่เบา สงสัยเป็นแบบเดียวกับเจ้าตัวที่ไปจิกตาตุ่มน้องซูซาน
ดีใจที่ไดอารี่เจริญสติจะได้ตามอาจารย์กมลวัลย์
ไปถึงต่างประเทศแน่ะ แต่พี่ตกข่าวนะคะ ไม่ทราบว่าอาจารย์กำลังจะไปประเทศอะไร และไปทำอะไร นานขนาดไหน แหม ว่าจะชวนมาเอาไก่ไปเล้ยงบ้างอยู่เชียว
พี่ชอบดูแม่ไก้แจ้เลี้ยงลูก เธอมีความอดทนมาก ไม่หงุดหงิดเวลาลูกปีนเล่นขึ้นไปบนหลัง และคอยต้อนลูกให้อยู่เป็นฝูง วันๆเจ้าไก่หลายรุ่นนี้เขาก็จะเดินเล่นไปทั่ว ทั้งหน้าบ้านด้านนอก และลงไปตามแปลงผักด้วยค่ะ คงไปกินแมลง ขันทั้งวัน ไม่เลือกเวลา
ใช่ค่ะน้องซูซาน
ไก้แจ้เนี่ย ไม่ธรรมดานะ เลี้ยงกันตั้งแต่คนธรรมดาไปจนถึงกษัตริย์ เดี๋ยวนี้ในเมืองไทยเขาถึงกับมีการจัดตั้งสมาคมผู้เลี้ยงไก้แจ้ เพื่อพัฒนาพันธุ์กันนะคะ
พี่ว่าน้องซูซานนั้นคงต้องมีอะไรไม่ถูกชะตาเจ้าไก่แจ้ตัวนั้น(ที่โดนป้าปไปแล้ว) ปกตินจะไม่ค่อยชอบยุ่งกับคน แค่เดินไปใกล้ก็พากันเดินเลี่ยงเราแล้วค่ะ ไม่เหมือนห่าน น่ากลัวกว่าตั้งเยอะ
ไก่บ้านพี่ไม่มีเป็นไข้หวัดนกเลยเพราะเลี้ยงแบบไม่เจอไก่อื่น แต่อากาศร้อนๆเขามักจะป่วยด้วยความร้อน ตายหลายตัว
ไก่แจ้นั้นชอบไข่ไม่เป็นที่ แต่หากหมั่นดู แล้วทำที่ให้เขา เขารู้ก็จะไปไข่ในที่ที่จัดให้ ป้านวลต้องคอยดูเสมอๆค่ะ
ไปอ่านบล็อกคุณอุ๊แล้วค่ะ น่าสนใจมาก ขอบคุณที่บอกให้ทราบค่ะ
สวัสดีครับอาจารย์นุช
สมกับการรอคอยครับ...เรื่องราวของฝูงไก่แจ้ที่น่ารัก
ขอบคุณความกรุณาครับผม
Sasinanda
สวัสดีค่ะ
ตอนนี้อยู่นอกบ้านค่ะ แต่เขาให้ใช้เน็ตฟรี
รูปสุดท้ายน่ารักมากค่ะ แถวบ้านก็มี 1 ฝูงแต่ไม่ค่อยสวยเท่าใด
ชอบเสียงไก่ขันมากๆ เพราะ ฟังแล้วมันสงบดีค่ะ เป็นธรรมชาติมากด้วย
นี่ถ้าลูกปลูกบ้านใหม่ เขาขอให้ไปอยู่กับเขาที่เอกมัย ยังไม่ทราบเลยว่า จะแบ่งภาคยังไง อยากอยู่กับลูก เพราะรักกันมาก แตก็ห่วงบ้านตัวเองค่ะ คงไปๆมาๆค่ะ
จริงๆ ชอบบ้านชนบทมากว่าค่ะ
สวัสดีครับคุณนายดอกเตอร์
ผมเลิกเลี้ยงไก่แจ้เพราะสู้กับงูเหลือมไม่ไหว ตัวมันยาวเกือบ ๔ เมตร ตัวเท่าน่องผม พอเลิกเลี้ยงมันก็ไม่มาอีกเลย มีหลายสี ลายดอกหมากก็มี สีไก่ป่าก็มี และเวลามันไข่ก็เก็บมาห่อด้วยกระดาษทิชชู่ใส่ไว้ในช่องเก็บไข่ พอมันฟักกันหลายตัวก็เอาไข่ออกมาจากตู้เย็นแกะทิชชู่ออก ทิ้งไว้ ๑ คืน แล้วเอาไปให้แม่อื่นฟัก ทีเดียวประมาณ ๓๐ ตัว เลี้ยงกันเพลินไปเลยครับ เอาไก่แจ้ที่เก็บภาพมันไว้มาให้ดูครับ
กับอีกตัวนึงครับ
อาจารย์ครับ
เดือน มีนาคม นี้ ผมกับ ธันยาพร (ฝน) จะไปเป็นวิทยากรกระบวนการให้กับโครงการของกระทรวงสาธารณสุข ฝนแจ้งมาว่าจะจัดที่โรงแรมที่อยุธยา จะถือโอกาสนี้พา แอดไวซี่ของอาจารย์ไปเยี่ยมที่บ้านนะครับ
สวัสดีค่ะคุณ
นายช่างใหญ่ ดีใจมากที่ได้รู้จักกัน และต้องขอบคุณอีกครั้งที่มีน้ำใจและร่วมขบวนบรรดาก้ลยาณมิตรไปเยือนถึงบ้านนะคะ
ขอบคุณที่มาชมความน่ารักของไก่แจ้ แถมเอาไก่แจ้พันธุ์สวยมาฝากด้วยอีกตัว ทรวดทรงเขางามมากนะคะ
ว่าจะตอบทุกท่านตอนนี้ แต่ระบบหรือเน็ตไม่ทราบเกิดโพสได้บ้าง ไม่ได้บ้าง จะลองใหม่ทีหลังค่ะ
สวัสดีค่ะคุณพี่ศศินันท์ขอบคุณนะคะที่ขนาดอยู่นอกบ้านมีภารกิจอื่นก็ยังนึกถึง
เสียงไก่ขันแว่วมาไกลๆยามเช้านี่มันให้ความรู้สึกอบอุ่นจริงๆค่ะ นุชก็ชอบเสียงไก่ขัน แต่เจ้าฝูงไก่แจ้ที่บ้านนี่เล่นขันกันทั้งวัน แล้วบางทีกระโดดขึ้นไปขันบนต้นไม้อีกต่างหาก
หากคุณพี่ต้องเดินทางระหว่างสองบ้านคงเหนื่อยเหมือนกัน แต่หากย้ายไปอยู่กับลูก ไม่ได้อยู่ในที่นอกเมืองโปร่งๆอย่างเคยอยู่ ก็มีความสุขจากการได้อยู่ใกล้ชิดกับคนที่เราแสนรักและห่วงใย เดี๋ยวถึงเวลาก็พบคำตอบเองนะคะว่าจะเลือกอย่างไร ทางไหนก็มีความสุขทั้งนั้น
สวัสดีค่ะคุณ
อัยการชาวเกาะ มาตอบเป็นครั้งที่สอง เพราะครั้งก่อนโพสไม่ติดค่ะ
สมกับที่คณะโกทูโนว์ที่ไปเที่ยวบ้านนุชที่อยุธยาเห็นไก่แจ้แล้วพูดถึงคุณบัณฑูรขึ้นมาเลยว่าเป็นสัตว์เลี้ยงโปรดของคุณและคุณมีความรู้เรื่องนี้มาก
ที่เลี้ยงก็เลี้ยงไว้ดูเล่นอย่างนั้นแหละค่ะ ไม่ได้มีความรู้ เพิ่งได้เรียนรู้จากคุณบัณฑูรนี่แหละค่ะเรื่องการอนุบาลไข่แล้วนำไปกระจายให้แม่ไก่หลายตัวช่วยกันฟัก
ภาพสวยงาม สีสดใส โชว์ความงามแท้ๆของไก่แจ้ได้ดีมาก สมกับความงามของเขาเลยนะคะ
ที่บ้านไม่เคยมีงูเหลือมมากวนไก่แจ้เลยค่ะ สงสัยเพราะเรามีน้องหมาหลายตัว
ขอบคุณค่ะ
คุณเอก
จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร กับหนูฝนจะมาเมื่อไหร่ ยินดีต้อนรับเสมอค่ะ อยากชวนมาทานข้าวเย็น บรรยากาศดีกว่าทานข้าวกลางวันนะคะ
คุณ
สุดทางบูรพา มาพร้อมช่อกุหลาบงามสีแดงขอบคุณในความระลึกถึงในโอกาสนี้ ขออวยพรให้คุณมีความสุข สดชื่นเหมือนดอกกุหลาบที่นำมามอบให้นี้นะคะ
ดีใจจังเลยค่ะอาจารย์
Lin Hui ที่ชาจากนุชได้รับเกียรติมาเคียงคู่ฟรุตเค้กน่าทาน สักวันคงได้มีวาสนาจะหาโอกาสขอมานั่งดื่มชาด้วยกันนะคะ นุชชอบที่สุดเลยค่ะ ชาหอมกรุ่น ขนมรสเลิศ กับผู้ร่วมดื่มที่ใจดี น่ารัก รอบรู้เช่นอาจารย์ ได้อร่อย อิ่มท้อง และเติมอาหารสมองอีกด้วยค่ะ
ขอบคุณอาจารย์ที่กรุณาลงรูปให้เห็นได้ปลื้มใจค่ะ และขอส่งภาพจากสวนมีกิ้งก่าน้อยหนึ่งตัวมาชมสวนอาจารย์ด้วยนะคะ