ฉันเดินทางมาถึงร้อยเอ็ด หกโมงเช้า จากนั้นก็ไปเที่ยวตลาดสด รับประทานอาหารเช้าที่ร้านโจ๊กที่ดูแล้วมีคนพื้นที่มาอุดหนุนเยอะ เลยเข้าใจว่า"น่าจะอร่อย" อือม์ รับประทานเสร็จก็ใช้ได้ ผ่าน

พอรับประทานอาหารเช้าเสร็จก็ออกเดินหาทางจะไปขึ้นรถ ฉันก็ถามทางจากร้านขายหนังสือพิมพ์ว่าไป"เกษตร" ไปขึ้นรถทางไหน เขาก็บอกว่าอู้ย...ไปอีกไกล ต้องนั่งรถสกายแล็ปไป

ฉันขึ้นรถสกายแล็ป แล้วก็บอกว่า พาไปส่งขึ้นรถไป"เกษตร" หน่อย รถสกายแล็ปก็พาฉันไปส่งสี่แยกๆ หนึ่ง ซึ่งฉันก็รู้สึก แปลกๆ พอสมควร แต่ก็ฟอร์มไว้ก่อน เพราะคิดว่ามันอาจจะไปได้หลายทาง

รถสองแถวมาถึง ป้ายหน้ารถก็เขียนว่า"เกษตร - ร้อยเอ็ด" ฉันก็ขึ้นไป

บนรถมีเด็กหญิงเล็กๆ อายุ 5 ขวบได้แม่เขาบอกว่ายังไม่ขึ้น ป.1 เลย หนูน้อยกินขนมกรอบแกรบถุงใหญ่เบ้อเริ่ม (ขนาดถุงละ 20 บาท) แม่บอกว่าไม่ซื้อให้ก็ร้องจะเอา ร้องเอาตุ๊กตา ร้องเอาของเล่นตลอดทางมาตลาด ฉันนึกถึงตัวเองวัยเด็กที่แม่ห้ามมาตั้งแต่ออกนอกบ้านเลยว่า"ถ้าร้องเอาของ วันหลังแม่จะไม่พาไปเที่ยวอีก" ฉันไม่เคยร้องขออีกเลยนับจากวันที่ถูก"ตี" ในครั้งนั้น

แต่แม่ของหนูน้อยดูจะ"รัก"เธอมาก แต่เป็นความรักที่ไม่ถูกทางเพราะ"การตามใจ" จะทำให้เธอเคยชิน...

พอรถวิ่งไปได้สัก 15 นาทีฉันเริ่มเอะใจ มองทางก็ไม่เห็นป้าย ไม่เห็นธง ฉันเลยตัดสินใจถามคนบนรถทั้งแม่เด็กหญิง และคนอื่นๆ แบบ เลิกวางฟอร์ม  ว่า... "รถนี่ไม่ได้ไปเกษตรหรือคะ"

เขาก็ถามกันกลับ(ทั้งรถ) ว่า  "ใช่ไป เกษตร"

ฉันก็ถามเขากลับไปใหม่ว่า "ไปเกษตรที่เป็นวิทยาลัยเกษตร อำเภอธวัชบุรี" ใช่ไหมคะ

ฟังคำตอบแล้วจะเป็นลม ..." ไม่ใช่ ... ไปเกษตรวิสัยจ้า"

เอาแล้ว ฉันตกร่องตัวเอง(อีกแล้ว) เพราะเข้าใจว่าถ้าเราบอกว่าไปเกษตร ที่เพชรบุรี ก็จะไปจอดหน้าวิทยาลัย แต่ที่ร้อยเอ็ด มีอำเภอเกษตรวิสัย ค่ะ ถ้านั่งรถไปเกษตรวิสัย สงสัยว่าวันนี้ฉันคงไปประชุมไม่ทันเป็นแน่

ถ้าไม่รู้ต้อง"ถาม" ก่อน ให้แน่ใจ และต้องถามให้ชัดเจน ไม่ย่อความ ไม่คิดเอาเอง

เฮ้อ นั่งรถย้อนกลับมาอีก 20 กิโล ถึงจะมาต่อรถไปอีกแค่ 7 กิโลเองจากในเมือง

ประสบการณ์ตรงจริงๆ