<p style="margin: 3.6pt 0.9pt 0pt 13.85pt; tab-stops: 36.0pt" class="MsoNormal">จากที่ผมได้เคยศึกษาลัทธิเต๋า (แบบฉาบฉวย) มาตลอดระยะเวลาหลายปีของชีวิตการทำงาน </p><p style="margin: 3.6pt 0.9pt 0pt 13.85pt; tab-stops: 36.0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 3.6pt 0.9pt 0pt 13.85pt; tab-stops: 36.0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 3.6pt 0.9pt 0pt 13.85pt; tab-stops: 36.0pt" class="MsoNormal">ทำให้ผมได้พบประเด็นสำคัญในชีวิตที่น่าจะนำมาบันทึกไว้ </p><p style="margin: 3.6pt 0.9pt 0pt 13.85pt; tab-stops: 36.0pt" class="MsoNormal"></p><p>เพื่อเป็นแนวทางในการทำความเข้าใจคนและชีวิตจริงในภาคปฏิบัติในบางมุมที่ผมค้นพบด้วยความบังเอิญ </p><p> </p><p style="margin: 3.6pt 0.9pt 0pt 13.85pt; tab-stops: 36.0pt" class="MsoNormal">ตามความเข้าใจของผมนั้น</p><p style="margin: 3.6pt 0.9pt 0pt 13.85pt; tab-stops: 36.0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 3.6pt 0.9pt 0pt 13.85pt; tab-stops: 36.0pt" class="MsoNormal"></p><p> ลัทธิเต๋าจะวางหลักการ ที่สะกิดให้คนคิดค้น ทำความเข้าใจแบบย้อนกลับไปกลับมา </p><p>เช่น ที่พบบ่อยที่สุดคือ “มี คือ ไม่มี” และ ”ไม่มี คือ มี” เป็นต้น </p><p>ที่เป็นประเด็นทำให้ เราต้องมาหยุดคิด ใคร่ครวญ ตรึกตรอง อย่างรอบคอบในการดำรงชีวิต </p><p>แนวคิดนี้ได้ถูกนำมาใช้บ่อยครั้งในกลยุทธ์ของการต่อสู้กัน ในเรื่อง สามก๊ก โดยเฉพาะกลยุทธ์ที่ใช้โดย “ขงเบ้ง” และคู่ปรับที่สำคัญ “สุมาอี้” </p><p> </p><p style="margin: 3.6pt 0.9pt 0pt 13.85pt; tab-stops: 36.0pt" class="MsoNormal">ในชีวิตการทำงานและงานสอนของผม ผมได้รับบทเรียนที่ผิดพลาดบ่อยที่สุดคือ</p> <p style="margin: 3.6pt 0.9pt 0pt 13.85pt; tab-stops: 36.0pt" class="MsoNormal">ไปเชื่อนักศึกษา หรือ ผู้ร่วมงานที่บอกว่า </p> <p style="margin: 3.6pt 0.9pt 0pt 13.85pt; tab-stops: 36.0pt" class="MsoNormal">“เข้าใจครับ”</p> <p style="margin: 3.6pt 0.9pt 0pt 13.85pt; tab-stops: 36.0pt" class="MsoNormal">“รู้แล้วครับ”</p><p style="margin: 3.6pt 0.9pt 0pt 13.85pt; tab-stops: 36.0pt" class="MsoNormal"></p><p> และ ให้ทำงานที่ต้องรับผิดชอบสูงๆ </p><p> </p><p style="margin: 3.6pt 0.9pt 0pt 13.85pt; tab-stops: 36.0pt" class="MsoNormal">ที่พบว่า มักพลาดบ่อยครั้ง</p> <p style="margin: 3.6pt 0.9pt 0pt 13.85pt; tab-stops: 36.0pt" class="MsoNormal">เพราะ</p> <p style="margin: 3.6pt 0.9pt 0pt 13.85pt; tab-stops: 36.0pt" class="MsoNormal">คนที่พูดว่าเข้าใจ </p><p style="margin: 3.6pt 0.9pt 0pt 13.85pt; tab-stops: 36.0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 3.6pt 0.9pt 0pt 13.85pt; tab-stops: 36.0pt" class="MsoNormal">ส่วนใหญ่</p><p style="margin: 3.6pt 0.9pt 0pt 13.85pt; tab-stops: 36.0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 3.6pt 0.9pt 0pt 13.85pt; tab-stops: 36.0pt" class="MsoNormal"> เนื่องมาจากเขาไม่เข้าใจ </p><p style="margin: 3.6pt 0.9pt 0pt 13.85pt; tab-stops: 36.0pt" class="MsoNormal"></p><p>เพียงแต่คิดว่าตัวเองเข้าใจเท่านั้น </p><p></p><p>และก็มักจะมาต่อว่าผมทีหลังว่าทำไมไม่บอก </p><p>ในประเด็นที่เขาไม่เข้าใจ(ที่พบในทีหลังนั้น)กันเสียแต่แรก </p><p style="margin: 3.6pt 0.9pt 0pt 13.85pt; tab-stops: 36.0pt" class="MsoNormal">ทั้งๆที่ ผมพยายามจะบอกในบางเรื่องที่พอจะเดาได้ว่า ยังไม่น่าจะเข้าใจได้โดยง่าย</p><p style="margin: 3.6pt 0.9pt 0pt 13.85pt; tab-stops: 36.0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 3.6pt 0.9pt 0pt 13.85pt; tab-stops: 36.0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 3.6pt 0.9pt 0pt 13.85pt; tab-stops: 36.0pt" class="MsoNormal">แต่ ก็ไม่ค่อยฟัง ด้วยความที่คิดว่าตัวเองเข้าใจดีแล้วนั่นเอง</p><p style="margin: 3.6pt 0.9pt 0pt 13.85pt; tab-stops: 36.0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 3.6pt 0.9pt 0pt 13.85pt; tab-stops: 36.0pt" class="MsoNormal">ผมเลยมาหาทางออกใหม่ว่า เราจะค้นหาคนที่เข้าใจได้อย่างไร</p> <p style="margin: 3.6pt 0.9pt 0pt 13.85pt; tab-stops: 36.0pt" class="MsoNormal">ผมพบว่า</p> <p style="margin: 0cm 0.9pt 0pt 13.85pt; tab-stops: 36.0pt" class="MsoNormal">คนส่วนใหญ่ ที่บอกว่า เข้าใจดี คือคนที่ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่</p> <p style="margin: 0cm 0.9pt 0pt 13.85pt; tab-stops: 36.0pt" class="MsoNormal">แต่ คนที่บ่นว่าไม่เข้าใจมากที่สุด กลับเป็นที่เข้าใจมากที่สุด</p> <p style="margin: 3.6pt 0.9pt 0pt 13.85pt; tab-stops: 36.0pt" class="MsoNormal">เพราะคนที่เข้าใจนั้น จะคิดต่อไปเรื่อยๆ เลยทำให้ ดูเหมือนว่าตัวเองไม่เข้าใจ</p> <p style="margin: 0cm 0.9pt 0pt 3.6pt; tab-stops: 36.0pt" class="MsoNormal">และ อีกมุมหนึ่ง </p><p style="margin: 0cm 0.9pt 0pt 3.6pt; tab-stops: 36.0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0.9pt 0pt 3.6pt; tab-stops: 36.0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0.9pt 0pt 3.6pt; tab-stops: 36.0pt" class="MsoNormal">ผมพบว่า ในโลกแห่งความเป็นจริง </p><p style="margin: 0cm 0.9pt 0pt 3.6pt; tab-stops: 36.0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0.9pt 0pt 3.6pt; tab-stops: 36.0pt" class="MsoNormal"></p><p>ทุกอย่าง อยู่ในภาวะเชิงเปรียบเทียบ (Relativity) ครับ </p><p> </p><p style="margin: 0cm 0.9pt 0pt 3.6pt; tab-stops: 36.0pt" class="MsoNormal">เช่น</p> <p style="margin: 0cm 0.9pt 0pt 13.85pt; tab-stops: 36.0pt" class="MsoNormal">ในโลกแห่งความจริง ทุกคนก็มีแนวโน้มจะเป็นเด็ก โดยไม่จำกัดอายุ </p><p style="margin: 0cm 0.9pt 0pt 13.85pt; tab-stops: 36.0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0.9pt 0pt 13.85pt; tab-stops: 36.0pt" class="MsoNormal"></p><p>เมื่อ เทียบกับหน้าที่ และงานที่ทำทุกวัน โดยเฉพาะงานใหม่ที่มีมาทุกวัน ในบทบาทที่เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละวัน </p><p> </p><p style="margin: 0cm 0.9pt 0pt 13.85pt; tab-stops: 36.0pt" class="MsoNormal">ในงานหลายงานที่ทำ ผมก็ยังเป็นเด็กเดินเตาะแตะ ทำได้บ้าง ไม่ได้บ้างอยู่เลย นี่คือตัวอย่างง่ายๆ</p> <p style="margin: 0cm 0.9pt 0pt 13.85pt; tab-stops: 36.0pt" class="MsoNormal">ดังนั้น ผมจึงมักอวยพรให้กับทุกคนว่า "โตเร็วๆนะ" </p><p style="margin: 0cm 0.9pt 0pt 13.85pt; tab-stops: 36.0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0.9pt 0pt 13.85pt; tab-stops: 36.0pt" class="MsoNormal">ที่คนส่วนใหญ่คิดว่าผมพูดเล่น ทั้งๆที่ ผมจริงจังกับคำนี้มากๆ ทุกครั้งที่พูด</p> <p style="margin: 0cm 0.9pt 0pt 13.85pt; tab-stops: 36.0pt" class="MsoNormal">คนที่เข้าใจชีวิต จะเข้าใจประโยคนี้ คนที่ไม่เข้าใจเท่านั้นที่คิดว่าผมพูดตลกเล่นไปเฉยๆ</p> <p style="margin: 0cm 0.9pt 0pt 13.85pt; tab-stops: 36.0pt" class="MsoNormal"> โดยเฉพาะ เด็กมักคิดว่าตัวเองโตแล้ว ตัดสินใจอะไรเองได้แล้ว ไม่ต้องการคำแนะนำจากใคร </p><p style="margin: 0cm 0.9pt 0pt 13.85pt; tab-stops: 36.0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0.9pt 0pt 13.85pt; tab-stops: 36.0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0.9pt 0pt 13.85pt; tab-stops: 36.0pt" class="MsoNormal">หรือฟังคำแนะนำ แบบหยิ่งว่าตัวเองเข้าใจดีแล้ว ฟังไปงั้นๆ อย่างเสียไม่ได้</p><p style="margin: 0cm 0.9pt 0pt 13.85pt; tab-stops: 36.0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0.9pt 0pt 13.85pt; tab-stops: 36.0pt" class="MsoNormal">แต่ คนที่เป็นผู้ใหญ่จะมีความรู้สึกว่าตัวเองยังเป็นเด็ก </p><p style="margin: 0cm 0.9pt 0pt 13.85pt; tab-stops: 36.0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0.9pt 0pt 13.85pt; tab-stops: 36.0pt" class="MsoNormal">อันนี้เป็นสิ่งที่ผมพบในชีวิตจริงของผม และเพื่อนร่วมงานที่เข้าใจตัวเอง</p> <p style="margin: 0cm 0.9pt 0pt 13.85pt; tab-stops: 36.0pt" class="MsoNormal">ดังนั้น ความเป็นเด็ก กับความเป็นผู้ใหญ่ จึงมีเส้นแบ่งกันประมาณนี้แหละ</p> <p style="margin: 0cm 0.9pt 0pt 13.85pt; tab-stops: 36.0pt" class="MsoNormal">จึงน่าจะเป็นที่มาของ “การอ่อนน้อม” ของคนที่เป็น “ผู้ใหญ่” และการ “อวดเก่ง” ของ “เด็ก”</p> <p style="margin: 0cm 0.9pt 0pt 13.85pt; tab-stops: 36.0pt" class="MsoNormal">และในทางกลับกันครับ</p> <p style="margin: 0cm 0.9pt 0pt 13.85pt; tab-stops: 36.0pt" class="MsoNormal">เช่นเดียวกับคนโง่ ชอบอวดฉลาด แต่คนฉลาดจะรู้ว่าตัวเองยังโง่</p> <p style="margin: 0cm 0.9pt 0pt 13.85pt; tab-stops: 36.0pt" class="MsoNormal">คนที่ไม่เข้าใจจะคิดว่าตัวเองเข้าใจแล้ว</p> <p style="margin: 0cm 0.9pt 0pt 13.85pt; tab-stops: 36.0pt" class="MsoNormal">ผมใช้หลักการนี้วัดความเข้าใจในการเรียนของนักศึกษา</p> <p style="margin: 0cm 0.9pt 0pt 13.85pt; tab-stops: 36.0pt" class="MsoNormal">แต่ อย่างว่าแหละครับ ทุกอย่างมีข้อยกเว้นครับ</p> <p style="margin: 0cm 0.9pt 0pt 13.85pt; tab-stops: 36.0pt" class="MsoNormal">แต่ถ้าอาศัยหลักการนี้ จะพลาดน้อย</p> <p style="margin: 0cm 0.9pt 0pt 13.85pt; tab-stops: 36.0pt" class="MsoNormal">ข้อผิดพลาด ก็คือ ประเด็นข้อยกเว้นนั่นแหละ</p> <p style="margin: 0cm 0.9pt 0pt 13.85pt; tab-stops: 36.0pt" class="MsoNormal"> ดังนั้น ถ้าเราถือการรักษาส่วนใหญ่ไว้ ไม่ค่อยพลาด ยกเว้น ก็พลาดนิดหน่อยเป็นธรรมดา</p> <p style="margin: 0cm 0.9pt 0pt 13.85pt; tab-stops: 36.0pt" class="MsoNormal">ในการทำงานหลายๆอย่าง ได้ครึ่งเสียครึ่งเขายังว่าใช้ได้เลยครับ</p> <p style="margin: 0cm 0.9pt 0pt 13.85pt; tab-stops: 36.0pt" class="MsoNormal">การทำงานแล้วได้ ๙ ส่วนเสียหนึ่งส่วน ไม่น่าจะมีปัญหาเท่าไหร่หรอก</p> <p style="margin: 0cm 0.9pt 0pt 13.85pt; tab-stops: 36.0pt" class="MsoNormal">แต่หลักนี้เป็นเพียงหลักวิทยาศาสตร์ ที่แตกต่างจากหลักการปกครอง และกฎหมาย ที่กำหนดว่า ถ้าจะลงโทษคนที่ทำถูกคนหนึ่งนั้น สู้เสี่ยงปล่อยคนทำผิดสิบคนจะดีกว่า</p> <p style="margin: 0cm 0.9pt 0pt 13.85pt; tab-stops: 36.0pt" class="MsoNormal">นี่ก็เป็น เท่าที่ผมได้ยินมาแบบฉาบฉวยเช่นเดียวกันครับ</p> <p style="margin: 0cm 0.9pt 0pt 13.85pt; tab-stops: 36.0pt" class="MsoNormal">เราจึงยังมีผู้ร้ายลอยนวลอยู่ในสังคมปัจจุบันได้อย่างสบายๆ</p> <p style="margin: 0cm 0.9pt 0pt 13.85pt; tab-stops: 36.0pt" class="MsoNormal">วิทยาศาสตร์กับสังคมต่างกันตรงนี้แหละครับ</p>
บทเรียนและการปรับใช้ลัทธิเต๋าในชีวิตของผม
คนส่วนใหญ่ ที่บอกว่า เข้าใจดี คือคนที่ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ แต่ คนที่บ่นว่าไม่เข้าใจมากที่สุด กลับเป็นที่เข้าใจมากที่สุด
เกรงแต่จะเป็นปล่อยคนผิด 9 คน ลงโทษแพะอีก 1 ตัว.
นั่นเป็นการปฏิบัตินอกหลักการครับ
ขอบคุณครับ
สนใจเต๋าเช่นกันค่ะ ภาพวาดพู่กันจีนที่ติดตา คือ "นักปราชญ์โง่" เป็นประเด็นเดียวกันกับที่อาจารย์พูดถึงเลยค่ะ
คงต้องกลับไปอ่านหนังสือแนวนี้ใหม่อีกครั้ง หลังจากที่ตัวเอง "หลุด" ไปพอสมควร
ขอบคุณค่ะอาจารย์
ครับ
เวลาเจออุปสรรคในการทำงาน ก็มีกจะเป็นโอกาสอันดีที่จะมาหยุดทบทวนตัวเองโดยอาศัยลัทธิเต๋านี่แหละครับ
พัฒนาความคิด และแก้ปัญหาเชิงหลักการ และเริ่มต้นใหม่ได้ดีที่สุด
คนส่วนใหญ่มักจะหลงระเริงในยามสำเร็จ
"ไม่เห็นโลงศพ ไม่หลั่งน้ำตา"
ไม่ศึกษา ไม่ค้นคว้า ต้องเจ็บเสียก่อนแล้วค่อยมาเรียน เป็นเรื่องธรรมดา
การเปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาส ก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งในการนำลัทธิเต๋ามาประยุกต์ใช้ครับ
ผมก็จะหาโอกาสทบทวนเหมือนกันครับ
สวัสดีค่ะท่านอาจารย์
-เคยอ่านลัทธิเต๋าอยู่บ้างแต่นานแล้วค่ะ เพิ่งจะมาฟื้นความรู้กับอาจารย์ค่ะ
เดิมเราคิดว่าทำอะไรแล้วเท่ห์ ที่รู้กว่าคนอื่น จริงอ่านก่อนใคร
สุดท้าย ไม่เท่าผู้ปฏิบัติจริง จึงจะเห็นจริงกับเรื่องที่เราศึกษา
- ตอนนี้เริ่มอายุมากขึ้น ผ่านประสบการณ์ ทั้งงาน และชีวิต ได้เรียนรู้ไม่มีที่สิ้นสุด เข้าใจคำว่า
"การอ่อนน้อม" ของคนที่เป็น "ผู้ใหญ่" และการ "อวดเก่ง" ของ "เด็ก" และคำว่า "คนโง่ ชอบอวดฉลาด แต่คนฉลาดจะรู้ว่าตัวเองยังโง่"
อย่างท่องแท้ เมื่อเราผ่านประสบการณ์นั้นมาแล้ว
เต่า
ครูบาครับ
อย่าลืมขีดฆ่าไม้เอก ให้เป็นจัตวา ซิครับ
เดี๋ยวคุณหมอนักวิ่งก็จะกลายเป็นหมอนักคลาน
แล้ว เฮฮาศาสตร์ เราจะทำอย่างไรกันครับ
สวัสดีครับ
พูดเรื่องไหนก็เรื่องเดียวกัน?
ครับ
โจทย์ยากไปครับ แกะไม่ออกครับ
ผมว่าคนเดียวนี้ห่างเหินจากธรรมชาติเลยทำให้จิตใจร้อน....มากขึ้น
ช่วยขยายความนิดหนึ่งได้ไหมครับ แต่ผมก็เชื่อเช่นนั้นครับ ผมจึงใช้ KM ธรรมชาติ นำทาง ไงครับ