"ทีม" เป็นคำที่ใคร ๆ ก็ต้องการทำและต้องการมีให้กับตนเอง การสร้างทีม เป็นความยากที่จะทำให้เกิดขึ้นได้ เพราะเป็นความหมายที่รวมถึง "ความศรัทธาและความมีบารมี"
การที่คนเราจะเข้าไปร่วมทำงานหรือเข้าไปเป็นทีมงานกับใครนั้นจะมาจากมีนิสัยคล้าย ๆ กัน มีเนื้อหาที่ทำคล้าย ๆ กับที่สนใจ และนำคนที่มีความสามารถหลากหลายมาช่วยกัน โดยเฉพาะมีการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน หรือ "มีใจให้กัน"
การสร้างทีมมีจุดเริ่มต้นจาก "หาจุดร่วม/จุดสนใจร่วม" ของทุกคน มากำหนดเป็นเป้าหมายร่วมของทีมงาน ทำให้เห็นกระบวนการและขั้นตอนการทำงานที่จะนำไปถึงเป้าหมายนั้น เสร็จแล้วจึงมาจัดสรรและแบ่งงานกันทำ อาจจะเป็นทีมย่อย ๆ ตามความเก่ง/ความถนัด ที่เป็นทีมกิจกรรม (ตามความรู้ความสามารถ) โดยมุ่งให้ทุกคนได้ผลประโยชน์ร่วมมากกว่ามุ่งเน้นการเสียสละ ดังนั้น การทำงานเป็นทีมจึงต้องมีแรงเสริมหนุน อาทิเช่น มีการเสริมหนุนภาคบังคับ และการเสริมหนุนภาคอิสระ/เสรีภาพ
การใช้วิธีการจัดการความรู้ (KM) จึงเข้ามาเชื่อม "ทีมงาน" ที่เกิดจากคน สู่กลุ่ม สู่เครือข่าย มีการจัดเวทีเรียนรู้ร่วมกัน มีการเยี่ยมเยียนสมาชิก และมีแรงจูงใจมาเสริมหนุนให้ทีมงาน ได้มีโอกาสแสดงความรู้ความสามารถและศักยภาพที่มี นอกจากนี้ผลสะท้อนกลับของความเป็นทีมนั้นก็จะมี "ตัวชี้วัด" ได้แก่ ความรู้ความเข้าใจที่มีการสื่อสารได้ตรงกัน/รู้ตรงกัน, มีเป้าหมายร่วมกัน, ไม่มีการซุบซิบนินทา, มีการจับเข่าคุยกัน, มีบรรยากาศที่โปร่งใสในการอยู่ร่วมกัน สิ่งสุดท้ายคือ มีทัศนคติที่ดีต่อกัน/คิดในเชิงบวก
ก็เป็นข้อมุลที่เกิดขึ้นจากการเสวนาในเวทีการประชุมคณะทำงาน kM ของสำนักพัฒนาการถ่ายทอดเทคโนโลยี ประจำปีงบประมาร 2551 ครั้งที่ 1/2551 ที่นำมาเล่าสู่กันฟังค่ะ.
สวัสดีครับ
แวะมาทักท้าย
ทีมเป็นองค์ประกอบที่สำคัญ ในการทำงานเกือบทั้งสิ้น ขาดทีมก็เปรียบเสมือน
คนตาบอด คลำช้าง จับที่ห้างก้ช้าง หัว ก็ว่าเป็นช้างหมด
น่าสนใจมากครับ