แต่ก็ผิดคาด โยคะไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิดเลย
คนเรานี่ก็แปลก เวลาจะต้องไปที่ไหน ก็มักจะได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับสิ่งนั้นๆ อยู่เรื่อย เช่นผู้เขียนกำลังจะไปอินเดีย ก็ได้มาเกี่ยวข้องกับเรื่องของอินเดีย
มีอันต้องไปเรียนวิชาโยคะในช่วงนี้ ก็ไม่ทราบหรอกว่าที่จริงโยคะ มันหมายถึงอะไรบ้าง คิดว่าเป็นการดัดตัว แก้เมื่อยอะไรทำนองนั้น แต่ก็อยากเข้าไปเรียนรู้
แต่ก็ผิดคาด โยคะไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิดเลย อาจารย์ผู้สอนมาจาก สำนักโยคะวิชาการ ที่ร่วมกับสมาคมหมอชาวบ้าน เป็นต้นตำรับ จากประเทศอินเดียโบราณเลย แท้จริงโยคะคือการดูแลสุขภาพอย่างองค์รวม และเป็นการรวมกายและใจ ให้เป็นหนึ่งเดียว เป็นการฝึกให้รู้ตัวตลอดเวลา และสมาธิ ใครเคยฝึกอย่างไร ตำรับไหน มาบ้าง แต่ผุ้เขียนเรียนโยคะที่อยู่ภายใต้ ความนิ่ง สบาย ออกแรงน้อย และมีสติ
จะเล่าในบางส่วนที่ได้ข้อคิดกลับมาจากการถูกฝึก เริ่มต้นเลย การกินอย่างมีสติ ก่อนกินอาหาร ต้องมีการกล่าวถึงคุณของอาหาร ของผู้ผลิต และผู้ปรุง มีสติในการเคี้ยว ๓๐ ครั้งต่อคำ
เป็นคนที่กินอาหารค่อนข้างเร็ว เคี้ยวเร็วกินเร็ว แต่พอมาถูกให้นั่งกินข้าวทีละคำ อย่างสำรวม และค่อยๆเคี้ยวๆค่อยๆกลืน ได้ความรู้สึกที่แตกต่างอย่างมาก
ทำให้เรารู้ว่า ข้าวนี้ รสชาดช่างหอมหวานลิ้นจริงๆ อร่อยทุกคำ ส่วนเนื้อสัตว์นี่แปลก ยิ่งเคี้ยว ยิ่งจืดชืด ที่เรามีความรู้สึกว่า ทำอะไรต้องใส่เนื้อสัตว์ เดี๋ยวไม่อร่อย นั้นเราเข้าใจผิด ข้าวก้อง ก้อนเท่ากำปั้น กินอิ่มไปทั้งวัน มารยาทในการกิน ไม่พูดไม่คุย หลายคนอึดอัด เพราะความคุ้นเคย ที่เรามักใช้เวลากินเป็นการสังสรรค์เฮอาทุกมื้อ มาคิดๆแล้ว ก็ดีไม่ใช่น้อย อย่างน้อย ก็คงไม่เกิดเรื่อง ทะเลาะกันกลางวงข้าว ที่ได้ยินบ่อยๆ กินช้าว ไม่คุย กลับใช้เวลาน้อย และหมดภาระกับการกินอย่างไม่ต้องกังวล กินให้หมด ตามที่ตัก ไม่ให้เหลือ ของทิ้งขว้างไม่มี
ตลอดการอบรม ไม่มีกินเบรค ก็ไม่รู้ว่ากินทำไม มันเป็นส่วนเกินของเราแท้ๆ
ผู้เขียนเข้าเรียนมา ๔ วันแล้ว เห็นคุณค่าของการฝึกโยคะ ที่โยคีสมัยก่อนเขาปฏิบัติกัน ที่ว่าแปลกแต่แรกนั้น เพราะกำลังจะบอกว่า ได้มีโอกาสรู้จักอินเดียเพิ่มขึ้น ได้เรียนปรัชญาอินเดีย ทำให้รู้ว่า คนอินเดียคิดอย่างไร ดำรงชีวิต และมีเป้าหมายชีวิตอย่างไร
ถ้ามีโอกาส จะได้เล่าแลกเปลี่ยนกันต่อไป แต่ที่ชอบมากคือ อาจารย์เรียกผู้เรียนว่า โยคีน้อย เลยสรุปในใจว่าเราเป็น โยคีน้อย ที่กำลังจะเข้าชั้นเรียนวิถีโยคี ดีจัง
สวัสดีค่ะอ.ขจิต
เอ ที่ชวนน่ะ ไม่ใช่บ้านพี่นุชนี่ แต่เอาเถอะ จะสอบถามก่อน พี่นุชรับแขกได้กี่คน อย่าไปไหนไกลนะ รอคำตอบแถวๆนี้แหละ
ล่าให้ฟังบ่อยๆนะสนใจ สนใจ น้องรุ่ง
สวัสดีค่ะ พี่รุ่ง โยคีน้อย
ทุกสิ่งอย่างดูเหมือนเหนี่ยวนำเกี่ยวข้องกันไปหมดเลยนะคะ
ยินดีด้วยค่ะ
พี่นุชคุณนายด๊อกเตอร์รึป่าว อย่าลืมป้าแดง เด้อ
คุณหมอบุญรุ่งคะ
ที่บ้านพี่ เคยมีโยคี นุ่งขาวห่มขาว มาอยู่ด้วย 1 อาทิตย์ โดยท่านมาธุระ และพี่ก็ได้ความรู้จากท่านไม่น้อย และได้เล่าให้ฟังว่า.....
ท่านจะไปๆมาๆ ระหว่างการเข้าฝึกเข้ม กับการกลับมาใช้ชีวิตตามปกติ
ในกระบวนการที่มีการเข้าออกการฝึกเช่นนี้เรียก ได้ว่ามีพลังอย่างยิ่ง
เพราะแม้แต่ชีวิตที่อยู่ในการเข้าฝึกเข้มก็สามารถกลายเป็นรูปแบบที่เคยชินได้อีกนะคะ
<p style="margin: 0cm 0cm 10pt" class="MsoNormal">ผู้ฝึกจะใช้เวลาสองสามอาทิตย์หรือหนึ่งปีเต็ม ในการฝึกเข้ม </p>
จากนั้นก็อาจเพิ่มเวลามากขึ้นสำหรับการเข้าเงียบ
การไปฝึกนานๆ การเปลี่ยนแปลงทางจิตวิญญาณของเขากลับเกิดขึ้นได้น้อยกว่าเมื่อเขาเลือกที่จะฝึกแล้วกลับมาใช้ชีวิตข้องเกี่ยวกับโลก แล้วปล่อยวาง...
โยคีท่านจะสลับๆไปมาอย่างนี้ แต่ยืดเวลาการอยู่วิเวกให้นานขึ้นไปเรื่อยๆท่านเคยติดต่อมาครั้งล่าสุดนานแล้ว และยังไม่ติดต่อมาอีกเป็นปีแล้วค่ะ</span>
สวัสดีครับคุณตันติราพันธ์
เมื่อคืนหลับตั้งแต่หัวค่ำ เลยไม่ได้เข้ามาเยี่ยม
การฝึกให้ตามทันธรรมชาติ...เป็นสิ่งที่ดีสำหรับตัวเราเองครับ
โชคดีนะครับ
สวัสดีครับ
แวะเข้ามาเพื่อจะบอกว่า สรุปตรงกันกับคุณพี่ศศินันท์ครับ
การสร้างความสมดุลย์จึงสำคัญมาก
สาธุ
สวัสดีค่ะพี่บางทราย
ได้มาเรียนรู้เรือ่งราว และศาสตร์ของอินเดีย แปลกดีเหมือนกัน โยคีที่กล่าวถึงคือนักบวชลัทธิหนึ่ง เห็นว่ายังมีอยู่จนปัจจุบันนี้
แต่โยคีน้อยนี้ เป็นเพียงผู้เพ่งเพียรเผากิเลส ไม่ใช่นักบวชในอินเดีย
มีเรื่องที่อยากเล่าให้ฟังหลายเรื่องเหมือนกันค่ะ ในโอกาสต่อไปนะคะ
ป้าแดงสวัสดีค่ะ
ใช่แล้วค่ะ พี่นุช คือคุณนายด็อกเตอร์ค่ะ พี่เขาใจดี อยากให้ไปพบก่อนไปอินเดียค่ะ ถ้าอย่างไร จะขออนุญาตพี่เขา และแจ้งให้ป้าแดงทราบนะคะ ถ้าจะไปวันไหน
ขอบคุณป้าแดงที่เข้ามาเยี่ยมค่ะ
โยคีน้อย
สวัสดีค่ะคุณsalahtoon
ยินดีมากค่ะที่เข้ามาทักทาย วันหน้าเรียนเชิญ ท่องเที่ยวตามสบายในบ้านหลังนี้นะคะ
ขอบคุณมากๆค่ะ
สวัสดีค่ะคุณพี่ Sasinanda
ขอบพระคุณกับเรื่องราวโยคีเพิ่มเติม จากประสบการตรงของคุณพี่นะคะ วันก่อนได้เรียนการล้างกระเพาะ ลำไส้ จมูก ของโยคีด้วยค่ะ แต่สัปดาห์หน้าจึงจะให้ทดลองทำ จะนำมาเล่ากันต่อไปค่ะ
สวัสดีค่ะนายช่างใหญ่
มาช้าดีกว่าไม่มานะคะ การฝึกโยคะ ได้ประโยชน์มาก ร่างกายก็หายเมื่อยขบ ระบบต่างๆดีขึ้น และที่สำคัญมีสติเกือบตลอดเวลาค่ะ นี่ก็ฝึกทุกวันเลยค่ะ
สวัสดีค่ะคุณเอกชน
ขอบคุณที่เข้ามาอ่าน แล้วได้แสดงตนทักทายด้วย ดีใจค่ะ คราวหน้าขอเชิญทุกบันทึก ตามสบายเลยค่ะ เต็มใจต้อนรับเสมอ
สวัสดีค่ะพี่โยคี
ค่ะ ตามที่พี่ทั้งสองบอกแหละค่ะ การทำอะไรซ้ำๆ ก็ทำให้เกิดความเคยชิน และเฉื่อยชาลงไปได้ การปฏิบัติธรรม ที่ทำทุกอิริยาบท จึงทำให้จิตเรา ตื่นตลอด ไม่แช่นาน จนเบื่อค่ะ
ขอบคุณพี่โยคีมากค่ะ
สวัสดีค่ะ
จะบอกน้องsuksom ว่า เราสามารถใช้โยคะ ในการดูแลสุขภาพประชาชนได้เลยคะ ตั้งแต่การสำรวมการกิน ความพอดีในทุกๆเรื่อง การบริหารร่างกายที่ไม่อันตราย และฝึกสติ ถ้าสนใจยินดีถ่ายทอดนะ เพราะหลักสูตรนี้ เขาเรียนให้เป็นครูโยคะ คือฝึกสอนพื้นฐานได้ค่ะ
สวัสดีครูRAK-NA ค่ะ
ปัจจุบัน มีการสอนโยคะ ด้วยการเข้าใจผิด คิดว่าโยคะคือการออกกำลังกาย คือการฝึกท่าต่างๆ แท้จริง ไม่ใช่เลยค่ะ ทุกท่าของโยคะต้องทำอย่างมีสติ ใช้แรงน้อย ต้องสบาย และร่างกายจิตใจนิ่งสงบขณะทำ
ดังนั้นการที่มีการบาดเจ็บ ถือว่าสอนผิด ไม่เป็นไปตามธรรมชาติ มีการฝืนร่างกาย กล้ามเนื้อ กระดูก เอ็นจึงบาดเจ็บ อันตรายมาก โดยเฉพาะต้นคอ มีไขสันหลัง ร้อยอยู่ข้างใน ถ้าผิดพลาดเข้าไปถึง อันตราย
ให้หยุดทันทีนะคะ ไม่ถูกทางแล้ว เอาไว้ถ้ามีการอบรม พี่จะบอก หรือพบกัน พี่จะสอนท่าที่ถูกให้นะคะ