Health promotion: การเรียนการสอน

           

           เมื่อวันพุธที่ 29 มกราคม ที่ผ่านมานี้เป็นอีกวันหนึ่งที่ผมมีความสุขกับการทำงานเสียเหลือเกิน มันเป็นความสุขจากการที่ได้ไปนั่งฟังนักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 4 นำเสนอโครงการที่พวกเขาคิดและได้ทำ รวมทั้งนำเสนอแผนที่ควรทำในอนาคตที่เกี่ยวข้องกับเรื่อง health promotion อีกด้วย แต่ก่อนอื่นผมขออนุญาตปูพื้นฐานของท่านผู้อ่านเกี่ยวกับการเรียนการสอนในเรื่องนี้ของคณะผมสักเล็กน้อยนะครับ

           

           Block health promotion เป็นหนึ่งใน block ของนักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 4 ซึ่งเป็นเสมือนหนึ่งกองที่เอาไว้พักร้อนนั่นเอง พูดอย่างนี้แล้วอาจจะตกใจ ผมคิดอย่างนี้แหละครับ เพราะว่าเป็นกองที่นักเรียนไม่ต้องขึ้นวอร์ดไปดูคนไข้ ไม่ต้องเจออาจารย์แพทย์แล้วรายงานเรื่องราวของผู้ป่วย ไม่ต้องเขียนรายงานคนไข้ที่รับไว้ดูแล ไม่ต้องๆๆๆอีกตั้งหลายอย่างเหมือนอย่างที่พวกกองศัลย์ กองอายุรกรรม หรืออีกหลายๆกองบนตึกผู้ป่วย แต่พวกกองนี้เขามานั่งวาดฝันกัน

           

             นักเรียนกลุ่มนี้จะได้รับการสอนให้รู้ถึงเรื่องราวที่เกี่ยวกับการส่งเสริมสุขภาพ แต่เป็นการเรียนรู้ที่แปลกประหลาดมาก เพราะพวกเขาต้องทำงานที่คล้ายกับงานศิลปะ เป็นต้นว่า โครงการ photovoice presentation ที่นักศึกษาแต่ละกลุ่มต้องสร้างสรรค์ผลงานถ่ายภาพ แล้วนำมาแสดงให้เพื่อนๆดู แล้ววิจารณ์กัน โดยที่หัวเรื่องจะเกี่ยวข้องกับการส่งเสริมสุขภาพ สนุกจริงๆที่ได้เข้านั่งฟังพวกเขานำเสนอ และครั้งนี้ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งของการเรียน ที่เหล่านักศึกษาต้องไปเขียนโครงการวิจัยและโครงงานต่อเนื่องที่ต้องหรือควรทำที่เกี่ยวเนื่องกับผลการวิจัย

           

             นักศึกษาแพทย์กลุ่มหนึ่งมาหาผมเมื่อสัปดาห์ก่อน เพื่อขอให้เป็นอาจารย์ที่ปรึกษางานวิจัย อันนี้ก็เลยงงงงเพราะว่าพวกเขามีอาจารย์อยู่แล้ว 2 ท่าน แต่คงได้รับคำแนะนำให้มาปรึกษาผมอีกรอบ เพราะเรื่องที่เขาทำคือเรื่องที่เกี่ยวกับเพศสัมพันธ์ เขาได้ไปเก็บข้อมูลวิจัยมาเรียบร้อยแล้ว และคงต้องการได้รับคำแนะนำเพิ่มเติมกระมัง ก็เลยได้คุยและทำความรู้จักกัน อันที่จริงก็รู้จักกันมาบ้างแล้ว เพราะเมื่อ 3 สัปดาห์ก่อนผมก็ไปบรรยายและเสวนาเรื่องโรคเอดส์กับพวกเขาอยู่เกือบ 3 ชั่วโมง

           

            การนำเสนอครั้งนี้เขามีด้วยกัน 8 กลุ่ม แต่ละกลุ่มได้ไปทำการเก็บข้อมูล วิเคราะห์ และเขียนโครงการหรือกิจกรรมที่ต้องทำในอนาคต แต่จะว่าไปก็เป็นเพียงตุ๊กตาเท่านั้น เพราะพวกเขาแค่ขายฝัน ใน block นี้เขาเน้นเรื่องการคิดโครงการ คิดเล็กคิดใหญ่ก็ขอให้ได้คิด หากคณะเห็นว่าน่าสนใจก็จะเอาไปดำเนินการต่อไปได้ เมื่อครั้งก่อนท่านคณบดีก็กรุณามานั่งฟังด้วย ท่านอาจารย์สกล นกไฟ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้บริหารรายวิชานี้มาเป็นผู้ดำเนินรายการทั้งวัน ส่วนผมนั่งฟัง นั่งวิจารณ์ นั่งให้คะแนน และหัวเราะ

           

             เรื่องที่ได้นำเสนอทั้ง 8 เรื่องคือ ขับปลอดภัยไร้มือถือ, โรงพยาบาลกันและกัน, แหย่จนตัน ปั่นจนทะลุ, ศึกษาแพทย์ ศึกษาเพศ, สุขทั้งคุณ สุขทั้งคอม, ปากเหม็น ทุกข์เข็ญใจ,sun protection, ยืนถูกวิธี ชีวีมีสุข ทั้ง 8 เรื่องนี้พวกเขาคิดกันเอง บางเรื่องเป็นเรื่องใกล้ตัวและบางเรื่องช่างไกลตัวเสียเหลือเกิน

ขับปลอดภัย ไร้มือถือ เป็นโครงการที่นักเรียนได้ไปเก็บข้อมูลภาคสนามจากผู้มาใช้บริการในโรงพยาบาลที่เกี่ยวกับพฤติกรรมการใช้มือถือขณะขับรถ น้องๆเขานำเสนอโดยมีวิดีโอคลิปที่ถ่ายกันเอง เป็นเรื่องแฟนที่ทะเลาะกัน จากนั้นขับรถออกไป เมื่อผู้ชายสำนึกผิดก็เลยโทรเข้าไปหาแฟน สาวน้อยเมื่อคุยโทรศัพท์ไปด้วยขับรถไปด้วยก็เกิดอุบัติเหตุขับรถชนต้นไม้ ตายเลย ฮากันทั้งห้อง จากนั้นก็นำเสนอโครงการที่จะลดพฤติกรรมดังกล่าวมากมาย

โรงพยาบาลกันและกัน กลุ่มนี้เขานำเสนอแบบง่ายๆ ไม่มีเทคโนโลยีหรูหรา แต่ว่ากินใจผมที่สุด เพราะเขาทำเรื่องการลดความรุนแรงระหว่างการทำงานในบุคลากรของโรงพยาบาล งานนี้เขาเริ่มจากการบรรยายเกี่ยวกับ conceptual frame work ตามมาด้วยงานวิจัยภาคสนาม และเสนอโครงงานที่จะทำหลายโครงงานมาก โดยให้ความสำคัญตามน้ำหนักของความต้องการของงบุคลากรที่เขาไปสำรวจมา โดยแต่ละโครงการเขาจะมีการประเมินผลเหน็บมาด้วยเสมอ สุดยอด

แหย่จนตัน ปั่นจนทะลุ โครงการนี้ฟังดูแล้วทะลึ่งหน่อย แต่แท้ที่จริงแล้วเป็นการนำเสนอเรื่องผลเสียของการแคะขี้หู กลุ่มนี้เขาทำหนังนาน 10 นาที ที่เกี่ยวกับเรื่องคนชอบปั่นหู แล้วขี้หูตันจนฟังกันไม่รู้เรื่อง มุขตลกเหลือเฟือเลย อาจารย์นั่งฟังไปก็ปั่นหูไปด้วย ฮา

ศึกษาแพทย์ ศึกษาเพศ โครงการนี้นี่เองที่เขามาปรึกษาให้ผมเป็นผู้แนะนำ นักเรียนทำได้ดีกว่าที่มานั่งคุยกับผมเสียอีก เขาต้องการรณรงค์เรื่องความตระหนักในอันตรายของเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัย เขาทำหนังสั้นแบบโฆษณา โดยเอานางเอกเป็นนักศึกษาแพทย์ โดยเริ่มเรื่องตั้งแต่ลูกสาวตัวเล็กพ่อส่งไปโรงเรียน สอบเข้าเรียนหมอได้ ท้อง ไปทำแท้ง แล้วพ่อแม่มานั่งไหว้ศพลูก งานนี้เล่นเอาอึ้ง เพราะมันโดนใจมาก ถึงแม้เค้าโครงจะใกล้เคียงกับโฆษณาของไทยประกันชีวิต แต่เล่นเอาผมน้ำตาซึม ว่าแล้วก็ขอคัดลอกหนังเอาไว้ เวลาไปบรรยายที่โรงเรียนจะได้เปิดให้เด็กๆดู

สุขทั้งคุณ สุขทั้งคอม เป็นโครงการที่รณรงค์ท่าทางการนั่งใช้คอมพิวเตอร์อย่างถูกวิธี เพื่อลดอาการตาล้า ตาแห้ง ปวดกล้ามเนื้อ เขาก็นำเสนอด้วยหนังสั้นเช่นเดียวกัน

ปากเหม็น ทุกข์เข็ญใจ เป็นโครงการที่เขาแนะนำวิธีป้องกันอาการปากเหม็นโดยให้เพื่อนๆอ่านบอร์ดความรู้ แล้วมาทำแบบทดสอบ ก่อนและหลังอ่าน งานนี้ได้คะแนนน้อยหน่อยเพราะว่าเรียกร้องความสนใจจากการจัดบอร์ดไม่ค่อยได้ครับ

Sun protection อันนี้เสียดายไม่ได้ฟัง เพราะต้องรีบวิ่งไปประชุมที่หน่วยกิจการนักศึกษา

ยืนถูกวิธี ชีวีมีสุข อันนี้เขานำนำเสนอด้วยวิดีโอ เพื่อให้ดูว่าเราควรยืนอย่างไร เพราะพวกเราหมอๆนั้น บางคนยืนกันทั้งวัน มาถึงตรงนี้ ผมก็โวยอ.สกลทันที เพราะว่าตอนที่ผมเป็นนักศึกษาแพทย์ ท่านนั้นเป็นอาจารย์แพทย์รุ่นเยาว์ ยืน round ตั้งแต่ 6 โมงเย็นยัน 3 ทุ่ม อยากจะอ๊วกแม้นึกย้อนหลัง shock คืออะไรคือคำถามที่ท่านถามพวกผมอยู่นานเป็นชั่วโมง ตอนนี้ยังอยู่ในกระเพาะอาหารผมเลยเชียว หัวเราะกันทั้งห้อง

            เรียกกันว่าตั้งแต่ 9 โมงเช้ายัน 4 โมงครึ่งเลย ไม่ง่วงเพราะว่านักเรียนเขานำเสนอเก่งมาก ไอเดียดี นำเสนอด้วยเทคโนโลยีที่น่าสนใจ แต่ที่น่าประทับใจและเกิดอารมณ์อิ่มเอิบนั้นก็คือ แนวความคิดที่เป็นเรื่องเป็นราว กรอบแนวคิดที่เขาวาดมา แนวทางการทำวิจัยที่มีเหตุมีผล บอกตรงๆว่า ตอนนั้นผมก็ทำไม่ได้ขนาดนี้ ดีใจจริงๆ