ภรรยานัดลูกได้ ๒ ใน ๓ ที่อยู่เมืองไทย ไปเที่ยวตลาดคลองสวนเมื่อเช้าวันที่ ๑๐ ธ.ค. ๕๐ ซึ่งเป็นวันหยุดงาน     เราอ่านพบในนิตยสาร ต่วย ‘ตูน ฉบับปักษ์แรก ธันวาคม ๒๕๕๐    เขียนโดย พลเอกโอภาส โพธิแพทย์      ตลาดคลองสวนเป็นตลาดโบราณที่ขนานไปกับคลองประเวศน์บุรีรมย์  ตรงรอยต่อระหว่าง ต. คลองสวน  อ. บางบ่อ  จ. สมุทรปราการ  กับ ต. เทพราช  อ. บ้านโพธิ์  จ. ฉะเชิงเทรา  มีคลองสวนคั่น 

         เราขับรถไปตามลายแทงของพลเอกโอภาส  คือขับรถไปตามมอเตอร์เวย์ พอเลยทางแยกเข้าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ประมาณ ก.ม. ๒๐ ก็เข้าเลนซ้ายมองดูป้ายสีเขียวใหญ่บอกทางไปลาดกระบัง     แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าไป    ขับไปประมาณ ๑ ก.ม. เป็น ๓ แยก ทางซ้ายไปลาดกระบัง  ทางขวาไปตลาดคลองสวน     เราเลี้ยวขวา  มีป้ายใหญ่บอกว่าไปตลาดคลองสวน ๑๕ ก.ม.    เราขับตรงไปเรื่อยๆ จนมีป้ายทางซ้ายบอกว่าเข้าตลาดคลองสวน    เราขับเลยไป ข้ามสะพาน พอลงสะพานก็เลี้ยวซ้ายตรงเข้าไปจอดรถที่ลานหน้าโรงเจเพ่งอังตั๊ว    แล้วเดินตรงเข้าไปที่ตลาดฝั่ง ต. เทพราช  อ. บ้านโพธิ์  จ. ฉะเชิงเทรา    

         ลูกสาวคนที่ทำมูลนิธิบอกว่า ชอบที่นี่มากกว่าตลาดอัมพวา     ดูเป็นของจริงมากกว่า     ที่อัมพวาเป็นตลาดน้ำ แต่ที่นี่เป็นตลาดบก  ที่ตลาดขนานไปกับคลองประเวศน์ฯ เป็นระยะทางกว่าครึ่งกิโลเมตร     โดยต้องเดินข้ามสะพานสูงข้ามคลองไปมาระหว่างสองจังหวัด แต่เป็นตลาดเดียวกัน    เจ้าของตลาดคือตระกูลอัศวาณิชย์ ซึ่งเป็นเจ้าของโรงสีโบราณที่อยู่ข้างๆ ด้วย     มีท่าเรือนำนักท่องเที่ยวล่องชมคลองประเวศน์ฯ และวัดเทพราช คนละ ๘๕ บาท ใช้เวลาชั่วโมงเศษๆ     แต่ตอนนั้นใกล้เที่ยงแดดจ้าเราจึงไม่ได้ใช้บริการ    ท่าเรือนี้ชื่อท่าเรืออัศวาณิชย์

         เราไปถึงประมาณ ๙.๓๐ น. จึงไปหาอาหารเช้ากิน    เราเลือกก๋วยเตี๋ยวร้านเจ๊ดำ ซึ่งรสชาติดีไม่ผิดหวัง    เราสั่งยำถั่วพูมากินก็อร่อยมาก    น้ำมะพร้าวก็ใช้ได้    เมื่อเดินและซื้อของจนจะกลับเราก็ไปที่ร้านแหลมทองเพื่อกินอาหารเที่ยง     ภรรยาสั่งข้าวผัดปู ผมสั่งผัดไทย     ลูกๆ ไม่กินข้าวแต่เราสั่งหอยจ๊อมา ๑๐ ลูก มากินด้วยกัน    พร้อมกับกาแฟเย็นซึ่งชงแบบโบราณ รสเข้ม    เจ้าของร้านชื่อเซียมเจ็ง คุยเก่งและอัธยาศัยดีมาก     เมื่อเราชวนคุยแกก็คุยไม่หยุด     บอกว่าเกิดที่นี่ เรียนหนังสือจบ ป. ๔ และอยู่ที่นี่มาตลอด     ว่าสมัยก่อนมีถนนตลาดนี้คึกคักมาก  มีอาหารและขนมขายไปจนเที่ยงคืน    แล้วซบเซาไป  จนมาได้รับโปรโมต (แกใช้คำนี้) เมื่อ ๓ ปีมานี้     ทำให้มีคนมาเที่ยวมากขึ้น    แต่ก็ไม่คึกคักเท่าสมัยโน้น

         เราถามว่าเป็นเจ้าของที่ที่ตั้งร้านเองหรือ  แกบอกว่าเช่าจากตระกูลอัศวาณิชย์ ในราคาเดือนละ ๑๐๐ บาท    แกบอกว่าจะหาร้านเช่าในราคาถูกอย่างนี้ไม่ได้อีกแล้ว  ร้านแหลมทองโภชนาเป็นร้านใหม่ ร้านเก่าคือ ยงกิมฮวด ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามถนนในตลาด ทั้ง ๒ ร้านนี้ถือเป็นร้านเดียวค่าเช่าเดือนละ ๑๐๐ บาท     เพราะตระกูลนี้เป็นเศรษฐีใจดี     คนที่นี่รู้จักลูกๆ ตระกูลนี้ทุกคน     ผมเอ่ยชื่อคุณบดินทร์ อัศวาณิชย์ ที่เป็นสมาชิก สนช. และกรรมการธนาคารไทยพาณิชย์     แกเอ่ยชื่อ หมอชูเกียรติ อัศวาณิชย์ ซึ่งเป็นอาจารย์ศัลยศาสตร์ที่ศิริราช  จบแพทย์จากอังกฤษ ได้ FRCS ซึ่งเราก็รู้จักดี     สมัยผมเรียนที่จุฬาฯ มีเพื่อนชื่อสุรกวง อัศวาณิชย์

         คืนก่อนเดินทางกะว่าจะเข้าอินเทอร์เน็ตค้นด้วย Google เพื่อหาข้อมูลตลาดคลองสวนเพิ่มก็มัวทำ PowerPoint เพลินจนเข้านอน    มาได้ค้นหลังกลับมาจากตลาดคลองสวนแล้ว     มีเรื่องราวของตลาดคลองสวนในอินเทอร์เน็ตมากมาย เช่น http://www.nairobroo.com/76/modules.php?name=News&file=article&sid=405 มีเรื่องราวและรูปภาพประกอบสวยงามมาก     แต่บางเว็บก็มีการโฆษณาร้านหอยจ๊อบางร้านและมีคนมาโจมตีว่าราคาแพง     คล้ายๆ คู่แข่งมาต่อสู้กันบนเน็ต    และมีอีกเว็บหนึ่งบอกว่าตลาดคลองสวนได้รับรางวัลชุมชนอนุรักษ์ดีเด่น ประจำปี ๒๕๔๗ จากสมาคมสถาปนิกสยาม    และได้ข้อมูลว่าตลาดนี้ได้รับการพัฒนาจากคณะครุศาสตร์สถาปัตย์  สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

         อาหารที่เราซื้อกลับมากินที่บ้านได้แก่ เป็ดพะโล้ร้านเจ๊เจ็ง    หมูกรอบและหางหมูพะโล้ ลืมจดหรือถ่ายรูปชื่อร้าน    ห่อหมกหัวและพุงปลา     และขนมอีก ๒ – ๓ อย่าง

         ผมมาได้ประจักษ์ว่าตลาดสมัยโบราณก็เหมือนห้างสรรพสินค้าสมัยนี้     คือเดินเข้าไปสามารถหาซื้อของได้ทุกอย่าง     ฤดูกาลนี้อากาศไม่ร้อน ก็เหมือนเดินห้างที่ติดแอร์    แต่ในตลาดโบราณแบบนี้พ่อค้าแม่ค้าอัธยาศัยดี เอาใจลูกค้าเก่ง     คำเชิญชวนที่ใช้กันทั่วไปคือถ้าบอกว่าไม่อร่อยไม่เอาสตางค์     ตลาดแบบนี้เป็นตลาดในชีวิตประจำวันของผู้คนสมัยก่อน    และค่อยๆ หมดไปเพราะ ๒ สาเหตุ
1. เจ้าของตลาดต้องการที่ดินเอาไปทำอย่างอื่น หรือขายที่ดินไป
2. ตลาดแบบนี้สู้ห้างสรรพสินค้าไม่ได้     เพราะดูไม่ทันสมัย  ออกจะคล้ายสลัมด้วยซ้ำไป

         ดังนั้นตลาดโบราณแบบตลาดคลองสวนจะอยู่ได้ต้องมีปัจจัยหนุน     ในกรณีของตลาดคลองสวนปัจจัยหนุนได้แก่
1. ตระกูลอัศวาณิชย์ ใจดี ไม่คิดแสวงหาผลประโยชน์จากที่ดินผืนนี้
2. เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เชิงนิเวศ  อยู่ไม่ไกลกรุงเทพ
3. เป็นทางผ่านไปนมัสการหลวงพ่อโสธร
4. มีหลายหน่วยงานช่วยโปรโมท

         ผมซื้อข้าวเม่าทอดของโปรดมา ๑ แพ ราคา ๑๐ บาท    อร่อยมาก     ข้าวเม่าทอดที่ปากเกร็ดและที่กรุงเทพ ๑ แพ ๓ ลูก ราคา ๒๐ บาท  

         อาหารและขนมที่ตลาดคลองสวนมีทั้งที่อร่อยและที่รสชาติธรรมดาๆ     ผมเห็นด้วยกับลูกสาวว่าคุณค่าอยู่ที่การมาซึมซับบรรยากาศของตลาดโบราณมากกว่าการมากิน

                               

หลังคาสังกะสีของตลาดคลองสวน ขนานไปกับคลองประเวศน์บุรีรมย์ เป็นระยะทางกว่าครึ่งกิโลเมตร

                                

           สะพานสูงข้ามคลองประเวศน์ไปยังวัดที่อยู่ตรงกันข้ามฝั่งคลอง

                                 

                 ร้านตัดผมโบราณ ไปคราวหน้าต้องหาโอกาสอุดหนุน

                                 

                                            ร้านนี้โบราณจริงๆ

                                 

                                           ร้านติดกันนี่ก็โบราณ

                                  

                 กินก๋วยเตี๋ยวที่ร้านเจ๊ดำ น้ำในคลองสะอาดอย่างนี้ตลอดปี

                                   

                      บ้านเศรษฐีโบราณ โปรดสังเกตกระเบื้องปูพื้น

                                     

                 สภาพภายในตลาดที่สะอาด เป็นระเบียบ น่าเดินเล่น

 

วิจารณ์ พานิช
๑๑ ธ.ค. ๕๐