เรือ   ล ลิง   น่ารู้...สู่...การวิจัย      

                สวัสดีค่ะ...กัลยาณมิตรใน Gotoknow  และคุณครูภาษาไทยทุกท่าน  นานมากแล้วที่ไม่ได้เข้ามาในบ้านวิจัยภาษาไทยเทิดไท้องค์ราชันนี้       วันนี้วันที่ ๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๕๑  ขอถือโอกาสเป็นฤกษ์งามที่เข้ามาพูดจาประสาพี่น้องกันนะคะ...        

               ในภาคแรกนี้ ขอเริ่มด้วยบทประพันธ์ ของ ศาสตราจารย์ ดร.สุจริต  เพียรชอบ  จากหนังสือชุดความรู้ภาษาไทย  ท่านอาจารย์ได้นำเสนอปัญหาเกี่ยวกับการพูดและการออกสียง ร    ไว้ได้น่าฟังและมองเห็นภาพชัดเชียวค่ะ...               

                   ภาษาไทยในปัจจุบันมีปัญหา          เมื่อคนฟังพูดจาและปราศรัย 

         ฟังแล้วไม่รู้เรื่องไม่เข้าใจ                     สื่อสารกันไม่ได้ดังใจจินต์ 

        เพราะพูดจาไม่ชัดให้ขัดเขิน                 พูดพล่อยเพลินทำให้เกิดการติฉิน 

       พูดปอดโป่งแทนปลอดโปร่งเมื่อยลยิน    ทำให้สิ้นศรัทธาในบุคคล 

        เมื่อพูดรักก็ต้องรักประจักษ์จิต              เมื่อพูดริดก็เป็นริดจึงได้ผล

       ไม่พูดรักเป็นลักพูดปะปน                     ทำให้คนสับสนในข้อความ 

        ควรระมัดระวังการออกเสียง                เพราะสำเนียงทำให้คนเหยียดหยาม

        พูดไม่ชัดก็ต้องหัดและพยายาม            พูดให้ถูกต้องตามที่ควรเป็น     

          

             จากบทประพันธ์ทำให้คิดถึงพี่ที่เป็นศึกษานิเทศก์ในที่ทำงานด้วยกัน   ท่านชื่อ นราวัลย์    คุณครูจะเรียกสั้น ๆ ว่า   อาจารย์นรา  แต่ความจริงเวลาออกเสียง ก็จะกลายเป็น   อา-จาน-นะ-ลา   ผู้เขียนมักถูกแซวว่าเป็นผู้รับผิดชอบภาษาไทยต้องทำให้เป็นตัวอย่าง  ต้องออกเสียงให้ถูกต้อง  นรา  ไม่ใช่ นลา    ยิ่งกลุ่มที่มีความสนิทชิดเชื้อกัน ก็จะเรียก    ป้าลา   ยิ่งไปกันใหญ่   อาจารย์นราวัลย์ก็จะบอกว่า  ป้าไม่ใช่ลา    ป้าฉลาดออก  .... แถมเก่งด้วย ...   ลาในนิทานอีสปโง่ไม่ใช่หรือ     โอ้โฮ !  ป้าเก่งจัง     คิดได้อย่างไรนี่          

                 ย้อนมาคิดถึงชื่อของตัวเอง วัชราภรณ์  เวลามีคนเรียก ก็จะเป็น วัด-ชะ-ลา-พอน   ตลอด   เท่าที่จำได้ไม่เคยได้ยินคำว่า   วัด-ชะ-รา-พอน  เลย     ทำให้คิดว่าขนาดผู้ใหญ่อย่างเราๆ   ยังออกเสียง    ไม่ถูกต้อง   แล้วเด็ก ๆ  จะไม่ผิดได้อย่างไร ...    

             ผู้เขียนได้พัฒนาสื่อ/นวัตกรรม/เทคนิควิธีการเพื่อแก้ปัญหาการใช้ ร     และ คำควบกล้ำ ไว้หลายชิ้นอยู่    จะค่อย ๆ นำเสนอเป็นตัวอย่างไปนะคะ  แต่ในตอนแรกนี้ขออนุญาตนำเสนอแนวคิดวิธีการของปูชนียาจารย์ที่ผู้เขียนรักเคารพท่านก่อนค่ะ  ท่านศาสตราจารย์ ดร. สุจริต  เพียรชอบ     ท่านได้เสนอ วิธีการฝึกการใช้ตัว ร  ล และคำควบกล้ำ  ไว้  ๑๑  ขั้นตอน   ดังนี้

  • ๑.     สร้างศรัทธา
  • ๒.    หาตัวอย่าง
  • ๓.    สร้างแบบฝึก
  • ๔.    ระลึกถึงความหมาย
  • ๕.    ฝึกบรรยายฝึกออกเสียง
  • ๖.     ให้ผู้ใกล้เคียงประเมิน
  • ๗.    เพลิดเพลินใช้เพลงประกอบ
  • ๘.    ทดสอบด้วยการฟังเสียงตนเอง
  • ๙.     ครื้นเครงกับการแสดงละคร
  • ๑๐.ใช้อุปกรณ์ประกอบ
  • ๑๑.ให้รอบคอบต้องฝึกอ่าน

      ๑. สร้างศรัทธา    การที่จะพยายามฝึกออกเสียงตัว    และคำควบกล้ำให้ชัดเจน  นั้น ก่อนอื่นต้องมีความศรัทธา  มีความภูมิใจในภาษาไทย อันเป็นมรดกตกทอดมาจากบรรพบุรุษของเรา      ซึ่งความศรัทธาความภูมิใจนี้เองจะเป็นแรงกระตุ้นให้เกิดความพิถีพิถันในการออกเสียง  เกิดแรงบันดาลใจในการพยายามที่จะฝึกฝนออกเสียงให้ถูกต้อง         

        ๒. หาตัวอย่าง  การหาตัวอย่างบุคคลที่พุดเก่ง  มีบุคลิกภาพดี  ประสบความสำเร็จในชีวิตและการงาน  ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยให้เราเกิดความต้องการที่จะพูดให้ได้ดี ให้ถูกต้องบ้าง  อาจจะเป็นโฆษณาทางวิทยุ  โทรทัศน์  นักพูด  นักการเมือง  นักธุรกิจ  หรือแม้แต่นักร้องที่ออกเสียงได้ชัดเจน  ก็อาจเป็นตัวอย่างที่ดีได้  ทำให้เกิดความมานะพยายามที่จะออกสียงให้ชัดเจนได้

               ๓. สร้างแบบฝึก  การสร้างแบบฝึกเป็นวิธีการสำคัญที่จะช่วยให้ออกเสียงได้ถูกต้อง  เช่น การฝึกหัดรัวลิ้นเป็นประจำ    รวบรวมคำ ร   และ คำควบกล้ำไว้ฝึกด้วย  โดยเฉพาะการเรียนรู้ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการได้จัดทำหนังสือแบบเรียนของแต่ละช่วงชั้นให้แล้ว  และ สพฐ.ได้มอบคำพื้นฐานของแต่ละชั้นให้ประกอบด้วย   คุณครูสามารถวิเคราะห์คำและรวบรวมไว้ เพื่อนำมาสร้างแบบฝึก เช่น  

  •                ตัว   :   รวดเร็ว  รับรอง  รุ่งเรือง  รีบร้อน  เรื่องราว   รอนแรม  รวนเร  ร้าวราน  รุกราน  ร่อแร่  รักร้าว    รักร้าง  รักเร่   ร้อนรัก  เร่งรีบ  รวบรัด  โรครัก   ร่ำรวย  ริ้วรอย  รุ่งโรจน์  ร่ำเรียน  เรไร  รุ่ยร่าย  รุ่มร่าม  เร่าร้อน  รูปร่าง  รับรู้    โรงเรียน    รื่นรมย์     ฯลฯ
  •                  ตัว   : ละเลย  ละเลง   ลิงโลด  โลเล  ลดละ  ลอยลำ  ลังเล  ลัดเลาะ  ลุกลาม  ล้งเล้ง  ลบเลือน  ลาภลอย    ลื่นล้ม    ลังเล  ลักลั่น  ลุกลี้ลุกลน  ละล่ำละลัก        ละล้าละลัง         ลุล่วง       ลาโลก 
  •            ตัว  ร สลับ ล  :  ลบรอย     ลงแรง   รู้ลึก   ลงโรง   รกโลก    ลาโรง     ลูกเรือ    ลมแรง  ลอดรั้ว    ระลอก    ลูกรอก    ลูกเรือ    รักลูก     ลูกรัก    ระลึก    ลิดรอน  ร้อยลิ้น   เลิกรา   ร้างลา   ฯลฯ
  •           ตัว   ควบ  :  กริ่งเกรง  กรอบแกรบ  กรอกแกรก   โกรธกริ้ว  กรุ้มกริ่ม  เกรียวกราว  กรีดกราย   ครอบครัว  ครื้นเครง      ครึกครื้น    เคร่งเครียด  ครองแครง  ครอบครอง  ครั้งคราว  คร่ำครวญ  ครวญคราง    ครั่นคร้าม    คร่ำเคร่ง    ครึกโครม    ปรับปรุง  ปราบปราม  เปรียบเปรย  พรวดพราด  พริ้มเพราะ  เพริศพริ้ง    แพรวพราว   พร้อมเพรียง  ฯลฯ
  •             ตัว   ควบ  :  กล้ำกลืน  กลับกลาย  เกลือกกลิ้ง  เกลือกกลั้ว  กลางแปลง  กลมกลืน  กลมกลึง  กลมกล่อม  คลุ้มคลั่ง   คลั่งไคล้  แคล้วคลาด  คลาไคล  โคลงเคลง  พลับพลึง  พลับพลา  พลั้งเผลอ  พลิกแพลง  พลุกพล่าน   ปลิ้นปล้อน    ปลอมแปลง    ปลุกปล้ำ  ปลิดปลง  เปลี่ยนแปลง
  •                 ควบ      สลับควบ     :    เกรงกลัว  ปลอดโปร่ง  แปรเปลี่ยน   ปลื้มเปรม    ปลากราย  พร่ำพลอด     ฯลฯ
  •             ควบ      :   กวัดแกว่ง     แกว่งไกว   กว้างขวาง    กว้างๆ      ขวนขวาย    ขวักไขว่  ควายขวิด     เคว้งคว้าง    ขว้างขวาน    ขว้างควาย   ไขว่คว้า   ฯลฯ  

                   ๔. ระลึกถึงความหมาย    ในการออกเสียงให้ชัดเจนนั้นจะต้องระลึกถึงความหมายอยู่เสมอ  ถ้าออกเสียงผิดจะทำให้ความหมายเปลี่ยนไป เช่น รัก หากออกเสียงเป็น ลัก ความหมายก็จะกลายเป็นลักขโมย ไม่ใช่ความรัก    คำว่า   รบ  ก็เช่นกับ หากออกเสียงเป็น ลบ ความหมายก็จะเปลี่ยนไปเช่นกัน  เหมือน ชื่อของอาจารย์นราวัลย์ ที่กล่าวข้างต้น  

                 ๕. ฝึกบรรยายฝึกออกเสียง   อาจฝึกออกเสียงจากประโยคพิเศษ  เช่น

                       ·       พลับพลึงชอบรับประทานแกงปลากรายและทับทิมกรอบ

                ·       ควายไล่ขวิดข้างขวาถือขวานมาไล่ขว้างควายไป

                        ·       พริ้มเพรามีบ้านอยู่ใกล้วัดพลับพลาในคลองบางกรวย

                        ·       ระรินลูกพ่อร่ำรวยและแม่รวยรื่นเธอไปโรงเรียนทุกวัน

                       นอกจากนี้การฝึกพูดโดยพยายามเน้นการออกเสียงควบกล้ำก็ช่วยได้มาก  อาจนำคำประพันธ์มาอ่านก็ได้  เช่น  

       กระเต็นกระตั้วตื่น                  แตกคน

ยูงย่องยอดยูงยล                            โยกย้าย             

         นกเปล้านกปลีกปน                       ปลอมแปลก   กันนา            

          คล่ำคล่ำคลิ้งโคลงคล้าย               คู่เคล้า  คลอเคลีย 

        ไกรกร่างยางยูงสูงลิ่ว             ใบปลิวเกลื่อนกล่นบนแหล่งหล้า

     หนาวน้ำค้างพร่างพรมตรมอุรา            พี่ไขว่คว้าหานุชสุดคร่ำครวญ 

       ลานโรงเรียนเลี่ยนราบและร่มรื่น       เด็กรื่นรมย์ซ่อนเร้นเล่นซ่อนหา

ลุกลี้ลุกลนนักชักระอา                                        อย่ารอราเร่งเร้าเข้าห้องเรียน

การเล่าเรียนมากมวลล้วนหลายหลาก                 เรียนไม่ยากพูดฟังทั้งอ่านเขียน

ครูรับรองลองวิชาถ้าพากเพียร                            จักเป็นเธียรคนเทิดเรียนเลิศจริง      

            ในภาคแรก  เนื้อหาค่อนข้างยาวมาก      จึงขอนำเสนอในภาคสองต่อซึ่งจะเป็นภาคจบของเรื่องนี้นะคะ..ก่อนจากมีบทร้อยกรองของศาสตราจารย์ ดร. สุจริต  เพียรชอบฝากด้วยค่ะ 

  • ภาษาไทยในยุคโลกาภิวัตน์    เห็นแน่ชัดแปรเปลี่ยนเป็นหนักหนา
  • พูดไม่ชัดเขียนไม่ได้แสนระอา     และพลอยพาเสียงเพี้ยนแผกออกไป
  • พ่อเป็นพ้อแม่เป็นแม้แย่ที่สุด        ต้องรีบรุดหาทางเร่งแก้ไข
  • คำควบกล้ำออกเสียงไม่ได้น่าอายกระไร     ปลอดโปร่งพูดไม่ได้น่าขันจริง
  • รักเป็นลักเรือนเป็นเลือนเลื่อนเปื้อนใหญ่     เป็นคนไทยพูดไม่ได้น่าอายยิ่ง
  • ควรฝึกออกเสียงตัว ร เรือ และ ล ลิง     พูดให้ชัดจริงจริงบุคลิกดี
  • ใช้ภาษาไม่สุภาพคำหยาบคำต่ำ     การใช้คำผิดความหมายไม่ควรที่
  • ทัศนคติทรรศนะใช้ให้ดี    ให้ตรงตามความหมายที่บัญญัติมา
  • คำคะนองพูดเล่นในหมู่เพื่อน    อย่าแชเชือนพูดพล่อยไม่เข้าท่า
  • ต้องรู้บุคคลสถานที่และเวลา    พูดไม่ดีพลอยพาให้เสียคน
  • พูดแต่คำไทยแท้แน่ในจิต ไม่พูด   ไทยปนอังกฤษให้สับสน
  • โลกาภิวัตน์เป็นยุคทองของทุกคน    ไม่อับจนข้อมูลพอกพูนมา

  ..ยังมีต่อ..