สวัสดีค่ะ..คุณครู
คุณครูขา..สวัสดีค่ะ (คุณครูหันหลังให้ด้วย)
ไม่ได้คุยกับคุณครูหลายวันแล้ว..คุณครูคงยุ่งกับงานใช่ไหมคะ...
คุยกับหลาย ๆ ท่านก็งานเยอะเหมือนกันนะคะ...ทั้งคนอ่าน..คนเขียน..ในหลาย ๆ บันทึก
แต่หากแวะเวียนมา..ส่งเสียงมาว่าอยู่สุขสบายดี..เท่านี้ก็สุขใจแล้วค่ะ
คุยกันคุณครูนารีที่บันทึกนู้น...ค่ะ..ว่า ใจ เมื่อผูกพันกัน เป็นกัลยาณมิตรที่ดีต่อกันแล้ว แม้จะผ่านเพียงตัวอักษรเท่านั้น แต่ ศน.อ้วนว่าสายใยนี้เหนียวแน่นนักนะคะ... เพิ่งค้นพบค่ะ..ใน GotoKnow
ย้อนกลับไปอ่านบันทึกของคุณครูที่บันทึกไว้น้าน..นานแล้ว ขออนุญาตนำมาให้เพื่อน ๆ ได้อ่านและร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้วยนะคะ เพื่อยืนยันว่า การออกเสียง ร ล และ คำควบกล้ำ ยังคงสำคัญและมีความจำเป็นอยู่
ในบล็อกขดารไฟฟ้า (link ข้อมูลไม่ได้ค่ะ)คุณครูว่าด้วยเรื่อง..
ไม่ต้องออกเสียง ร. เรือ ก็ได้
ได้ยินมานานแล้วว่า เสียง /ร/ จะหายไป แต่ถึงบัดนี้ เสียง /ร/ ก็ยังอยู่
ครูภาษาไทย จะมีหูเรดาร์ นัยน์ตาทิพย์ จับเสียงได้ถนัดนัก ว่านักเรียนออกเสียงถูกต้องไหม โดยเฉพาะคำควบกล้ำ เสียง ร เสียง ล ส่วนการเขียน ก็ไวนัก เรื่องตัวสะกด การันต์ นักเรียนที่ผ่านการฝึกฝนมาหนัก จะใช้ภาษาไทยได้แม่นยำ ไวต่อการสะกด และการออกเสียงที่ผิดด้วย
เคยได้ยิน หรือได้อ่านเสมอมา ว่า อีกหน่อย เสียง ร คงจะหายไป เพราะนับวัน เสียง ร ค่อยๆ กร่อนไปจากคำควบ ส่วนคำที่มี ร ก็จะกลายเป็น ล ไปก็มี แต่ว่า บางทีก็ประหลาด สลับ ร กับ ล เสียดื้อๆ อย่างนั้นแหละ นักภาษาศาสตร์เรียกว่า เน้นมากไปหน่อย (overemphasize)
ความจริง ไม่ออกเสียง ร ก็ได้ อ๊ะ แต่หมายถึงเฉพาะบางคำเท่านั้นนะครับ เช่น ปรารถนา, เกียรติ, (คำว่า เกียรติ์ ใช้ ร เป็นตัวสะกด แม่กน), สามารถ, กอปร ฯลฯ คำพวกนี้ ส่วนมากมาจากภาษาสันสกฤต (หรือไม่ก็บาลีแผลง ภาษาบาลีแม้ไม่ค่อยมีเสียงพันๆ กันอย่างนี้) ส่วน ร หัน คือ ร เรือ สองตัว ก็ไม่ต้อง ออกเสียง ร อีกนั่นแหละ สรร, วรรณ, วรรค ฯลฯ
ภาษาอังกฤษ พอถอดเป็นอักษรไทย ถ้าเสียง r อยู่ท้าย ก็ไม่ค่อยออกเสียงเป็น ร แต่พอเขียน ก็มี ร ด้วย แต่การันต์ไว้ อย่าง เสิร์ฟ, คอนเสิร์ต ที่จริงเขียน เสิฟ, คอนเสิต ไปเลย ง่ายดี
แล้ว ร จะหายไปจากภาษาไทยไหม
เฉพาะภาษาไทยภาคกลาง ก็ยังคลาดเคลื่อน เลื่อนๆ อยู่ โดยเฉพาะในจังหวัดภาคกลางอื่นๆ นอกกรุงเทพฯ เสียง ร จะน้อยกว่า (จากการสังเกต ไม่มีข้อมูลสถิติ) แต่ภาษาไทยมาตรฐาน มีตัวหนังสือกำกับ เสียง ร คงไม่หายไปง่ายๆ
ในการใช้งานจริง บางที เสียง ร ก็กลายเป็น ล ได้ เคยฟังเพลง มีหลายเพลง แม้จะเป็นนักร้องรุ่นเก่า บางท่านก็ยังออกเสียง ร เป็น ล เลย
สำหรับในภาษาถิ่น บางถิ่น ทางเหนือ หรืออีสาน อาจไม่ออกเสียง ร แต่จะใช้ /ฮ/ หรือ /ล / แทน แต่บางถิ่นโดยเฉพาะถิ่นใต้ เสียง ร ค่อนข้างเด่น คงไม่กลายหายไปง่ายๆ
ช่วงเวลาตั้งแต่สมัยสุโขทัย จนปัจจุบัน คำที่ออกเสียง ร ยังมีอยู่ครบถ้วนเลยครับ จากศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหง เช่น "พระ, ราม, ไพร่, บำเรอ, ใคร, ใคร่, พร้าว ฯลฯ" มาถึงปัจจุบัน ก็ไม่เปลี่ยนไปเป็น ล หรือ หายไปเป็นอย่างอื่น
เพราะฉะนั้น หากใครกังวลว่า อีกหน่อย เสียง ร จะหายไปจากภาษาไทย ผมว่า คงจะอีกนานทีเดียว สาเหตุอย่างหนึ่งก็คือ การมีตัวหนังสือคอยล็อกเอาไว้นั่นเอง
เย้..ศน.อ้วนสบายเลย มีคุณครูช่วยยืนยัน และคุณครูก็บอกว่า ขณะที่สอนภาษาอังกฤษ เมื่อนักเรียนออกเสียงผิด คุณครูก็จะคอยบอก คอยเตือน แนะนำนักเรียน
คุณครูเก่งจังค่ะ..ที่มองสภาพปัญหาและวิธีการแก้ไขปัญหาร่วมกันดัวย เมื่อมีโอกาสก็จะบอกคุณครูทุกท่านค่ะโดยไม่ทิ้งให้เป็นเพียงปัญหาที่ครูภาษาไทยเท่านั้นที่จะต้องคอยแก้ไข
และการทำเป็นตัวอย่างโดยพวกเราก็มีส่วนด้วยอย่างยิ่ง..ต้องทุกฝ่ายด้วยนะคะ ที่เห็นเป็นประจำและน่าเป็นห่วงก็เป็นพิธีกรวัยรุ่นในรายการต่าง ๆ ทางโทรทัศน์ค่ะ..ใช้ผิดบ่อยมาก..ผู้อ่านข่าวบางคนก็มีอยู่ค่ะ.คือบางคำ ไม่ออกเสียงคำควบกล้ำ ร ก็ไม่น่าเกลียด แต่บางคำหากโจ่งแจ้ง ชัดเจน ก็ ควรแก้ไขนะคะ เพราะเขาเป็นผู้ประกาศข่าว เป็นสื่อที่เผยแพร่ต่อสาธารณะชนทั่วประเทศ เด็ก ๆ และเยาวชนที่ดูอยู่มีจำนวนมาก เช่น คำว่า กุงเทบ (กรุงเทพ) กะซวง(กระทรวง) ลัดทะมนตี (รัฐมนตรี) ซึ่งคำเหล่านี้เป็นคำคุ้นหูมาก เพราะใช้บ่อย ฟังการออกเสียงที่ผิดจนชินหู พอมีคนที่อ่านถูกเลยฟังดูแปลก ๆไปเลย..เฮ้อ..หนักใจค่ะ
ศน.อ้วนได้เป็นผู้ร่วมเฝ้าระวังการใช้ภาษาไทยทางโทรทัศน์ ของ กกช. ก็ได้เพียงแต่ให้ข้อมูลที่ตนเองมีโอกาสได้ฟังเท่านั้นค่ะ ซึ่งเป็นเสียงส่วนน้อยมาก(น้อยยยย..จริงๆ ค่ะ
และในปีนี้ก็ได้เป็นคณะวิจัยร่วม เรื่อง การศึกษาการใช้ภาษาของกลุ่มชาติพันธุ์ เพราะเชียงใหม่ มีกลุ่มเป้าหมายด้วย แล้ว ศน.อ้วน จะเรียนปรึกษาคุณครูด้วยนะคะ..
อย่างยาวเลย จบแล้วค่ะ(ภาวนาค่ะ..ว่าคุณครูจะได้อ่านบันทึกนี้..สาธุ)
ระลึกถึงคุณครูเสมอค่ะ..