สวัสดีอีกครั้งหนึ่งค่ะ...น้องตาเหลิม

ขออนุญาตคุยเพิ่มเติมอีกนิดหนึ่งนะคะ..เพราะคิดว่าเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่อยากเลยผ่านไปค่ะ...

ในการร่วมด้วยช่วยกัน..ดูแลเรื่องการใช้ภาษาไทยของวันรุ่น วัยที่ค่อนข้างไม่ชอบ..หรือน่าจะถึงขั้นแหนงหน่ายการเรียนภาษาไทย และที่สำคัญคืออยู่ในวังวนของยุคข้อมูลข่าวสาร และเทคโนโลยีที่โลดแล่นอย่างรวดเร็ว

ผู้เขียนเคยเห็นรายการสอนภาษาไทยของคุณครูลิลลี่ ในโทรทัศน์ นานมาแล้ว เดี๋ยวนี้ไม่แน่ใจว่ายังคงมีอยู่อีกหรือไม่ เป็นรายการที่ดีมาก ครูลิลลี่เธอนำเสนอวิธีสอนภาษาไทยที่สนุกสนาน น่าสนใจ ทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย และเคยอ่านหนังสือ "เรียนภาษาไทยง่าย ๆ สไตล์ลิลลี่" ซึ่งได้กล่าวถึงการเรียนรู้ภาษาไทยแบบใหม่ที่เต็มไปด้วยความเพลิดเพลิน เดินเรื่องอย่างสนุกสนานไปพร้อมๆกับสาระ ที่ให้ความรู้ในเรื่องวรรณคดีไทย หลักการใช้ภาษาไทย และ ร้อยกรอง ในสไตล์มันๆ ของครูลิลลี่ ที่เหมาะสมมากกับวัยรุ่นยุคปัจจุบัน

ครูลิลลี่เขียนไว้ว่า "มีสไตล์การสอนแบบ EDUTAINMENT (EDUCATION + ENTERTAINMENT)โดยเอาสาระความรู้ควบคู่กับความบันเทิง" ด้วยบุคลิกภาพเฉพาะตนของเธอเอง ซึ่งน่าสนใจมาก..

"คำถามที่ครูลิลลี่เจอบ๊อยบ่อย...ภาษาของน้องๆ วัยรุ่นมันวุ่น จิงจิง ..ตั้งแต่เป็นสาวเต็มกาย หาผู้ชายถูกใจไม่มี.."

ภาษาวัยรุ่นที่ครูลิลลี่ใช้ มุขขำขันที่นำมาสอน จะมีใน Internet ด้วย เช่น ปริศนาคำทาย (Thai Riddles),คำหรรษา (Thai Joke) จะมีวาทะวัยรุ่นอยู่มากมาย ซึ่งจะแทรกอยู่ในคำสอน

ความสำเร็จของครูลิลลี่ คือทำให้หนุ่มสาวรุ่นใหม่สำนึกถึงความสำคัญของภาษาไทย ซึ่งครูลิลลี่บอกว่า "การใช้ภาษา..ขออนุญาตใช้คำภาษาแบบวัยรุ่นนะคะ..เพราะภาษาของน้องๆ วัยรุ่นมันวุ่นจริง ๆ ส่วนใหญ่จะเป็นลักษณะ คำคะนอง

ครูลิลลี่มีความเห็นเป็นกลาง ๆ ว่า "..คำคะนอง.. ของน้อง ๆ วัยรุ่นทั้งหลายเนี่ยนะ เกิดจากธรรมชาติของเด็กวัยรุ่นที่มีความคะนอง..ต้องการฉีกแนวแปลกใหม่ ต้องการสีสันไม่ให้น่าเบื่อ ต้องการให้เกิดอารมณ์สนุกสะใจ แม้จะผิดไวยากรณ์ ผู้ใหญ่บางท่านที่เคร่งครัดก็ไม่ชอบตรงจุดนี้ เพราะท่านมองว่าอาจจะเป็นภาษาวิบัติได้ แต่ท่านเหล่านั้นก็มีสิทธิ์ที่จะห่วงภาษาของชาติ.."

จากกรณีตัวอย่างของครูลิลลี่น่าจะยืนยัน ถึงวิธีการร่วมด้วยช่วยกันในการแก้ปัญหาการใช้ภาษาไทย แบบ "บัวไม่ให้ช้ำ น้ำไม่ให้ขุ่น" เธอจึงนำมาบูรณาการด้วยวิธีการของเธอเอง..ซึ่งยอมเยี่ยมมากค่ะ

น้องตาเหลิมเห็นด้วยไหมคะ..