GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

การทำงานกับราชการ

ในการทำงานกับหน่วยงานราชการ หนังสือหรือเอกสารเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ ถ้าจะไปติดต่อกับหน่วยงานเหล่านี้ ควรถือหนังสือจากหน่วยงานของเราไปด้วย โดยในหนังสือต้องบอกจุดประสงค์และสิ่งที่เราต้องการขอความร่วมมือให้ชัดเจน กระชับ และละเอียดที่สุด

   วันนี้ทำงานไม่ (ค่อย) ได้เป็นชิ้นเป็นอันตามความตั้งใจที่ตั้งไว้ แต่ก็ทำให้ผู้วิจัยได้บทเรียนหลายอย่างเหมือนกัน เริ่มตั้งแต่ตอนเช้า นัดรถมหาวิทยาลัยให้มารับที่บ้านพักตอน 06.30 น. เพื่อจะเดินทางไปพบท่านปลัดอาวุโสของอำเภอวังเหนือ (รอพบท่านนายอำเภอไม่ไหวแล้ว เนื่องจาก ท่านติดภารกิจตลอดในช่วงนี้) ปรากฎว่ากว่ารถจะมารับก็เป็นเวลาประมาณ 07.30 น. แล้ว สอบถามได้ความว่าคนขับรถลืม (พาน้องแหม่มกับน้องแป้นไปด้วยค่ะ) ไปถึงที่ว่าการอำเภอวังเหนือประมาณ 09.20 น. ผิดเวลาจากที่นัดไว้ 20 นาที (นัดไว้ 09.00น.) ซึ่งไม่ดีอย่างยิ่ง ก็เลยรีบขอโทษขอโพยท่านปลัดอาวุโสเป็นการใหญ่ ท่านใจดีมาก ไม่ได้ว่าอะไร ผู้วิจัยก็เลยบอกจุดประสงค์ของการมาในวันนี้ว่าต้องการมาเรียนให้ทางอำเภอทราบว่าจะนำนักศึกษาลงมาศึกษาชุมชนในภาคฤดูร้อนนี้ และต้องการให้ทางอำเภออำนวยความสะดวกในเรื่อง

    1.การประสานงานเรื่องที่พักให้กับนักศึกษา

    2.ออกหนังสือแต่งตั้งให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ใน 11 หมู่บ้านที่ทางมหาวิทยาลัยเลือกเอาไว้เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาในสนามให้กับนักศึกษา

   3.แจ้งไปยังสถานีตำรวจอำเภอวังเหนือเพื่อให้ทางตำรวจออกตรวจตราและดูแลความปลอดภัยเป็นพิเศษในหมู่บ้านที่นักศึกษาลงไปพัก

    ปรากฎว่า ท่านแนะนำให้ทางมหาวิทยาลัยทำหนังสืออย่างเป็นทางการแจ้งมาที่อำเภอ เพื่อทางอำเภอจะได้จัดการตามที่มหาวิทยาลัยขอความร่วมมือมา เมื่อได้ฟังเช่นนั้นผู้วิจัยก็รับปากแต่โดยดี ก่อนที่จะกลับปรากฎว่าท่านปลัดบอกว่าตนเองก็เป็นคนใต้เหมือนกัน ก็เลยได้คุยภาษาใต้กับน้องแหม่มและน้องแป้น พอลงจากที่ว่าการอำเภอก่อนกลับมหาวิทยาลัยก็เลยพาน้องแหม่มกับน้องแป้นไปทานข้าว (เช้า) ระหว่างที่ทานข้าว ผู้วิจัยก็เลยระบายความอัดอั้นตันใจให้น้องทั้ง 2 ฟังว่า ความจริงผู้วิจัยเคยมาที่อำเภอวังเหนือแล้ว และเคยคุยเรื่องนี้กับท่านปลัดคนนี้แล้วด้วย ถ้าหากท่านแนะนำอย่างนี้ตั้งแต่แรก วันนี้ผู้วิจัยก็ไม่คงไม่ต้องมา แค่ส่งหนังสือมาก็พอ ค่อยมาอีกครั้งในวันที่ 2 มีนาคม ซึ่งเป็นวันประชุมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ส่วนราชการ เพื่อจะได้แจ้งให้ที่ประชุมทราบ ความจริงแล้วที่ผ่านมาเวลาไปอำเภออื่นๆ ไม่เคยเป็นอย่างนี้ ทางมหาวิทยาลัยสามารถแจ้งให้ทางนายอำเภอหรือปลัดอาวุโสทราบได้เลย ทางอำเภอจะจัดการตามที่ทางมหาวิทยาลัยขอความร่วมมือมา (ปฏิบัติกันอย่างนี้มาทุกปี ตั้งแต่ก่อนที่ผู้วิจัยจะมาทำงานแล้ว) วันนี้ก็เลยเสียเวลาไปครึ่งวัน แถมยังต้องนั่งรถไปกลับกว่า 4 ชั่วโมง เหนื่อยและเวียนหัวที่สุด ความจริงแล้วในการทำงานวิจัยจัดการความรู้ ผู้วิจัยก็เคยไปพบกับนายอำเภอ รวมทั้งปลัดอาวุโสในหลายอำเภอมาแล้ว ทุกพื้นที่ต่างมีลักษณะการทำงานที่เหมือนกัน คือ ถ้าต้องการให้อำเภอทำหรือช่วยเหลือในเรื่องอะไร ต้องแจ้งมาอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร ถ้าผู้วิจัยฉุกคิดสักนิดวันนี้ก็คงไม่ต้องเสียเวลาไปครึ่งวัน จากกรณีนี้ทำให้ผู้วิจัยได้บทเรียนที่สำคัญ คือ ในการทำงานกับหน่วยงานราชการ (ไม่รู้ว่าหน่วยงานเอกชน รัฐวิสาหกิจ เป็นอย่างนี้ด้วยหรือเปล่า) หนังสือหรือเอกสารเป็นเรื่องที่มี ความสำคัญ ถ้าจะไปติดต่อกับหน่วยงานเหล่านี้ (และไม่ต้องการให้เสียเวลา) ควรถือหนังสือจากหน่วยงานของเราไปด้วย โดยในหนังสือต้องบอกจุดประสงค์และสิ่งที่เราต้องการขอความร่วมมือให้ชัดเจน กระชับ และละเอียดที่สุด ต่อไปผู้วิจัยจะทำงานตามความเคยชินหรือตามที่ได้รับการแนะนำมาจากคนที่ทำมาก่อนไม่ได้ทั้งหมด ต้องมีความรอบคอบกว่านี้ และที่สำคัญ คือ ต้องนำประสบการณ์ตรงนี้ไปถ่ายทอดต่อให้กับรุ่นน้องที่จะขึ้นมาทำหน้าที่แทนผู้วิจัยด้วย เขาจะได้ไม่ต้องเสียเวลาเหมือนผู้วิจัย (อ้อ! ลืมบอกไปค่ะว่า มาที่อำเภอวังเหนือครั้งนี้ก็ไม่ได้เสียเวลาไปเปล่าๆซะทีเดียว เพราะ ก่อนที่จะเข้าพบท่านปลัดอาวุโส ผู้วิจัยได้ไปยืนอ่านข่าวสารต่างๆจากบอร์ดประชาสัมพันธ์ ทันใดนั้นก็ไปสะดุดกับแผ่นกระดาษ A4 1 แผ่น ในกระดาษนั้นมีเนื้อหาสาระเกี่ยวกับ “การแก้ไขความยากจนแบบถึงลูกถึงคน” ของอำเภอวังเหนือ ผู้วิจัยเห็นว่าเข้าท่าดีก็เลยบอกให้น้องแหม่มกับน้องแป้นจดเอาไว้ เผื่อว่าจะได้นำไปใช้ประโยชน์ต่อไป เดี๋ยวน้อง แหม่มกับน้องแป้นคงจะนำมาเล่าให้ฟัง)

    กลับเข้ามาถึงมหาวิทยาลัยประมาณ 12.30น. ไม่พบอาจารย์พิมพ์ ผู้วิจัยก็เลยโทรหา ปรากฎว่าอาจารย์พิมพ์พาอาจารย์จากกรุงเทพฯไปทานอาหารข้างนอกมหาวิทยาลัย ผู้วิจัยก็เลยไม่ได้คุยอะไร แต่เห็นลางไม่ดี (อีกแล้ว) เพราะ เวลา 13.00น. ผู้วิจัยได้นัดกับทางธกส. เอาไว้ว่าจะเข้าไปพูดคุยในเรื่องการทำงานจัดการความรู้ กว่าอาจารย์พิมพ์จะกลับมาถึงมหาวิทยาลัยและจัดการธุระเรียบร้อยก็ปาเข้าไป 13.45น. คณะของเราจึงได้รีบเดินทางไปที่ ธกส. ใช้เวลาประมาณ 15 นาที อาจารย์พิมพ์รีบขอโทษขอโพยเป็นการใหญ่ บอกว่า ลืมที่นัดกันไปเลย เมื่อไปถึง ธกส. ปรากฎว่าผู้บริหารเข้าประชุมกันหมดแล้ว คณะของเราจึงต้องผิดหวังอีกครั้ง แต่ก็ได้นัดหมายใหม่แล้วว่าจะมาพบในวันพรุ่งนี้เวลา 14.00น.

    หลังจากออกจาก ธกส. ผู้ร่วมเดินทางทุกคน (ผู้วิจัย อาจารย์พิมพ์ น้องแหม่ม และน้องแป้น) ลงความเห็นว่า วันนี้ฤกษ์ไม่ดีตั้งแต่เช้าก็เลยไม่ได้งานเป็นชิ้นเป็นอัน ถ้าหากวันนี้ยังคงเดินหน้าทำงานต่อไป อาจพบกับความผิดหวังอีก ดังนั้น พวกเราจึงลงมติกันว่าวันนี้จะไม่ทำงานแล้ว ไปหาของกินดีกว่า ว่าแล้วอาจารย์พิมพ์ก็พาไปทานอาหารกลางวันที่ร้านอาหารใต้ (คงถูกใจน้องแหม่มกับน้องแป้น) หลังจากนั้นก็ไปเที่ยวบ้านเสานัก ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากร้านอาหารมากนัก จะได้พักผ่อนไปในตัว เมื่อชมบ้านเสานักแล้วพวกเราก็ไปที่สถานีขนส่งเพื่อจองตั๋วรถกลับกรุงเทพฯ สุดท้าย ท้ายสุดก็พากันไปนั่งทานกาแฟที่ร้านตรงกันข้ามที่พักของน้องแหม่มและน้องแป้น ก่อนที่จะแยกย้ายกันไป โดยผู้วิจัยมีนัดทานข้าวกับน้องทั้ง 2 อีกตอน 20.00น. ส่วนอาจารย์พิมพ์แยกไปทานข้าวกับอาจารย์ที่มาจากกรุงเทพฯ ขณะที่พิมพ์บันทึกอยู่นี้ก็ได้เวลานัดแล้ว ผู้วิจัยก็ขอตัวตรงนี้เลยนะคะ แล้วค่อยพบกันใหม่ค่ะ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): uncategorized
หมายเลขบันทึก: 16272
เขียน:
แก้ไข:
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (0)