วันจันทร์ที่ 28 มกราคม 2551 เป็นอีกวันที่มีกิจกรรมต่างๆมากเป็นพิเศษ กล่าวคือในช่วงเช้ามีบรรยายพิเศษหัวข้อ "วิธีสอนลูกให้ท่องจำอัลกุรอาน" โดยอาจารย์วิรียานิง ซิ จากประเทศอินโดนีเซีย ณ ห้องประชุม ชั้น 3 อาคารคณะอิสลามศึกกษา แต่น่าเสียดายที่ผมไม่ได้เข้าร่วมเพราะช่วงบ่ายของวันนี้มีประชุมคณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัย (กบม) ต้องจัดเตรียมเอกสารประกอบการประชุมครับ
หลังละหมาดซุฮฺรี ประมาณ เวลา 13.30 น.ก็เข้าร่วมประชุมเสร็จประชุมเอาเวลา 16.08 น. ก็ไปร่วมละหมาดอัศรีที่มัสยิดอัลฮารอมัยน์ เสร็จละหมาดอัศรีก็พอดีถึงเวลาของโครงการสืบสานสายใยครอบครัว มอย. ศิยามและกิยามุลลัยน์ ซึ่งจัดโดย กองการเจ้าหน้าที่ สำนักงานอธิการบดี มีผู้บริหาร อาจารย์ และเจ้าหน่าที่มหาวิทยาลัยเข้าร่วมจำนวนมากครับ พิเศษหน่อยในครั้งนี้มีอาจารย์และบุคลากรกรมุสลิมมะฮฺเข้าร่วมด้วยครับ โดยทางกองการเจ้าหน้าที่ได้กันเป็นโซนนิ่งเฉพาะสำหรับบุคลากรมุสลิมะฮฺ
กิจกรรมเริ่มด้วยการบรรยายพิเศษโดย ดร.อิสมาอีลลุตฟี จะปะกียา อธิการบดีมหาวิทยาลัยอิสลามยะลา ในหัวข้อเกี่ยวกับ "การฮิจเราะฮฺ" ซึ่งสรุปได้ว่า
- การฮิจเราะฮฺนั้นมีความสำคัญมาก เพราะอัลลอฮฺได้ทรงใช้ให้ท่านศาสดา(ขอความสันติจงมีแด่ท่าน) และศอฮาบะฮฺ (สาวก) ของท่านฮิจเราะฮฺ ทั้งที่พระองค์ทรงสามารถที่จะช่วยเหลือศาสดา(ขอความสันติจงมีแด่ท่าน)ของพระองค์ให้ประสบความสำเร็จในการเชิญชวนด้วยอำนาจของพระองค์ แต่พระองค์ไม่ทรงทำเช่นนั้น
- การฮิจเราะฮฺคือการอพยพจากความบกพร่องไปสู่ความสมบูรณ์ จากความไม่มีคุณภาพสู่การมีคุณภาพ จากรู้น้อยสู่การรู้มากขึ้น จากทักษะและความสามารถธรรมดาสู่การเป็นผู้มีทักษะที่ดีขึ้น เชียวชาญและชำนาญขึ้น
- การประกันคุณภาพการศึกษาของมหาวิทยาลัยของเราเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งของการฮิจเราะฮฺ เพราะการประกันคุณภาพมีจุดมุ่งหมายที่จะมุ่งสู่การฮิจเราะฮฺจากความไร้คุณภาพสู่การมีคุณภาพ ทำดีแล้วระดับหนึ่งก็พัฒนาต่อไปเพื่อให้ดีขึ้นกว่าเดิม จึงขอให้ผู้บริหาร คณาจารย์และบุคลากรทุกคนให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ด้วย
หลังจากนั้นเป็นการละศีลอดร่วมกัน ละหมาดมัฆริบ และไปทานอาหารที่โรงอาหารหลังละหมาดอีชา มีกิจกรรมเสวนาในหัวข้อ "อิสลามที่ฉันรู้จัก" ประกอบด้วย ดร.ดลวานะ ตาเยะ คณบดีบัณฑิตวิทยาลัย อ.นัศรุลลอฮฺ ต็อยยิบ อาจารย์สาขาวิชาอุศูลุดดีน คณะอิสลามศึกษา อ.ซุลกิฟลี แมกอง ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา คณะศิลปศาสตร์และสังคมศาสตร์ ดำเนินรายการโดย อ.แวมะบุสตาน สาแลมิง หัวหน้าห้องสมุด
และคืนวันดังกล่าวผู้บริหาร คณาจารย์ และเจ้าหน้าที่ที่เป็นมุสลีมีน(ผู้ชาย) จะนอนที่มัสยิด หรือที่เรียกกันว่า "อิอฺติกาฟ" และตื่นเวลา 3.30 น.หลังจากจัดการกิจธุระส่วนตัวเสร็จเราก็เริ่มละหมาดตะฮัจญุดหรือละหมาดซุนนะห์ยามรัตติกาล หลังจากนั้นก็ละหมาดศุบฮฺ หรือละหมาดยามรุ่งอรุณ และปิดท้ายกิจกรรมในมัสยิดด้วยกุลยะฮฺศุบฮฺโดย ดร.อับดุลฮาลิม ไซซิง คณบดีคณะอิสลามศึกษาซึ่งท่านได้พูดถึงเกี่ยวกับ 3 ประการที่มุสลิมควรใส่ใจนั้นคือ
- เกี่ยวกับร่างกายที่นอกจากต้องรับประทานอาหารที่ถูกหลักโภชนาการแล้ว ยังต้องฮาลาลและดีด้วย รวมถึงการออกกำลังกายเพื่อให้ร่างกายแข้งแรงและมีสุขภาพดี
- เกี่ยวกับสติปัญญาที่เราต้องอ่านและศึกษาค้นคว้าหาความรู้อยู่เสมออันเป็นเงื่อนไขสำคัญของความเป็นมุสลิมที่ต้องมีความรู้ และ
- เกี่ยวกับจิตวิญญาณ ที่ต้องการการดูแลและให้อาหารแก่มันเช่นเดียวกับ 2 ส่วนที่กล่าวมาแล้ว และอาหารสำหรับจิตวิญญาณของเราคือการอิบาดะฮฺต่ออัลลอฮฺ
ปิดท้ายด้วยกิจกรรมภาคสนามซึ่งนำโดย อ.อิสมาอีล โซ๊ะดำ หัวหน้าสำนักงานคณะศิลปศาสตร์และสังคมศาสตร์ เป็นกิจกรรมเดินออกกำลังกายระยะทางกว่า 2 กิโลเมตรในบริเวณมหาวิทยาลัย หลังจากนั้นก็ร่วมทานอาหารเช้าร่วมกัน
เสร็จทานอาหารก็แยกย้ายกันไปอาบน้ำแต่งตัวและเริ่มทำงานต่อ
อาจารย์ครับ ทางคณะเปลี่ยนตัวหัวหน้าสำนักงานฯ แล้วครับ อ.อิสมาอีล โซ๊ะดำ ไม่มีในรายนามบุคลากรของคณะแล้วครับ ฮิฮิฮิ (อย่าเพิ่งเชื่อผม ความจริงคืออะไร ต้องค้นหา) ฮิฮิฮิ
เป็นกิจกรรมเดินออกกำลังกายระยาทางกว่า 2 กิโลเมตรในบริเวณมหาวิทยาลัย หลังจากนั้นก็ร่วมทานอาหารเช้าร่วมกัน
:::::::::::::::::::::::::::::::::::::
ซันไชน์ว่า ...น่าจะใช้คำว่า "แค่" 2 กิโลเมตร ดีกว่ามั้ย?
(แซวเล่นนะคะ) ^_^