เป็นผู้น้อย ต้องรู้จัก มีกิริยา  อ่อนน้อมถ่อมตน  จะได้ก้าวหน้าในหน้าที่การงาน 

เพราะผู้ใหญ่  จะเอ็นดูผู้น้อยที่มีกิริยาดังกล่าว....มากกว่า  กิริยาอวดเก่ง อวดดี สำคัญตัวเองที่เก่งเกินใคร  

ผู้น้อย รับฟังผู้ใหญ่ที่มีอาวุโส เรียนรู้มาก่อน  มีประสบการณ์  ผ่านโลกมามากกว่า 

ในโอกาสที่เป็นผู้น้อย  เคยมีความรู้สึกเหมือนกันว่า..เราก็ทำได้อย่างนั้นที่ผู้ใหญ่ทำ  มีความมั่นใจว่า..ของอย่างนี้  ก็ทำได้   แต่เมื่อเติบโตมาเป็นผู้ใหญ่   กลับเอ็นดู  ผู้น้อยที่อ่อนวัยกว่า  ที่มีกิริยาอ่อนน้อม  ฟัง และให้เกียรติรับฟัง 

กลับมาพูดและอ่านเรื่อง.....การอ่อนน้อมถ่อมตน  ให้ประโยชน์ในหน้าที่การงานอย่างไร   ก็คงเป็นผลมาจากความประพฤติที่ดี  มีสัมมาคารวะ  มีมารยาท  รู้จักเด็กรู้จักผู้ใหญ่   ให้เกียรติ และยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น  อย่างตั้งใจ  

อีกอย่างหนึ่งที่พบมา...ก็คือ...ผู้ใหญ่  ตั้งคำถาม  แล้วไม่ตั้งใจฟังเมื่อผู้น้อย..กำลังจะตอบ  ความรู้สึกนี้  กลับมาหาตัวเอง  ไม่อยากให้ผู้น้อยมีความรู้สึกเช่นนี้   ครูอ้อยก็ต้องปรับ...เมื่อถามแล้ว...ก็ต้องฟัง..น้องเธอตอบเสมอ...

การอ่อนน้อม  เป็นเรื่องที่ดี  ให้มองนักกีฬากระโดดไกลสิ  ก่อนที่เขาจะกระโดดออกไปนั้น  เขาจะย่อตัวก่อนทุกครั้ง   ยิ่งย่อตัวมาก   ยิ่งมีแรงผลักตัวของเขาให้กระโดดออกไปไกลที่สุด   ที่เขาจะสามารถดีดตัวออกไปได้   ทำให้เห็นว่า....การอ่อนลงก่อน  จะทำให้ไปได้ไกลกว่า...

เปรียบได้กับความประพฤติ  ที่นำความอ่อนน้อมมาอยู่กับตน  แสดงความอ่อนน้อมบ่อยๆ   ใครพบใครเห็นก็จะรัก  และนิยมชมชอบว่า...กิริยาน่ารัก   

ดูต้นข้าวที่ออกรวงเม็ดข้าว...ดกดื่น  มีข้าวอยู่ในรวงมากมาย  มองดูเป็นสีทองผ่องอำไพ   น่าดูน่าชมเชย และมีความสุข  ที่เห็นรวงข้าวออกผลงอกงามมากมาย 

ตรงกันข้ามที่เห็นรวงข้าว...ตั้งตรง  มีข้าวออกในรวงเพียง 2-3 เม็ด  นอกจากไม่น่าดู  ไม่น่ารัก  ไม่น่าชื่นชมแล้ว  ยังตั้งตรง  กระด้าง  ไม่อ่อนน้อมลู่ลม   ไม่เป็นที่พึงปรารถนาแก่ผู้พบเห็น  คนเป็นเจ้าของนาข้าวที่มีรวงข้าวดกเต็มอ่อนน้อมลู่ลม  ย่อมมีความสุขมากกว่า.....นาข้าวที่ตั้งตรง  แข็ง ไม่ลู่ลม  แล้วยังให้ผลผลิตน้อย  น่าตัดทิ้งไปเสียให้พ้นตาด้วยซ้ำ.....

ธรรมชาติ  ชี้ให้เห็นชัดเจนเลยว่า...การอ่อนน้อม  ย่อมนำพามาซึ่งความเจริญงอกงาม  ความแข็งกระด้างย่อมนำพาความเสื่อมเสียมาให้เราเสมอ...

เหมือนอย่าง...ลิ้นกับฟัน  พบกันก็เป็นเรื่องใหญ่ ลิ้นกับฟันอยู่ด้วยกัน หากกระทบกัน  คนที่เจ็บก็คือ  ผู้ที่เป็นเจ้าของ..ที่ต้องเจ็บลิ้น  เพราะความแข็งของฟัน  ลิ้นต้องยอมแพ้   

แต่ถามว่า...ระหว่าง.....ลิ้นกับฟัน...ใครมีความยั่งยืนกว่ากัน   ลองคิดดู 

อายุเพียงแค่ 50 ปี  ฟันก็เริ่มหัก  ผุ  และจากปากไปในที่สุด 

ความแข็งของฟัน   ไม่ยั่งยืน  และจากเราผู้เป็นเจ้าของไปในที่สุด  

แต่ตรงกันข้าม...ลิ้น  ผู้มีความอ่อนนุ่ม  เขาจะอยู่กับเรา  อยู่ในปากของเรา..จวบจนอายุขัยเราจะหมดสิ้น...

จะเห็นได้ชัดเจนเลยว่า...ความแข็งกระด้างนั้นอยู่กับเราอย่างไม่ยั่งยืน...

ความอ่อนนุ่ม  อ่อนน้อมถ่อมตน....จะนำพาความสุขความเจริญมาให้แก่เราเสมอ.....

ท่านเชื่อไหม