มีเพื่อนสมาชิก สภากาแฟ สหายผู้ทั้งรัก ทั้งเกลียดกาแฟท่านหนึ่งถามว่าด้วยเรื่องของกาแฟ กับหัวใจ กับโรคความดัน เลยไปสรรหามาฝาก

 

ช่วงนี้อากาศแปรปรวน อย่างหนักหลาย ๆ ที่คงได้ซึมซับความแปรปรวนนี้โดย ถ้วยทั่วหน้า ที่เห็นได้ชัดก็ฝนหน้าหนาว ที่ตกหนักต่อเนื่อง ยังกะหน้าฝนนี่แหล่ะ ไอ้หนาวก็หนาวอยู่แล้ว ยังมีฝนเข้ามาซ้ำเติมอีก  คิดแล้วก็ให้เพื่อนบ้านทางจีนที่ต้องเจอะเจอกับพายุหิมะ จนมีคนตายไปแล้วหลายสิบคน  

หนาว ๆ อย่างนี้ก็ขอบ่นหน่อย ว่ากาแฟเย็นเร็วมากเลยค่ะ ขนาดจิบแทบตลอดยังไม่ทันหมดแก้ว เย็นซะแล้ว เฮ้อ อย่างนี้คงต้องได้ปรับเทคนิค เป็นชงทีละแก้วน้อย ๆ ให้ดื่มหมดตอนที่ยังอุ่น ๆ อยู่  แน่ ก็เป็นวิบากของคนชอบดื่มกาแฟร้อน ๆ คนชอบคงเย็นคงสมใจเพราะกาแฟจะเย็นได้นาน 

คราวก่อนมาแบบโอด ๆ ว่าด้วยเรื่องของกาแฟกับกระเพาะอาหาร แต่คราวนี้มากับของคำถามคาใจ  มีเพื่อนสมาชิก สภากาแฟ สหายผู้ทั้งรัก ทั้งเกลียดกาแฟท่านหนึ่งถามว่าด้วยเรื่องของกาแฟ กับหัวใจ กับโรคความดัน เลยไปสรรหามาฝาก เป็นคำตอบที่บางคนอาจตรงใจ แต่บางคนก็อาจคาใจ  คิคิคิ

ก็ลองมาดูกันนะคะว่า ตกลงเจ้ากาแฟ เพื่อนรักของเรา จะญาติดีกับหัวใจ และหลอดเลือดเราไหม ?? 

คาเฟอีนกับ ภาวะหัวใจเต้นผิดปกติ

คาเฟอีนขนาดไม่เกิน 500 มก./วัน ไม่ได้เพิ่มความถี่หรือความรุนแรงต่อการเกิดการเต้นผิดจังหวะของหัวใจห้องบน ทั้งในคนปกติและในผู้ป่วยที่เคยเป็นโรคหัวใจขาดเลือดหรือเคยมีอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะมาก่อนสำหรับการเต้นผิดจังหวะของหัวใจห้องบน มีการศึกษาทดลองหลังจากให้อาสาสมัคร 10 คน รับคาเฟอีน 400 มก. ปรากฏว่า ไม่มีความเปลี่ยนแปลงลักษณะคลื่นไฟฟ้าหัวใจ

ล่าสุดในการศึกษาติดตามในกลุ่มประชากรขนาดใหญ่กว่า 40,000 คน พบว่าไม่มีความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณการบริโภคสารคาเฟอีนกับโอกาสเกิดหัวใจผิดจังหวะในคนทั่วไปแม้จากงานศึกษาวิจัยไม่มีหลักฐานว่าคาเฟอีนทำให้เกิดหัวใจเต้นผิดจังหวะ โดยตรงหลักการที่ผู้ป่วยหัวใจขาดเลือดควรมีการเต้นหัวใจไม่เร็วเกินไปนัก ร่วมกับผลของคาเฟอีนที่อาจจะเพิ่มระดับ homocysteine ที่กำลังสนใจว่าเป็นปัจจัยเสี่ยงหนึ่งให้เกิดหัวใจขาดเลือด ดังนั้น ในผู้สูงอายุหรือผู้มีปัจจัยเสี่ยงต่อโรคหัวใจขาดเลือด จึงควรแนะให้ลดการดื่มกาแฟลงถ้าเป็นไปได้

กาแฟกับความดันเลือดสูง

นอกจากนี้ยังมีบางงานวิจัยพบว่าคนที่เป็นโรคความดันเลือดสูงอยู่เดิม หรือมีแนวโน้มจะความดันเลือดสูง เมื่อดื่มกาแฟเข้าไปแล้วจะมีความดันเลือดเพิ่มขึ้นมากกว่าคนทั่วไป และมีผลลดประสิทธิภาพของยารักษาความดันกลุ่ม beta-blockerการศึกษาล่าสุด โดยการให้อาสาสมัครกินแคปซูลที่มีคาเฟอีน 100 มก./วัน เช่นเดียวกับการดื่มกาแฟในระดับทั่วไปเป็นเวลา 5 วัน ก่อนจะทดสอบปฏิกิริยาการดื้อยาด้วยการวัดความดัน 18 ชั่วโมงหลังรับประทานคาเฟอีน 250 มก. จากการศึกษาพบว่า มีการเพิ่มของความดัน และเกิดอาการดื้อยาขึ้นทั้งในผู้ที่ไวและไม่ไวต่อคาเฟอีน แต่ในกลุ่มคนที่ไวต่อคาเฟอีนจะมีรับความดันเลือดสูงขึ้นมากกว่ากลุ่มที่ไม่ไวและความดันที่สูงอยู่นานกว่า

โดยสรุปการแนะนำผู้ป่วยให้ลดกาแฟไม่ให้เกิน 3 แก้วต่อวัน หรืองดถ้าเป็นไปได้ในผู้ที่เป็นโรคความดันเลือดสูงอยู่แล้ว หรือมีแนวโน้มที่จะเกิดโรคความดันเลือดสูง จึงน่าจะมีประโยชน์ทั้งในแง่การควบคุมความดันเอง และในแง่ส่วนผสมครีม น้ำตาลในกาแฟที่ทำให้เกิดภาวะอ้วนด้วย

อย่างไรก็ตาม จากงานวิจัยต่างๆ ยังไม่มีหลักฐานว่าการดื่มกาแฟเป็นประจำ เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นความดันเลือดสูงในอนาคต และใน JNC7 ซึ่งเป็น แนวปฏิบัติในการป้องกันรักษาความดันเลือดสูงฉบับล่าสุดก็ระบุถึง life-style modification ที่ช่วยลดความดันได้ผลอยู่ 5 ประการ ได้แก่ การลดน้ำหนัก, การออกกำลังกาย, การลดอาหารเค็ม, การเลือกกินอาหารที่อุดมด้วยแร่ธาตุโพแทสเซียม แคลเซียม และการดื่มสุราให้ปริมาณพอเหมาะซึ่งไม่ได้กล่าวถึงกาแฟ แต่ประการใด

เอ้า  มาสรุปกันหน่อย  ก็คือ การดื่มกาแฟโดยทั่วไปไม่ได้ก่อให้เกิด อันตรายต่อหลอดเลือดและหัวใจ แต่ถึงอย่างไรก็ควรดื่มในปริมาณที่เหมาะสม หรือไม่ควรจะเกิน 3 แก้วต่อวัน

วู้ อันนี้ ก็ พยายามจะปรับปรุงอยู่ค่ะ อย่างวันนี้ก็ทำได้นะคะ  ได้สามแก้วพอดิบ พอดี ไม่มีขาดเกิน หุหุ

อิอิอิ  พูดอย่างนี้ก็เสร็จโจร จิ 

 ขอให้คอกาแฟ จงเจริญ !!  เย้เย้ 

ที่มา : วารสารคลินิก