พี่สงวนจากไปแล้ว แล้วเมื่อไรเราจะจากไป? เป็นคำที่ผู้ปฎิบัติธรรมกล่าวอยู่เสมอ เมื่อพบว่า มีผู้เสียชีวิตเพื่อเตือนให้ทราบว่า เวลาของตนเองเหลือน้อยลง และไม่รู้วง่าจะหมดลงเมื่อใด ยังมีสิ่งใดที่ยังไม่ได้ทำ ให้รีบทำ
25 ปีที่แล้ว เคยเขียนบันทึก จากพ่อแม่สู่ลูก เพื่อถ่ายทอดความรู้สึกของพ่อแม่สู่ลูกรักทั้งสอง เพื่อให้ลูกทั้งสองทราบว่า พ่อแม่มีความรู้สึกอย่างไร คิดอย่างไร ทำอย่างไร จะได้ไม่ต้องไปถามจากคนอื่นๆ หากพ่อแม่ต้องจากไป 5 ปี หลังนี้มีงานมากเหลือเกิน อารมณ์ความรู้สึกยังไม่ถึงจุดที่ทำให้บันทึกต่อได้ วันนี้ จำเป็นต้องรีบเขียนบันทึกต่อถึงลูกทั้งสอง และเพิ่มเติมข้อความเพื่อให้ลูกทั้งสองอ่าน ในทันทีเมื่อเขียนเสร็จแล้ว เมื่อให้ลูกและแม่อ่าน ลูกก็เดินมากอด และบอกว่า มีความรู้สึกดี แม่ก็เช่นกัน
หลายครั้งที่ไปเยี่ยมผู้ป่วยที่ใกล้จะเสียชีวิต ผู้ป่วยหลายรายยังพูดได้ แต่ใกล้จะสิ้นใจ ญาติยังทำใจไม่ได้ ไม่ยอมให้ผู้ป่วยและญาติได้กล่าวความรู้สึกสุดท้าย และสั่งเสียเรื่องราวต่างๆ รอจนกระทั่งผู้ป่วยไม่รู้สึกตัว ใช้เครื่องช่วยหายใจ ช่วงนั้นจะเป็นช่วงที่ลำบาก เพราะผู้ป่วยไม่สามารถแสดงความรู้สึกได้เต็มที่ สิ่งสำคัญคือ 5 ปี ก่อนถึงวาระสุดท้าย(ไม่ใช่ 5 นาที) หากทุกคนได้ดำเนินการตามคำสั่งสอนของพระพุทธองค์ ปล่อยวางทางโลก ศึกษาปฎิบัติธรรม สนใจการนำจิต นำสมาธิ เพื่อไปสงบยังภพหน้า จะเป็นทางที่ทำให้จิตสงบ และจากไปอย่างมีความสุข
หวังว่า เหล่าสมาชิก Km คงมีอายุยืนยาว อย่างไรก็ดี อย่าประมาท... และสามารถแสดงความรู้สึกสุดท้ายได้สมบูรณ์ในที่สุด...
สวัสดี
นายแพทย์บุญเรียง ชูชัยแสงรัตน์
นายแพทย์สาธารณสุข จังหวัดราชบุรี
081-9415586
30 มค. 2551
พี่หมอคะ
ในส่วนตัวเอง มีบันทึกมรณะเล่มหนึ่ง จะเขียนเรื่องรา วการสั่งเสียผู้อยู่เบื้องหลังไว้เหมือนกัน เป็นการดี เพราะช่วงวิกฤต เราคงนึกอะไรไม่ค่อยจะออกนัก เพราเวทนาทุกข์มันรุมเร้า
เขียนเป็นระยะ หรือเมื่อต้องการเปลี่ยนแปลงข้อความ ก็จะบันทึกค่ะ