ในช่วงเดือนที่ผ่านมาเราทั้งสองคน ได้มีโอกาสเดินทางไปเยี่ยมเยียนโรงพยาบาลหลายแห่งใน จ.กาญจนบุรี ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพมากนัก การเดินทางก็สะดวกสบายไปได้ทั้งจากทางนครปฐมหรือสุพรรณบุรี เมืองกาญจน์เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจโดยเฉพาะในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่มีการนำเชลยศึกมาสร้างทางรถไฟ จนเป็นเรียกกันว่า เส้นทางรถไฟสายมรณะ มีสุสานของทหารพันธมิตรที่มักจะมีบรรดาทหารที่ยังมีชีวิตอยู่มาเคารพหลุมศพเพื่อนๆ นอกจากนี้ด้วยสภาพพื้นที่ของเมืองกาญจน์ที่ประกอบด้วยขุนเขา น้ำตกและแม่น้ำ ทำให้กาญจนบุรีเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญแห่งหนึ่งของไทย

 

ในด้านการพัฒนาคุณภาพโดยรวมของเมืองกาญจน์นั้น ทีมนำด้านการพัฒนาคุณภาพของจังหวัดโดยได้รับการสนับสนุนจากนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนั้น มีความเข้มแข็งและทำงานกันเป็นทีม มีการจัดการจัดกิจกรรมต่างๆที่จะทำให้แต่ละโรงพยาบาลได้มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน มีบรรยากาศเหมือนพี่ช่วยน้อง เพื่อนช่วยเพื่อน รวมทั้งมีการแสวงหาความรู้ใหม่ๆหรือสิ่งที่ตนไม่รู้ไม่เข้าใจจากภายนอก เช่น การเชิญวิทยากรหรือผู้รู้ไปสอน/อบรมรวมกันทั้งจังหวัด

 

โรงพยาบาลบ่อพลอย เป็นโรงพยาบาลหนึ่งที่เราสองคนได้เข้าไปเยี่ยม โรงพยาบาลนี้มีขนาด 60 เตียง อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 30 กิโลเมตร ทีมงานของโรงพยาบาลได้กำหนดวิสัยทัศน์ที่จะเป็นโรงพยาบาลที่ให้บริการสุขภาพอย่างมีคุณภาพตามมารตรฐานวิชาชีพ และเป็นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ด้วยความมุ่งมั่นของท่านผู้อำนวยการและทีมนำ ได้มีการสื่อสารและสร้างความเข้าใจแก่เจ้าหน้าที่ทุกคนในโรงพยาบาลอย่างทั่วถึง มีการจัดกิจกรรมต่างๆในการพัฒนาคุณภาพ เช่น กิจกรรมหัวหน้าพาทำ กิจกรรมทบทวนต่างๆ การประกวดผลงาน CQI ในแต่ละหน่วยงาน รวมทั้งการสนับสนุนให้เจ้าหน้าที่มีการดูแลสุขภาพตนเองและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

 

เมื่อย่างก้าวเข้าสู่โรงพยาบาล เราสองคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เราสัมผัสได้ถึงความสุข ความกระตือรือร้น และความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล สิ่งเหล่านี้ส่งผลให้เกิดบรรยากาศการทำงานที่ดี การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และท้ายที่สุดก็คือการส่งผลต่อการดูแลรักษาผู้ป่วย ดังคำกล่าวที่ว่า เมื่อจิตใจดีแล้ว การกระทำย่อมดีตามมา ตัวอย่างหนึ่งที่ทำให้เราสองคนรู้สึกซาบซึ้งใจก็คือ การดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย คุณนงลักษณ์ พยาบาลในหอผู้ป่วยชายเล่าให้ฟังว่า เมื่อเดือนก่อนมีชายสูงวัยที่นอนรักษาตัวในโรงพยาบาล ซึ่งเป็นระยะ end stage แล้ว ลูกๆพากันมาขอพาพ่อกลับบ้าน โดยบอกว่าจะพาพ่อไปทำพิธีกรรมทางศาสนา พอได้ฟังดังนั้นจึงนึกได้ว่าวันรุ่งขึ้นได้นิมนต์พระมาทำบุญเลี้ยงเพลเนื่องในวันพยาบาลพอดี จึงบอกให้ญาติรอพรุ่งนี้ก่อน พอถึงวันรุ่งขึ้นพยาบาลท่านนี้ก็ได้นิมนต์พระมาที่เตียงผู้ป่วย พระท่านได้ทำพิธีสวดเพื่อให้ผู้ป่วยจิตใจสงบพร้อมทั้งได้มีการถวายสังฆทานคนเป็น จากนั้นในวันรุ่งขึ้นลูกๆได้นำพ่อกลับบ้าน

 

ประมาณ 1 สัปดาห์ผ่านไป ลูกๆของผู้ป่วยรายนี้ได้กลับมาที่หอผู้ป่วยอีกครั้ง เพื่อที่มาบอกบรรดาพยาบาลที่ช่วยกันดูแลพ่อว่า พ่อได้เสียชีวิตแล้วโดยจากไปอย่างสงบ ทุกๆคนในบ้านรู้สึกซาบซึ้งใจที่โรงพยาบาลได้นิมนต์พระมาสวดให้พ่อ เค้าอยากให้โรงพยาบาลทำอย่างนี้กับผู้ป่วยที่ใกล้เสียชีวิตทุกราย เพราะอยากคนอื่นๆได้จากไปอย่างสงบเหมือนพ่อของตน พร้อมกันนี้บรรดาลูกๆและญาติๆได้นำเงินจำนวนหนึ่งมามอบให้กับโรงพยาบาลเพื่อให้มีทุนในการจัดกิจกกรรมนี้ด้วย ขณะที่เล่านั้นเองทั้งผู้เล่าและผู้ฟังต่างน้ำตาคลอเบ้า ต่างสัมผัสได้ถึงความปิติที่เกิดขึ้น ซึ่งความสุข/ความปิตินี้มิอาจวัดค่าเป็นตัวเลขได้แต่เราสามารถรับรู้ได้

 

จากเหตุการณ์ดังกล่าว ทางทีมที่ดูแลผู้ป่วยได้นำมาสืบทอดต่อโดยการปลูกฝังการทำงานของตนให้คำนึงถึงการดูแลด้านจิตใจของผู้ป่วยและญาติอย่างทั่วถึงทุกราย มีการปรับแนวทางการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายให้คำนึงถึงด้านจิตใจมากขึ้น มีการแนะนำให้ผู้ป่วยสงบจิตใจโดยให้นึกถึงหลวงปู่นิลที่อยู่บนยอดเขาหน้าโรงพยาบาลเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ รวมถึงการให้ผู้ป่วยสวมใส่เสื้อผ้าใหม่ๆ เพื่อให้ก้าวสู่โลกใหม่ด้วยความสะอาดสะอ้าน

 

ยังมีอีกหลายอย่างในโรงพยาบาลนี้และในจังหวัดนี้ที่บรรดาบุคลากรสาธารณสุขได้ร่วมกันสรรสร้างสิ่งดีๆให้กับประชาชน ซึ่งเราสองคนจะได้นำมาเล่าให้ฟังในโอกาสต่อไป เหนือสิ่งอื่นใดเราหวังว่าสิ่งที่ได้เล่ามานี้จะเป็นกำลังใจให้กับพวกเราทุกคนในการพัฒนาคุณภาพโรงพยาบาลต่อไป มิใช่เพื่อใครแต่เพื่อพวกเราและประชาชนชาวไทยทุกคน

 

สองสาว(ต่างวัย)