GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

“ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ” ตามคำพิพากษาศาลฎีกาฟิลิปปินส์

 

ศาลฎีกาฟิลิปปินส์ให้เหตุผลว่า บทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มีสภาพบังคับอัตโนมัติ (Self-Executing).  เหตุนี้ สิทธิขั้นพื้นฐานที่รับรองไว้ในรัฐธรรมนูญ จึงยกขึ้นอ้างได้โดยประชาชน ในทันทีที่รัฐธรรมนูญมีผลใช้บังคับ โดยไม่ผูกมัดต้องคอยกฎหมายลูกใดๆ จากฝ่ายนิติบัญญัติ.  กฎหมายลูกที่จะออกมาในภายหลัง จะกำหนดได้ ก็แต่เพียงเงื่อนไข & ข้อจำกัดที่สมเหตุสมผลเท่านั้น ซึ่งจำต้องสอดคล้องกับนโยบายแห่งรัฐ ที่ชัดแจ้งแล้วว่า มีบทบัญญัตินั้นมา เพื่อประโยชน์มหาชน.

ต่อไปนี้ คือเนื้อหาโดยย่อ ของคำพิพากษาโดยศาลฎีกาฟิลิปปินส์.

 

 

 

                                                                                                                           
                                                 ตราศาลฎีกาฟิลิปปินส์                                                                          อาคารศาลฎีกาฟิลิปปินส์
                                                 (รูปวิคิพีเดีย)                                                                          (รูปวิคิพีเดีย)

 

คำพิพากษาศาลฎีกาฟิลิปปินส์

“ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ” ไม่ผูกมัดต้องคอยกฎหมายลูก

 

 

เลขคดี:        G.R. No. L-72119 May 29, 1987

ระหว่าง:       Mr. Valentin L. Legaspi, Petitioner (นายวาเล็นทิน แอล. เลกัสพิ, โจทก์) กับ

                   Civil Service Commission, Respondent (คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน, จำเลย)

ข้อเท็จจริง:   Mr. Legaspi ยื่นคำร้องคดีแพ่ง ให้ศาลสั่ง “CSC” Civil Service Commission ให้เปิดเผยข้อมูล โดยอ้าง สิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวเนื่องกับสาธารณประโยชน์ (The Fundamental Right of the People to Information on Matters of Public Concern) แต่ CSC ปฏิเสธคำร้อง ไม่ยอมเปิดเผยคุณสมบัติพนักงานสาธารณสุข ๒ คนแห่งเมืองเซบุ (Cebu City).  Mr. Legaspi จึงยื่นคำร้อง ขอให้ศาลสั่ง.

พรบ. จดทะเบียนที่ดิน (Land Registration Act) คือกฎหมายฉบับแรกในฟิลิปปินส์ ที่ให้สิทธินี้ จึงมี บก. นสพ. ขอศาลให้สั่งเปิดเผยข้อมูลโฉนดที่ดินคนต่างด้าวในคดีเมื่อปี ๑๙๔๘.  ต่อมา สิทธิในข้อมูลข่าวสารทางราชการ ได้รับการรับรองโดย รัฐธรรมนูญปี ๑๙๗๓.  หลังจากนั้น จึงมีผู้ใช้สิทธิในคดีเมื่อปี ๑๙๘๕ ขอศาลให้สั่งตีพิมพ์คำสั่งประธานาธิบดีทุกชนิด ลงในราชกิจจานุเบกษา ทั้ง Presidential Decrees, Letters of Instructions, และ Presidential Issuances อื่นๆทั้งหมด.

รัฐธรรมนูญปี ๑๙๗๓ บัญญัติใน Article IV, Sec. 6 ว่า:  “The right of the people to information on matters of public concern shall be recognized. Access to official records, and to documents and papers pertaining to official acts, transactions, or decisions, shall be afforded the citizen subject to such limitations as may be provided by law.” (ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ)

ต่อมา รัฐธรรมนูญปี ๑๙๘๗ ได้ขยายความใน Article III, Sec. 7 ว่า:  “The right of the people to information on matters of public concern shall be recognized. Access to official records, and to documents, and papers pertaining to official acts, transactions, or decisions, as well as to government research data used as basis, for policy development, shall be afforded the citizen, subject to such stations as may be provided by law.”  (ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ)

คำพิพากษา:   ศาลฎีกาฟิลิปปินส์ได้สั่ง CSC ให้เปิดเผยคุณสมบัติพนักงานสาธารณสุข ๒ คนดังกล่าว โดยอ้างตำรา A Treatise on the Constitutional Limitations โดย Prof. Thomas M. Cooley.   ศาลฎีกาฟิลิปปินส์ได้เขียนให้เหตุผลว่า:

บทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ๒ มาตรานั้น มีสภาพบังคับอัตโนมัติ (Self-Executing).  นี่คือกฎหมายที่กำหนดให้ประชาชนมีสิทธิในข้อมูลข่าวสาร โดยให้ประกันในสิทธินี้ & สั่งให้รัฐมีหน้าที่ ให้ความสะดวกแก่ประชาชน ในการเข้าถึงแหล่งข้อมูล.  เหตุนี้ สิทธิขั้นพื้นฐานที่รับรองไว้นี้ จึงยกขึ้นอ้างได้โดยประชาชน ในทันทีที่รัฐธรรมนูญมีผลใช้บังคับ โดยไม่ผูกมัดต้องคอยกฎหมายลูกใดๆ จากฝ่ายนิติบัญญัติ.  กฎหมายลูกใดๆในภายหลังจากฝ่ายนิติบัญญัติ จะกำหนดได้ ก็แต่เพียงเงื่อนไข & ข้อจำกัดที่สมเหตุสมผล ในการเข้าถึงข้อมูลเท่านั้น ซึ่งจำต้องสอดคล้องกับนโยบายแห่งรัฐ ที่ชัดแจ้งแล้วว่า จะเปิดเผยข้อมูลให้เต็มที่ต่อมหาชน ในเรื่องเกี่ยวเนื่องกับสาธารณประโยชน์.”

These constitutional provisions are self-executing. They supply the rules by means of which the right to information may be enjoyed by guaranteeing the right and mandating the duty to afford access to sources of information. Hence, the fundamental right therein recognized may be asserted by the people upon the ratification of the constitution without need for any ancillary act of the Legislature. What may be provided for by the Legislature are reasonable conditions and limitations upon the access to be afforded which must, of necessity, be consistent with the declared State policy of full public disclosure of all transactions involving public interest.”

(ย่อจากคำพิพากษาฉบับเต็ม: http://www.lawphil.net/judjuris/juri1987/may1987/gr_l_72119_1987.html)

พิมพ์ครั้งแรกในวารสาร "กฎหมายใหม่," กพ. ๒๕๔๙, น. ๒๘-๓๑

 

 

พิเชษฐ เมาลานนท์/นิลุบล ชัยอิทธิพรวงศ์/พรทิพย์ อภิสิทธิวาสนา/๒๑กพ๐๖

ทีมวิจัย ๓ คน

คณะนิติศาสตร์, มหาวิทยาลัยนีกาตะ, ประเทศญี่ปุ่น

[email protected]

 


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): uncategorized
หมายเลขบันทึก: 16178
เขียน:
แก้ไข:
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (0)