ผมได้มีโอกาสไปพูดคุยกับเพื่อนสนิทคนหนึ่ง เพื่อนผมคนนี้ทำงานในบริษัทเอกชน อยู่ฝ่ายบุคคล ผมถามเขาว่าเขามีหลักการขึ้นเงินเดือนลูกน้องอย่างไร
เขาตอบว่า เขาจะพิจารณาจาก “ผลงาน” เป็นหลัก
ผมก็ถามเขาต่อไปว่า แล้วเรื่องของคนสนิท หรือ การประจบประแจง มีผลต่อการขึ้นเงินเดือนไหม
เขาตอบว่า ถึงอย่างไร เขาก็จะขึ้นเงินเดือนจาก ผลงาน เป็นหลัก บางคน ไม่เคยเข้ามาหาเขาเลย ไม่สนิทกับเขาด้วยซ้ำ แต่ถ้าเขามีผลงานดี ก็จำเป็นต้องขึ้นเงินเดือนให้เขา
ในขณะที่คนสนิท ถ้าไม่มีผลงาน หรือผลงานสู้เขาไม่ได้จริงๆ ก็จะไม่ได้รับการพิจารณาขึ้นเงินเดือน
แต่ สำหรับในกรณีที่ผลงานพอๆ กัน ระหว่างคนสนิท กับ คนไม่สนิท เขาก็จะขึ้นเงินเดือนให้คนสนิทก่อน ประเด็นนี้ก็เป็นเรื่องปกติของคนสนิท ต้องมีบ้าง
สุดท้าย เขาบอกไว้เลยว่า ปรัชญาในการทำงานบริษัทของเขามีอยู่ว่า
ใครที่จะประจบนาย ให้ประจบด้วยงาน
ขอบคุณครับ
สวัสดีค่ะอาจารย์
เห็นวัดกันที่ผลงานทุกที
แต่ก็เหมือนเดิม
แล้วจะถ่วงน้ำหนักความยากง่ายของผลงานกันอย่างไรค่ะ
“ทำยากได้มาก ทำง่ายได้น้อยหรือเปล่า”
พูดเรื่องขั้นเงินเดือนทีไรวุ่นวายทุกปี
เด็กเธอ เด็กฉัน
ผลการประเมินแบบ “ค้างสายตา” วัด “ที่ความรู้สึกว่า”
อิ อิ
สวัสดีครับ คุณเพชรน้อย
ที่ผมนำมาเขียนเพราะเห็นเป็นเรื่องแปลกครับ แปลกสำหรับระบบราชการ
เพราะเท่าที่ผ่านมาที่ผมอยู่ในระบบราชการ เรื่องแบบนี้ไม่ค่อยเคยได้ยินหรอกครับ
แต่งานเอกชน คงเป็นเรื่องปกติสำหรับเขานะครับ ที่ขึ้นเงินเดือนโดยยึดผลงานเป็นหลัก
อยู่ในระบบราชการ คงต้องกินยา “ทำใจ” ให้มากๆนะครับ
ขอบคุณครับ
จริงอย่างที่ว่า ผลงานต้องมาก่อน
แต่ที่ผมประสบมาจากที่ผมทำงาน คนประจบและเอาหน้า มักจะได้ขึ้นเงินเดือนเยอะเสียด้วยสิ
อย่างว่าครับ เก่งแต่หัวแข็ง กับ ไม่เก่งมาก แต่ปนะจบเก่ง มันก็พอ ๆ กันครับ
เรื่องนี้พูดยาก ผมขอทำงานคนเดียวอย่างนี้ดีกว่า ครับ
สวัสดีค่ะ
หลักการขึ้นเงินเดือนที่ตัวเองเคยใช้มา มีหลายเหตุผลค่ะ เช่น...
1.ดูเรื่องอัตราเงินเฟื้อที่เพิ่มขึ้น เพราะ คนเรา ต้องกิน ต้องใช้ เรื่อง นี้ เป็นเรื่องพื้นฐานมากๆ
2.ดูผลงาน และความยากง่าย ของงานที่ทำ งานง่ายๆ อาจให้ขึ้นได้ไม่มากนัก งานยาก งานเสี่ยง ต้องพิจารณามากหน่อย
3.ทำ Job Evaluation หมายถึงการวิเคราะห์ความรับผิดชอบ ปริมาณงาน เปรียบเทียบค่างานกับตำแหน่งอื่นที่คล้ายคลึงกัน ในที่องค์กรเดียวกัน และในตลาดทั่วไป
4.ความสามารถในการจ่ายขององค์กร หมายความว่า องค์กรมีรายได้และทำกำไรได้แค่ไหน แล้วมีเงินเพียงพอ ต่อการจ่ายค่าจ้างเพียงใด
เรื่องการทำให้นายชอบ เป็นเรื่องท้ายค่ะ อาจมีผลบ้าง แต่ไม่มากนัก
มีใครชอบลูกน้อง ที่นินทาเราทุกวันไหมคะ แม้จะทำงานดี
ลูกน้องที่ฉลาด ไม่ต้องมาเอาใจมากมายหรอก แค่ทำตัวไปตามธรรมชาติ ที่ควรทำ ให้เกียรติกันพอควร ก็ไม่มีปัญหาหรอกค่ะ
เก่งแต่หัวแข็ง กับ ไม่เก่งมาก แต่ประจบเก่ง มันก็พอ ๆ กันครับ
ขอบคุณครับ
ประเด็นที่เป็นประโยชน์มาก คือ หลักการขึ้นเงินเดือนที่ตัวเองเคยใช้มา(ตัวเอง คือ คุณพี่ Sasinanda) ทั้ง 4 ข้อ มีคุณค่ามากครับ คงจะเป็นคำตอบของคุณเพชรน้อยที่ว่า
แล้วจะถ่วงน้ำหนักความยากง่ายของผลงานกันอย่างไรค่ะ
"ทำยากได้มาก ทำง่ายได้น้อยหรือเปล่า"
ได้เป็นอย่างดี สำหรับผม ก็ขออนุญาตนำไปใช้ในโอกาสต่อไปนะครับ เพราะที่ผ่านมาผมจะประเมินง่ายๆ
ประเด็นที่ผมประทับใจที่สุด ก็ตรงนี้ครับ
ลูกน้องที่ฉลาด ไม่ต้องมาเอาใจมากมายหรอก แค่ทำตัวไปตามธรรมชาติ ที่ควรทำ ให้เกียรติกันพอควร ก็ไม่มีปัญหาหรอกค่ะ
ขอบคุณครับ