The Toyota Way (10)
Lean Thinking
ที่จริงนี่เป็นหนังสืออีกเล่มหนึ่งชื่อ Lean Thinking : Banish Waste and Create Wealth in Your Corporation แต่งโดย James P. Womack & Daniel T Jones, 2003 ไม่ใช่หนังสือที่เขียนเกี่ยวกับโตโยต้าโดยตรง แต่ก็มีข้อมูลของโตโยต้ามาเป็นตัวอย่างหลายเรื่อง
ผมคิดว่าโตโยต้าคงจะได้ประยุกต์ใช้หลักการ Lean (ไร้ความสูญเปล่า) มากทีเดียว จึงนำมาเล่าไว้ สำหรับผู้จะไปดูงาน KM ที่โตโยต้าได้อ่านไว้ประกอบความเข้าใจเวลาไปดูงาน
หลักการของ Lean Thinking มี 5 ประการคือ Value, Value Stream, Flow, Pull และ Perfection
Value
ฝรั่งใช้คำว่า value แต่เราต้องใช้ 2 คำคือ คุณค่าและมูลค่า
หลักสำคัญที่สุดคือ ต้องเปลี่ยนความสูญเปล่า (waste)
ให้กลายเป็นคุณค่าและมูลค่า คือคิดเชิงบวก
อย่าคิดเชิงลบ อย่าคิดลด waste และเพิ่ม efficiency
โดยการลดคนหรือทำลายโอกาสทำงานของคน
ให้เพิ่มโอกาสทำงานของคนโดยการทำให้เกิดการเพิ่มคุณค่าและมูลค่า ณ
ทุกจุดของหน่วยงาน/ทีมงาน
ต้องร่วมกันคิดไตร่ตรองให้จงหนักว่าการสร้างคุณค่าและมูลค่าเกิดตรงไหน
อย่างไร
และต้องหมั่นมองคุณค่าและมูลค่าจากมุมของลูกค้าหรือผู้ใช้บริการ
เพิ่ม value เป็นหลัก ไม่ใช่เพิ่มประสิทธิภาพเป็นหลัก
Value Stream
มอง "ธารคุณค่า"
คือมองให้เห็นตลอดสายของธุรกิจ
ตั้งแต่การผลิตวัตถุดิบ บริษัทผู้ส่งชิ้นส่วน
บริษัทของตนเอง หน่วยงาน/กลุ่มของตน
บริษัทผู้แทนจำหน่าย ลูกค้า บริการหลังการขาย
ฯลฯ นี่คือการคิดเชิงระบบ (Systems
Thinking) ที่จะช่วยให้มองเห็นโอกาสในการลด waste และเพิ่ม value
ได้อีกมากมาย เงื่อนไขสำคัญของ "ธารคุณค่า"
คือต้องเปิดเผยข้อมูลต่อกัน
มีความไว้วางใจและรักษาประโยชน์ซึ่งกันและกัน
มองอีกมุมหนึ่งเป็นการจัดการความสัมพันธ์ระหว่างบริษัท
นั่นเอง โดยมีเป้าหมายร่วมกัน
เพิ่ม value ของกันและกัน สร้าง synergy ในการลด waste และเพิ่ม value
Flow
เป็นการปฏิบัติระบบการผลิตจาก batch system เป็น continuous flow
system มีการเลื่อนไหลของสายพานการผลิตอย่างต่อเนื่อง
มีผลให้ลดเวลา ลดต้นทุน เกิดการเพิ่ม value ณ
จุดของแต่ละทีมและเพิ่ม value ตลอด "ธารคุณค่า"
มีการรับผิดชอบงาน ณ จุดของทีม
และในขณะเดียวกันก็ร่วมกันรับผิดชอบตลอด "ธารคุณค่า"
ผมมองว่าระบบการผลิตแบบ flow ทำให้พนักงานมี systems thinking และเมื่อผสมผสานกับองค์ประกอบอื่น ๆ ทำให้เกิดการเรียนรู้เป็นทีม นำไปสู่ LO
Pull
ไม่ใช้วิธีคิดแบบเดิมที่ผลิตสินค้าแล้ว push
สินค้านั้นไปรอการซื้อ แต่ดำเนินการสวนทาง
คือให้ความต้องการสินค้าของลูกค้าหรือตลาดเป็นตัว pull
ปริมาณการผลิต แล้วให้ปริมาณการผลิตไป pull
การส่งชิ้นส่วนและวัตถุดิบสำหรับการผลิต
การปฏิบัติแนวนี้จะลดการสะสมชิ้นส่วน
ลดการสะสมสินค้าที่ผลิตแล้วแต่ยังส่งไปยังตลาดไม่ได้ ต้องรอ
order
Perfection
ทั้ง 4
องค์ประกอบข้างต้นจะนำไปสู่การดำเนินการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเป็นพลวัต
ภายใต้ความเชื่อว่าคนในองค์กรจะต้องเรียนรู้และปรับปรุงเพื่อให้
work smarter
อยู่ตลอดเวลา โดยที่พลังสำคัญของ perfection
คือพลังของข้อมูลข่าวสารที่เปิดเผย หรือ transparency
ตลอดสายธารคุณค่า/มูลค่า
ทั้ง 5 องค์ประกอบนี้ที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอเข้มข้น ความสูญเปล่าจะลดน้อยลงเรื่อย ๆ จนองค์กรอยู่ในสภาพ "ไร้ความสูญเปล่า" และ "ไร้สิ่งไม่จำเป็น" (lean)
วิจารณ์ พานิช
16 ก.พ.49