ที่สุด ก็มีผู้ผ่านเข้าไปมีชื่อในหน้าประติศาสตร์ ชุดแรกนี้คือ ๕๗ คน และได้บริจาคเลือด เพื่อต่อชีวิตมนุษย์ จำนวน ๑๗,๑๐๐ ซี.ซี.
วันที่ ๒๒ มกราคม ๒๕๕๑ วันนี้อากาศแปลกมาก จู่ๆก็มีหมอกลงจัด มองพระอาทิตย์ได้เหมือนพระจันทร์ และลมบน คงจะแรงเพราะมองเห็นละอองหมอก ปลิวผ่านไปอย่างรวดเร็ว ในวันที่ดีๆ จะดูจะมองอะไร ก็สวยสดงดงามไปหมด
วันนี้แหละที่ผู้เขียนกำลังจะไปมีส่วน สร้าง หน้าประวัติศาสตร์ใหม่ ให้กับชาวตำบลเขาคันทรง ที่ร่วมใจกัน ก่อตั้งธนาคารเลือดเฉลิมพระเกียรติ์ ๘๐ พรราษาขึ้น เพื่อค้นหาอาสาสมัคร ที่มีใจเสียสละ มีจิตอาสา ช่วยเหลือผู้อื่นโดยไม่มีข้อแม้และเงื่อนไข เขาจะเก็บเลือดไว้ในกาย เพื่อที่จะพร้อมบริจาคให้ใครก็ได้ ในยามฉุกเฉิน
เหมือนอุปาทาน ไม่ว่าจะมองหน้าใคร ทำไมมีแต่รอยยิ้มแย้มแจ่มใส ทั้งหญิงทั้งชาย ราวกับพวกเขา เป็นเทวดา นางฟ้านางสวรรค์ เหล่ากาชาดที่มาก็อารมณ์ดี ให้บริการดูแลผู้มาบริจาคเลือด ราวกับของมีค่า ไม่มีใครเป็นลม ไม่มีใครถอดใจ มีแต่บางคน ที่นั่งบ่นเสียดาย เพราะไม่ผ่านการตรวจคัดกรอง ระดับแรกเลยคือ การตอบคำถาม หลายสิบข้อ เกี่ยวกับการปฏิบัติตัว นอนไม่ถึง ๖ ชั่วโมง ไปงานเลี้ยงดื่มสุรามาเมื่อคืน เป็นรอบเดือน กินยาเกินสองเม็ด และแม้แต่อาหารมื้อที่ผ่านมา มีไขมันสูงเช่น แกงกะทิ ข้าวมันไก่ ข้าวขาหมู ก็ถึงกับอดบริจาคเลือดเลยที่เดียว จากสองร้อยกว่าคน เหลือ หนึ่งร้อย แต่พอตรวจด้วยเครื่องมือ วัดความดัน เจาะเลือดหาความเข้มข้น ที่เราเห็นกันบ่อยๆ คือหยดเลือดลงไปในน้ำยา ถ้าจม ก็โอเค วันนี้ ผู้มีจิตอาสาที่ผ่านรอบนี้ มีอันต้องถูกคัดออกอีก สี่สิบสามคน เพราะเลือดลอย มันฟ้องว่า ร่างกาย ยังไม่สมบูรณ์พอ ยังไม่สามารถสร้างทานบารมี ด้วยการให้เลือดได้ ที่สุด ก็มีผู้ผ่านเข้าไปมีชื่อในหน้าประวัติศาสตร์ ชุดแรกนี้คือ ๕๗ คน และได้บริจาคเลือด เพื่อต่อชีวิตมนุษย์ จำนวน ๑๗,๑๐๐ ซี.ซี.
การบริจาคเลือด ไม่ใช่จะทำกันได้ง่ายๆ ไหนจะต้องมีกำลังใจที่เข้มแข็ง เพื่อจะฝ่าด่านความกลัว กับสิ่งที่เป็นโลหะสีขาวเล่มเล็กๆ ที่เรียกว่าเข็ม ไหนจะต้องมีสุขภาพดีเยี่ยม และไหนจะต้องมีจิตเมตตา ที่จะช่วยเหลือคนอื่น ด้วยเลือดเนื้อของตนเอง
ผู้เขียนขอยกย่องชมเชย อาสาสมัครทุกคนที่ผ่านเข้ารอบมา และขอให้กำลังใจ แก่ผู้ที่ต้องกลับไปดูแลสุขภาพ ให้ดีพร้อม ก่อนจะได้รับเลือกในรอบต่อไป
การมารวมกันทำความดี ทำให้เกิดพลังอย่างมหาศาล เกิดผลกระทบต่อจิตใจกับผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ หลายคนแม้ไม่สามารถบริจาคเลือดได้ แต่ก็มาคอยให้กำลังใจ คอยประคับประคองกันลงจากเตียง กลัจะหน้ามืดเป็นลม บางคนเอาส้ม น้ำ อาหารมาเลี้ยง อย่างเหลือเฟือ บางคนมาคอยเก็บภาพ เสียงบอกชูสองนิ้วด้วย สู้ ๆ บางคนก็แอบเก็บภาพเงียบๆ ไว้เป็นที่ระลึก สิ่งเหล่านี้ ไม่มีใครนัดแนะกันมาก่อน แต่เป็นพลังความสุขที่แผ่กระจายครอบคลุมไปทั้งงาน ผู้เขียนเห็นหลายคน เอามือลูบแขนบริเวณแทงเข็ม แล้วก็ยิ้มคนเดียว เหมือนจะบอกตัวเองว่า เราทำสำเร็จแล้ว
ครึ่งวันที่ผ่านมันมีแต่ความผาสุก ไม่รู้สึกเหนื่อยล้า โดยเฉพาะตัวผู้เขียนเอง สามารถลงจากเตียงให้เลือด แล้วเดินปฏิบัติงานต่อได้ทันที ไม่มีอาการวิงเวียน ไม่รู้สึกหิว ในหัวใจมันอิ่มเอิบ นี่แหละหนอความปิติ อีกรูปแบบหนึ่งที่เข้ามาหล่อเลี้ยงกายใจให้มีกำลังเสมอ
เมื่อกลับมาถึงบ้าน ยังมีแก่ใจไปเดินเล่นชายทะเล จนตะวันตกดิน หลังอาหารเย็น จึงรู้สึกว่า ว่าอยากจะนอนแต่วัน เมื่อหัวถึงหมอน ก็หลับเหมือนถูกปิดสวิตซ์ ที่จริงน่าจะใช้คำว่า หมดแรงเสียมากกว่า แต่แล้ว จู่ๆผู้เขียนก็ตื่นขึ้นมา ในเวลา สองนาฬิกา เป็นเวลาที่ไม่เคยตื่นมาก่อน และรู้สึกหูตาสว่าง เหมือนนอนเต็มอิ่ม ผู้เขียนจึงนอนนิ่งๆ ท่ามกลางความมืด และความสงัดในยามดึก สักครู่ ภาพแห่งวันวาน ก็เกิดในมโนจิต อีกครั้ง เป็นเรื่องราว ที่เพิ่งผ่านพ้นมาไม่กี่ชั่วโมงนี่เอง เป็นการทบทวนด้วยธรรมชาติของจิต แต่เป็นการระลึกถึงที่ยังเปี่ยมไปด้วยความสุข เหมือนเดิมอีกครั้ง ผู้เขียนบอกตัวเองว่า นี่คงเป็นเหตุการณ์สำคัญอีกอย่างหนึ่งในชีวิต ที่ผู้เขียนตั้งใจ และมุ่งมั่นจะให้เกิดในชุมชนแห่งนี้ บนแผ่นดินนี้ ที่ขอเรียกสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดว่า" การทำความดี เพื่อตอบแทนแผ่นดิน" เพราะนับจากนี้ กระแสแห่งเมตตาจิต ของคนที่นี่ จะแผ่ขยายออกไปเรื่อยๆๆๆๆ ก็เมตตาธรรม เป็นเครื่องค้ำจุนโลกมิใช่หรือ และจุดเริ่มต้นได้บังเกิดแล้ว ก่อนสายป่านนี้ จะทอดยาวไปไม่รู้จบ.....
ผู้เขียนขอมอบความสุขใจ แห่งบุญกุศลที่เกิดขึ้น ทั้งหมดนี้ แด่ทุกท่านที่ผ่านเข้ามาอ่าน และร่วมปิติใจด้วยกันค่ะ
สวัสดีครับคุณตันติราพันธ์
เอ...จะเป็นพระอาทิตย์หรือพระจันทร์ อันนี้ผมคงช่วยตอบให้ไม่ได้...เพราะผมม่ายช่ายคนแถวนั้นครับ...อิอิ
แต่ก็รู้สึกยินดีด้วยกับความสำเร็จลุล่วงไปด้วยดีของภารกิจเพื่อแผ่นดินในครั้งนี้...
ขอบพระคุณมาก ๆ ครับผม
สาธุกับการสร้างบารมีและบุญกุศล
ยิ่งทำยิ่งรู้
ยิ่งให้ยิ่งได้
หวัดดีครับ หมอ
ความปลื้มปิติ(ใจ)คือความสุขใจ ยิยดีด้วย
ขอบคุณมาก
สวัสดีค่ะนายช่างใหญ่
เป็นความสำเร็จ ที่รู้สึกดีมากๆค่ะ คราวหน้าเราจะจัดในวันที่ ๑๑ มีนาคม ๒๕๕๑ หวังว่า การเตรียมตัว ของอาสาสมัคร น่าจะดีกว่านี้ นีเขาก็เริ่มบอกกล่าวกันแล้ว คิดว่าจะได้เลือดมากกว่านี้
ขอบคุณนายช่างใหญ่ที่มาแสดงความยินดีค่ะ
สวัสดีค่ะพี่โยคี
ใช่ค่ะ ยิ่งทำก็ยิ่งรู้ รู้ที่จะเก็บบุญอย่างไร ทำใจอย่างไร ค่ะ เหนื่อยแต่ใจเราไม่ขุ่น นี่ละมังคะ ที่เขาว่า ทำใจให้ใส ยิ่งได้บุญ
แบ่งบุญให้พี่โยคี ผู้ตั้งชื่อ โครงการ”ธนาคารเลือดเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา” ยังจำได้หรือเปล่าคะ
เมื่อ จ. 03 ก.ย. 2550 @ 20:22
370765 [ลบ]
พี่โยคีคะ
พี่โยคีเคยบริจาคโลหิตบ้างไหม และเคยเห็นความศักดิ์สิทธิ์ของการได้รับโลหิตบ้างไหมคะ
โยคีน้อยมีประสบการณ์ได้รับรู้เห็นทั้ง 2 เหตุการณ์เลยค่ะ
การเป็นผู้ให้
โยคีน้อยบริจาคโลหิตมา 26 ครั้งแล้ว เป็นการสร้างทานบารมีที่ทรหดที่สุด เพราะ เส้นเลือดจะหายากมาก ต้องใช้ระบบสัมผัสเท่านั้น มองด้วยตาเปล่าไม่เห็นเส้นเลือดเลย เคยมีสถิติ การถูกแทงเข็มสูงสุด ถึง 6 ครั้งกว่าจะได้บริจาค โดยไม่ได้พ่นยาชา บางครั้งบางคราว ต้องแทงเข็มข้างซ้ายได้เลือดไปจำนวนหนึ่ง เลือดก็หยุด ต้องมาแทงอีกข้างหนึ่งกว่าจะครบ 350 CC. เดี๋ยวพี่โยคีจะทราบว่า ทำไมโยคีน้อยถึงศรัทธาการทำทานด้วยเลือดถึงขนาดนี้
การเป็นผู้รับ
ในขณะที่เป็นนักเรียนผดุงครรภ์ มีโทรศัพท์ในยามค่ำคืนของวันหนึ่ง ให้ตามนักเรียนไปตรวจเลือด หาเลือดกรุ๊ปหนึ่ง ที่ต้องการให้คนไข้ด่วน เพราะหาเลือดไม่ได้ โยคีน้อย เป็นผู้นำพาเพื่อนๆไปบริจาค และได้เลือดของเพื่อนคนหนึ่งที่ตรงกับคนไข้ เป็นการให้เลือดแบบสดๆ เพราะคนไข้ ตกเลือดจากการคลอดบุตร สิ้นสติ และกำลังจะสิ้นชีวิต พวกเราเฝ้ารอดูอาการคนไข้ จนได้รับเลือดไปครึ่งขวด ปรากฏว่า คนไข้รู้สึกตัว พูดคุยได้เลย น่าอัศจรรย์จริงๆ และเป็นภาพจำตั้งแต่บัดนั้นว่า ตัวเองจะต้องบริจาคเลือดไว้ช่วยผู้คน นี่คือแรงบันดาลใจของโยคีน้อย
วันนี้ได้คิดโครงการขึ้นมาโครงการหนึ่งคือโยคีน้อย อยากตั้งธนาคารเลือดในหมู่บ้าน ทั้ง10 หมู่ ที่อยู่ในความดูแลของสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติฯ ไม่ได้ก่อสร้างอาคารห้องเก็บเลือดให้เปลืองงบประมาณหรอกค่ะ แต่โยคีน้อยจะให้ร่างกายคนเรานี่แหละ เป็นธนาคารเก็บเลือดโดยไม่ต้องอาศัยอุปกรณ์ใดๆ พื้นที่ที่โยคีน้อยดูแล มีถนนระหว่างจังหวัดผ่าน เกิดอุบัติเหตบ่อย มีผู้ประสบเหตุต้องใช้เลือดปีละไม่ใช่น้อย และยังมีผู้ป่วยที่ต้องการเลือดประจำ เช่นต้องถ่ายเลือดก็มาก และเมื่อเร็วๆนี่ แม้แต่คุณพ่อของ โยคีน้อยเองป่วยและต้องการเลือดเพราะซีด โรงพยาบาลเขาก็ยังไม่ให้เลือด อ้างว่ากรุ๊ปนี้กำลังขาดแคลน มีสำรองแค่คนหนักๆเท่านั้น นอกจากต้องหาเลือดกรุ๊ปนี้มาทดแทน ซึ่งเสียเวลามากกว่าจะได้เลือด
ถ้าหมู่บ้านเรา มีอาสาสมัครยินดีบริจาคเลือด กรุ๊ปต่างๆ อยู่สัก 100 คน ที่ติดต่อได้ทันที ใครต้องการเลือดเรามีทันที แม้จะเกิดภัยภิบัติ ที่ใดๆ เราก็พร้อมรวมตัวช่วยเหลือ คนที่บริจาคเลือดทุก 3 เดือน ก็จะได้รับการตรวจเช็คสุขภาพและโรคอันตรายหลายโรค อย่างสม่ำเสมอ เราก็จะมีคนที่แข็งแรง เป็นกำลังในหมู่บ้านเราจำนวนหนึ่ง
วันนี้ได้หารือกับ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านแล้ว ทุกคนก็ยินดี และเราจะจัดโครงการนี้ เป็นการทำความดีถวายในหลวงในปีมหามงคลนี้ ทั้งยังส่งเสริมการสร้างคุณธรรม การมีเมตตาจิตต่อเพื่อนมนุษย์ การเสียสละ ความสามัคคี และจิตอาสา สังคมนี้คงน่าอยู่มากขึ้น
นี่แหละค่ะคือเรื่องที่ตั้งใจจะทำ และขอปรึกษาพี่โยคี ว่าเราจะตั้งชี่อโครงการนี้ว่าอะไรดีคะ ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามกำหนดการ เดือนธันวาคมนี้ โยคีน้อยก็จะได้ทำบุญใหญ่อีกแล้ว คงได้พบเห็นผู้เสียสละ ร่วมอุดมการณ์นอนบริจาคเลือดไม่น้อยกว่า 100 คนค่ะ(กำลังเริ่มรับสมัคร)
พี่โยคีช่วยคิดช่วยแนะนำและเป็นกำลังใจเพื่อเอาบุญกับโยคีน้อยด้วยนะคะ
สวัสดีค่ะ
เมื่อ จ. 03 ก.ย. 2550 @ 22:06
370936 [ลบ]
โยคีน้อยครับ
สถานทูต ณ กรุงนิวเดลีจัดโครงการบวชเฉลิมพระเกียรติ์ 80 พรรษาของในหลวง โดยรับสมัครคนไทย 80 คน และจะไปบวชพระที่วัดไทยพุทธคยาและไปสึกที่วัดไทยกุสินารา ระหว่างวันที่ 29 ตค-7 พย. 2550 ปรากฏว่ามีคนสมัครเกิน 100 คนแล้ว (ปิดรับสมัครไปแล้ว) ผมเองก็จะร่วมบวชด้วยในโอกาสดังกล่าวด้วย
เมื่อโยคีน้อยถามถึงเรื่องโครงการบริจาคเลือดเพื่อเฉลิมพระเกียรติ์ในหลวงเช่นกัน จึงนึกถึงโครงการดังกล่าวของสถานทูต
จึงขอเสนอว่าอาจจะใช้ชื่อทำนอง...."โครงการธนาคารเลือดเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา" โดยรับสมัครอาสาสมัครจำนวน 80 คน เป็นหลักของธนาคารเลือดดังกล่าว เพื่อให้ตรงกับตัวเลข 80 พรรษา (ทั้งนี้จริงๆ อาจจะเกินร้อยก็ได้)
เป็นกุศลจิตที่น่าชื่นชมครับ อย่าลืมกำหนดปัจจุบัน ปีติหนอๆ ด้วย นะครับ
ขอร่วมต้อนรับอาจารย์ลูกหว้าเข้ามาแจมด้วยนะครับ
ขออนุโมทนาบุญกุศลที่ทำด้วยดีแล้วครับ
ด้วยความปรารถนาดี
วันนี้สำเร็จแล้วค่ะพี่ สาธุ สาธุ สาธุ
สวัสดีค่ะพีเกษตรยะลา
เอาบุญมาฝากพี่มากๆเลย งวดนี้อาจได้น้อยไปหน่อย เพราะการเตรียมตัวของอาสาสมัคร ยังไม่ดีพอ คราวหน้า เหล็กกำลังร้อนค่ะเลยจัด อืกครั้งวันที่ 11 มีนาคม 2551
ถ้ามีโอกาสก็มาร่วมงานได้นะ น้องเลยเลื่อนการไปอินเดีย ไม่ใช่วันที่ 1 มีค.51 ตามตั้งใจ ส่วนจะไปวันไหน จะแจ้งอีกครั้งค่ะ
ร่วมอนุโมทนาบุญด้วยนะครับ
การทำบุญด้วยการบริจาคเลือดกุศลแรงมากนะครับ
จะคอยเป็นกำลังใจให้นะครับ
ขอบคุณครับ
สวัสดีค่ะอ.บัวชูฝัก
ปลื้มไปหลายวัน มาคิดว่า เราทำได้แล้วนะ อยากให้ขยายไปสู่หมู่บ้านอื่นๆอีก ต้นบุญ เป็นใครก็ได้ค่ะ เป็นการสร้างความสัมพันธ์ ที่ดีต่อกัน สามัคคีกัน และต่างก็อยากทำความดี ในส่วนที่ตนทำได้ค่ะ
ตั้งใจนำบุญมามอบให้อาจารย์ค่ะ
แวะมาทักทายค่ะ ขอบคุณมากนะคะที่เข้ามาร่วมแสดงความคิดเห็นให้กัน ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะคุณอรนุช
น้ำนมสีแดง กับเรื่องเลือด เราเขียนเรื่องเดียวกันเลยนะคะ ยินดี และจะเข้าไปเยี่ยมเยือนนะคะ