น.พ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้จัดการแผนงานสุขภาวะเด็กและเยาชน สสส. ได้เขียนบทความเรื่อง “หัดจับถูกเด็กไทย” สรุปได้ว่า ปัญหาพฤติกรรมของวัยรุ่นไม่ต่ำกว่าครึ่ง มาจากการจับผิดอย่างเดียว ไม่มีการจับถูก และยังกล่าวอีกว่า ชีวิตคนเรา จะยืนหยัดและมีพัฒนาการไปในทางที่ดีได้ ต้องมีความเหมาะสมในการได้รับคำชื่นชม และ ติเพื่อก่อ กล่าวคือ 2 ใน 3 ของชีวิต ควรเป็นกำลังใจเพื่อทำดี อีก 1 ใน 3 เป็นแรงติเตียน เพื่อสร้างแรงทะเยอทะยาน และป้องกันความผิดพลาด และในตอนท้ายบทความ คุณหมอสรุปว่า ทุกวันนี้ ประเทศไทยเราถนัดแต่จะตำหนิติเตียนเกือบจะ 100 %
ครับ ต้องยอมรับว่าการ “จับผิด” เป็นปัญหาใหญ่ของสังคมไทยที่มีผลกระทบโดยตรงต่อเด็กและเยาวชนเลยก็ว่าได้ครับ
เพราะเด็กที่ถูก “จับผิด” จะเป็นเด็กที่ไม่มีความภาคภูมิใจในตนเอง เมื่อไม่มีความภาคภูมิใจในตนเอง ก็เปรียบเสมือนกับการขาดภูมิคุ้มกันทางใจ จะมีสภาพจิตใจที่เปราะบาง มีความเสี่ยงต่อการต้องกลายเป็นเด็กที่มีปัญหาได้ง่าย
ดังนั้น การสร้างและพัฒนาเด็กและเยาวชนอย่างง่ายๆ ประการหนึ่ง ก็คือ การ “จับถูก” ครับ เป็นการสร้างที่ง่าย ไม่ต้องลงทุนอะไร แต่ได้ผลที่คุ้มค่า ขอเพียงแต่ให้คำชมเชยด้วยความจริงใจ ในการกระทำของเขา แม้จะเป็นการกระทำเล็กๆน้อยๆ ก็ตาม ก็จะถือว่า เป็นวัคซีนที่สร้างภูมิคุ้มกันทางใจได้เป็นอย่างดีครับ
เด็กที่ได้รับการ “จับถูก” เขาก็จะรู้สึกว่าตัวเองมีค่า มีความภาคภูมิใจ มองตนเองในแง่ดี พร้อมที่จะทำดี และ ต้องการทำดีเพื่อพัฒนาตนเองครับ
ในทางตรงกันข้าม เด็กที่ถูก “จับผิด” ก็จะรู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่า ไม่มีใครยอมรับ ดังนั้นจะเป็นเด็กมองตนเองและสังคมในแง่ร้าย และพร้อมที่จะสร้างจุดเด่นให้ตัวเองด้วยการกระทำที่ผิดต่างๆ เพื่อให้เป็นจุดสนใจ
จึงขอวิงวอน พ่อแม่ ผู้ปกครอง และ ครูบาอาจารย์ มาช่วยกัน “จับถูก” เด็กและเยาวชนกันให้มากๆ กันดีกว่า เพื่อสร้างเยาวชนในวันนี้ให้เป็นผู้ใหญ่ที่ดีในอนาคต
จะเป็นบุญกุศลอันยิ่งใหญ่เลยครับ
ขอบพระคุณน.พ.สุริยเดว ทรีปาตี เป็นอย่างสูงครับ ที่ได้ศึกษาถึงแก่นของปัญหา
ขอบพระคุณท่านsmall man เป็นอย่างสูงครับ ที่ได้นำบทความดีๆมาขยายผล
เป็นเรื่องที่ทำง่ายจริงๆครับ "จับถูก" เมื่อวานกระผมก็ได้จับถูกนักเรียนชั้นประถมปีที่หกคนหนึ่งโดยบังเอิญครับ ด้วยกระผมขอดูสมุดจดของนักเรียนคนดังกล่าวจึงได้พบบทกลอนเทิดทูนครู จึงบอกให้เพื่อนๆของนักเรียนได้ทราบว่ามีเพื่อนของนักเรียนคนหนึ่งแต่งกลอนได้ดี ใครสนใจลองไปขออ่านดูนะครับ กระผมถามว่าทราบหรือเปล่าครับว่าเป็นใคร นักเรียนทั้งกลุ่มต่างหันไปทางเด็กหญิงกรกนก แต่ก็อดไม่ได้ที่จะตำหนิคนที่ไม่ตั้งใจเรียน ด้วยคำถามว่า "ครูให้นักเรียนทำอะไร แล้วนักเรียนทำอะไร"
ขอขอบคุณสำหรับการนำประสบการณ์การ "จับถูก" มาเผยแพร่ให้ทราบ
ส่วนเรื่องของการตำหนิคนที่ไม่ตั้งใจเรียน ก็เป็นเรื่องปกติครับ ต้องมีบ้าง ไม่ใช่ว่าจะ "จับถูก" กันอย่างเดียว
เพียงแต่ว่าถ้า "จับถูก" มากกว่า "จับผิด" หน่อย ก็จะดี
ขอบคุณครับ
มาเยี่ยม...คุณ
small man
อ่านแล้วทำให้ผมนึกย้อนทวนดูสมัยเรียนโรงเรียนพระคือเรียนบาลีนักธรรม...
การตรวจว่าคุณได้หรือตกนั้น..เป็นการตรวจหาข้อผิดครับ ถ้าคุณเขียนผิดแค่ 3 ประโยค คุณก็ เอวังคือตกแล้วครับ...เหมือนการจับผิดเลยนะ...
ที่ท่านอาจารย์กล่าวว่าการตรวจผลการสอบ เหมือนการจับผิด
ก็คงไม่ใช่เหมือนละครับ แต่เป็นการจับผิดเลยละครับ เพราะเมื่อทำข้อสอบผิด ก็ต้องจับผิดครับ
เมื่อทำผิด ก็ต้องจับผิด ข้อนี้เป็นเรื่องปกติธรรมดาครับ แต่ข้อสำคัญ เมื่อทำถูก ก็ต้องขอคำชมเชยสักหน่อยนะครับ พอให้มีแรง
และที่สำคัญไปกว่านั้น พยายามหาข้อดีมา "จับถูก" เพื่อให้เกิดกำลังใจในการแก้ไขข้อผิดพลาดบ้างนะครับ อย่างน้อยก็เรื่องทำข้อสอบผิด
ที่มีปัญหา เพราะ "จับผิด" มากกว่า "จับถูก" ครับ
ขอบคุณครับ
สวัสดีค่ะอาจารย์
- เห็นจะจริง เพราะขนาดตนเองยังคอยจับแต่ประเด็นผิด ๆ ต้องปรับพฤติกรรมตนเอง
- คนเราถ้าเสริมแรงกันท่านว่า" หัดชมคนต่อหน้า แต่หัดติเตียนเขาลับหลัง" จะได้มีกำลังใจในการทำงาน ใช่ประจานเขาเสียหมดค่ะ
สวัสดีค่ะ ท่านผู้อำนวยการ
ช่วยกัน "จับถูก" ให้มากขึ้น ทั้งที่บ้าน ที่ทำงาน
ชีวิตนี้ดีขึ้นแน่
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับ คุณเพชรน้อย รูปหายไปใหนครับ ขอขอบคุณครับที่แวะเข้ามาเยี่ยม สำหรับความคิดที่ว่า
คอยจับแต่ประเด็นผิด ๆ ต้องปรับพฤติกรรมตนเอง
ผมเอง บางครั้งก็ยังเผลอจับผิดอยู่ครับ ต้องคอยระวังตัวเองอยู่เหมือนกัน
ขอบคุณครับ
* เด็กๆจะรู้สึกว่าตนเองได้รับการยอมรับ
* หรืออาจมองว่าพ่อแม่ ครู-อาจารย์เป็นมิตร เป็นที่ปรึกษาได้
* เป็นการเสริมแรง เพื่อให้เด็กเกิดความมั่นใจตัวเองมากขึ้น
* ปัญหาของเด็กวัยรุ่น คงจะลดน้อยลงได้บ้าง
ขอบคุณครับ
เด็กที่ได้รับการ “จับถูก” เขาก็จะรู้สึกว่าตัวเองมีค่า มีความภาคภูมิใจ มองตนเองในแง่ดี พร้อมที่จะทำดี และ ต้องการทำดีเพื่อพัฒนาตนเองครับ
<?xml:namespace prefix = o ns = "urn:schemas-microsoft-com:office:office" />
ค่ะดิฉันก็ใช้วิธีนี้มา และได้รับผลดีค่ะ
เด็กที่ได้รับการ “จับถูก” เขาก็จะรู้สึกว่าตัวเองมีค่า มีความภาคภูมิใจ มองตนเองในแง่ดี พร้อมที่จะทำดี และ ต้องการทำดีเพื่อพัฒนาตนเองครับ
ค่ะดิฉันก็ใช้วิธีนี้มา และได้รับผลดีค่ะ
ก็ขอขอบคุณอีกครั้งครับ ที่ช่วยเสริมเพิ่มน้ำหนักให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น
ขออณุญาตแสดงความคิดเห็นนะคะ ใช่แล้วค่ะ การโดนจับถูก จะช่วยให้เราภูมิใจมากทีเดียว ยกตัวอย่าง ตอนที่หนูไปเป็นอาสาสมัครให้มูลนิธิหนึ่ง ที่รับดูแลเด็กถูกกระทำทารุณกรรม ที่นี่จะเน้นจับถูกเด็กมากเลยค่ะ บางทีเรามองข้ามเรื่องเล็กๆน้อยเช่น เรื่องเก็บรองเท้าขึ้นชั้นวางโดยไม่ต้องเตือน สำหรับหนูไม่เคยคิดว่ามันจะสำคัญอะไร แต่พอไปอยู่ที่นั่น หนูรู้สึกทราบซึ้งมากเลย กับการที่เด็กคนหนึ่ง เค้าได้รับการชมเชยจากเจ้าหน้าที่ว่า หนูเก่งมากลูก เก็บรองเท้าขึ้นชั้น ได้โดยไม่ต้องเตือน เชื่อไหมคะ เด็กยิ้มกว้างอย่างดีใจมากๆ แล้วกูดูท่าทางเขามีความสุขมากๆเลยค่ะ
สวัสดีครับ คุณปุ๊กลุก ขอขอบคุณครับ ที่เข้ามาเยี่ยม
ประทับใจมากครับ สำหรับข้อคิดเห็นที่มาจากการดูแลเด็กที่ถูกการกระทำทารุณกรรม โดยบอกว่าที่นี่จะเน้นการจับถูกเด็กมาก
และซาบซึ้งจากการที่เด็กได้รับการชมเชยจากเจ้าหน้าที่ เด็กจะยิ้มกว้างอย่างใจดีมากๆ
ครับ การ "จับถูก" คงเป็นยาบำบัดจิตใจได้อย่างหนึ่งเหมือนกันนะครับ
ขอบคุณครับ