การนัดไปพูดคุยและ ลปรร.กันแบบ TTT: Tea Time Talk ระหว่างพี่หรอย Dr.Ka-poom และผม เมื่อตอนหัวค่ำของวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2549 ที่ผ่านมา จริง ๆ แล้วผมเคยมีคำถามกับ Dr.Ka-poom ว่าคำถามวิจัยของเราที่มุ่งมั่นร่วมกันเพื่อแสดงให้เห็นและยกระดับศักดิ์ศรีภูมิปัญญาชาวบ้าน เน้นไปที่กระบวนการทางปัญญาของชาวบ้าน (Cognitive Process) ยังต้องการทีมอีกสักคนหรือไม่ ขณะนั้นเรายังมองไม่เห็นใคร และยังคิดไม่ออกว่าคน ๆ นั้นจะมีคุณลักษณะอย่างไร แต่ดูเหมือนรับรู้เหมือนกันว่ายังขาดส่วนนี้อยู่ ส่วนหนึ่งทาง Dr.Ka-poom จึงได้พยายามที่จะขายความคิดไปยังผู้เชี่ยวชาญ ก็ได้รับการสนับสนุนดีอยู่มากในแนวคิดนี้ แต่เหมือนท่านเหล่านั้นจะไม่ใช่ทีมงาน จะเป็นได้เพียงที่ปรึกษาที่ดีทีเดียวเพื่อคอยเติมเต็มให้เท่านั้น
ที่ผ่านมาตั้งแต่ก่อนที่ Dr.Ka-poom จะมาพัทลุง เพื่อสานต่อโจทย์นี้ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นโดยการ F2F จนต่อมาได้ออกเดินทางมาถึงแล้ว เรายังเป็นเหมือนอะตอมที่ยังไม่เสถียร เหมือนขาดอะไรไปสักอย่าง จนมาถึงค่ำคืนนี้ เราพบกับพี่หรอยซึ่งเสมือนว่าเป็นอิออนอิสระที่รอการเชื่อมต่ออยู่แล้วทุกอย่างจึงลงตัวอย่างไม่น่าเชื่อ คนหนึ่งเป็นนักวิชาการที่แทบจะไม่ค่อยได้ลงมือปฏิบัติ หรือจะเรียกว่านักทฤษฎี (Hard Theorist) คนหนึ่งเป็นนักวิชาการที่คอยอำนวยการเพื่อให้เกิดเชื่อมโยงระหว่างทฤษฎีสู่การปฏิบัติ และ การปฏิบัติสู่ทฤษฎี (Operative Man) อีกคนเป็นนักปฏิบัติตัวยงที่ไม่ค่อยได้รับรู้หรือเข้าใจในทฤษฎีอะไรมากนัก (Habituate Man) จึงได้ HO + H รวมกันเป็น H2O หรือน้ำ น้ำที่เป็นสิ่ง “ไร้ระเบียบ” แต่มีวัฏจักรที่ “สมดุล” เสมอ
ขณะนี้เราจึงได้ข้อยุติแล้วว่ากระบวนการทางปัญญาของชาวบ้าน (Cognitive Process) ในโครงการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม “ไตรภาคีร่วมพัฒนาสุขภาพชุมชน” เป็นสิ่งที่น่าสนใจและน่าค้นหาโดยใช้กรอบคิด “พุทธิปัญญา” (Cognitive Theory) เป็นตัวช่วยในการอธิบายปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้น ด้วยความเชื่อที่เหมือนและลงตัวของทีม H2O ทั้ง 3 คน ว่ากระบวนการทางปัญญาของชาวบ้าน (Cognitive Process) เป็นสิ่งที่ “ไร้ระเบียบ” แต่ “สมดุล” โดยมีอยู่แล้วตามธรรมชาติ สิ่งนี้ (ศักดิ์ศรีแห่งภูมิปัญญา) จึงมีคุณค่าที่ควรแก่การนำมาคืนกลับแก่ชาวบ้าน ให้เขาได้ภาคภูมิใจ และใส่ใจในคุณค่าของเขาเอง (self-esteem)
บันทึกนี้ผมเขียนขึ้นโดยใช้เวลานานเป็นพิเศษ เพราะต้องการเขียนสรุปให้สั้น และง่ายต่อการเข้าถึงให้มากที่สุด แต่ยอมรับว่ายังไม่ละเอียดพอเท่ากับที่ get ได้อยู่ในตอนนี้ และยังมีอีกหลาย ๆ ส่วนที่ไม่ถูกบันทึกไว้ เพราะเป็นส่วนที่เรากำลังพัฒนายกเป็นโครงร่างการวิจัยกันอยู่ หากใครจะสนใจเพื่อร่วม ลปรร. ด้วย ก็ยินดี และทีม H2O ทั้ง 3 คน พร้อมเสมอที่จะรับฟังข้อเสนอเพื่อเติมเต็ม หรือช่วยกัน get ประเด็นนี้ออกมาอีกให้กว้างขวางต่อไป
ความลงตัว..
ไตร่ตรองอยู่นาน...กับการที่จะเข้ามา ลปรร.
หากแต่..เกิดความรู้สึกที่ว่า.."ความลงตัว"
อย่างไร้เงื่อนไขใดใด..ของการก่อเกิดเป็น H2O
กับอุดมการณ์และจิตวิญญาณที่มีอยู่อย่างเต็มเปี่ยม
ในการสรรค์สร้าง..สิ่งที่ดีงามและผลักดัน
ออกมาเป็น Role Model เชิงวิชาการ
เพื่อ...ความคงอยู่แห่ง "กึ๋น" ของความเป็นไทย
ภายใต้บริบท..ความเป็นวิชาการและวิชาการ
อย่างไรก็ตาม..ในความลงตัวดังกล่าว
และร่วมเป็นหนึ่งในส่วนของ H2O ก็ยังคงอยากได้
การแลกเปลี่ยนเรียนรู้...ในมุมมอง...ที่อาจ
มองเห็นไม่ชัดเจน...และร่วมด้วยช่วยกัน
มาเติมเต็ม...เพื่อผลักดัน..ศักดิ์ศรีแห่งภูมิปัญญา
ตามเจตนารมย์...ดั่งที่คุณชายขอบว่าไว้...
ทึ่งมากครับ
Capture KM ณ แกนนำชุมชนเกาะเรียน
วันที่ 21 ก.พ. 2549 ได้มีโอกาส ไป Capture KM ณ แกนนำชุมชนเกาะเรียนข้อค้นพบที่เจอ...ในแง่..บทสรุปข้อมูลเชิงคุณภาพ ที่มองเห็นว่าเป็นจุดแข็ง...แห่งการเป็น "โอกาสพัฒนา"...ของการที่จะขับเคลื่อน...
"กระบวนการทางปัญญาของชาวบ้าน" (Cognitive Process) หรือสิ่งที่ "ทีม H2O" เรียกว่า สิ่งที่ “ไร้ระเบียบ” แต่ “สมดุล” ในโครงการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม “ไตรภาคีร่วมพัฒนาสุขภาพชุมชน” ในฐานะที่ก้าวมา...ตามบทของ Hard Theorist สิ่งที่ได้มองเห็น..และพบคือ
ชาวบ้าน...
"ทุกครั้ง...ที่มีการพูดคุย...จะมีการสรุปสิ่งที่พูดกันนั้นทุกครั้ง..."
"มีการทำ Mind Map/ความเรียง เมื่อในวง...พูดคุย..นั้นมีผู้ที่สามารถ...บันทึกได้"
"มีจิตใจมุ่งมั่นที่จะทำให้ชุมชนตนเจริญ...ที่บางครั้งผู้สังเกต...ขอเรียกว่า อุดมการณ์"
"ทำจริง...เอาจริงเอาจัง...ในการทำงาน..."
"มีความรู้...ที่มาจากการถ่ายทอดในครอบครัว...และแลกเปลี่ยนระหว่างบ้าน..."
"ความรู้ที่มีนั้น...หาใช่มาจากผู้ที่เรียกตนว่าผู้เชี่ยวชาญ...การ..วิชาการ"
"มีความคิดเห็น...แต่อาจจะพูดหรือไม่พูด...ที่เป็นการสะท้อน..ความคิดเห็นนั้นหรือไม่"
"กลัวการถูกกลืน...และเลือนหาย.ภูมิปัญญา"
ในเวทีวันนั้น (21 ก.พ.2549) ณ ชุมชนเกาะเรียน ได้อีกประเด็นและจะเป็นประเด็นขับเคลื่อนตัวเขาเองต่อไปคือ "เวที...แหลงเรื่องแต่แรก" (การนัดมาพูดคุยกันเพื่อรื้อฟื้นความภูมิใจในภูมิปัญญาที่สั่งสมกันมาของชุมชน) เพื่อทุกครั้งที่มีเวทีพูดคุยเกิดขึ้น จะเห็นสีหน้าแววตาแห่งความสุขของทุกคน สิ่งนี้ "ไตรภาคีฯ จะสนับสนุนโดยการเอื้ออำนวยให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ทั้งนี้เขาต้องเดินเรื่องด้วยตัวเขาเอง" ครับ