คนเรา ต่างความคิดต่างมุมมอง จะเรียกว่าจริตหรือนิสัยก็น่าจะได้ไหมครับ คนที่ชอบพอกันจะสนิทชิดเชื้อกัน นำไปสู่การเป็นเครือข่ายพึ่งพากันฉันญาติ จุดนี้มีความหมายมากในภาวะสังคมที่แห้งผากเหมือนกระดาษทราย ทำให้หลายคนตัดช่องน้อยแต่พอตัว มีโลกของตัวเองเงียบๆ ไม่อยากไปยุ่งกับใคร พอใจที่จะเป็นกบจำศีล สังคมวิถีไทที่ผูกพันและพึ่งพากันได้ จึงเหินห่างออกไปๆ

เครื่องมือที่เป็นสะพานสานสัมพันธ์สังคม แปรเปลี่ยนไปตามสภาพสังคมที่ต้องเผชิญกับพันธกิจใหม่ๆ การรวมกลุ่มกันของคนแซ่เฮ ถือเป็นการค้นพบวิธีการรวมพลังสังคมโดยธรรมชาติ ทุกคนมาคบค้ากันภายใต้ความพอใจส่วนตน มีอิสระที่จะเลือกคุยเลือกแลกเปลี่ยนเรียนรู้ มิตรภาพแบบใจสั่งมานี้ มีคุณค่าประเมินไม่ได้ ถ้าเกิดขึ้นที่ใดก็ควรถนอมน้ำใจไมตรีกันไว้ให้ดี ซึ่งทำกันได้ง่ายไม่ต้องลงทุนอะไร เพียงแค่คิดถึง ก็คิดถึงกันจริงๆ การใกล้ชิดกันทางความคิด จะแตกยอดไปสู่การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่ทรงพลัง เพราะไม่มีเส้นผมมาบังตาบังใจระหว่างกัน

บางท่านมาอ่านเจออาจจะสงสัยว่า ทำไมเราหยอกล้อกันเหมือนไม่เกรงใจ ..นั่นก็หมายความว่า คนที่รู้ใจทำอะไรก็ได้ ผิดตกบกพร่องอะไรอภัยกันเสมอ ไม่ได้คิดเป็นอื่น  หรือคิดเล็กคิดน้อย อานุภาพของไมตรีนั้นหอมหวานนัก

ผมโชคดีที่ได้รับหนังสือ “สวัสดีปีใหม่ 2551จากท่านศาสตราจารย์ ดร.วิรุณ ตั้งเจริญ เป็นหนังสือเล่มเล็กที่อัดแน่นด้วยแง่คิดที่ยากจะวาง ก่อนที่จะอ่านจบรวดเดียว  หนังสือที่ว่านี้กล่าวถึงหน้าที่ การเชื่อมโยง อย่างที่อาจารย์ประเวศ วะสี กล่าวไว้ว่า..”การพัฒนา คือการเชื่อมโยง”

·        เท้า มีไว้สำหรับยันตัวยืน ใช้สำหรับเดินไปไหนมาไหน  ไม่ใช่มีไว้เตะถีบคนอื่น

·        มือ มีไว้สำหรับทำงานต่างๆ ที่เป็นประโยชน์แก่ตน ไม่ใช่มีไว้สำหรับชกปากคนอื่น หรือสำหรับชี้หน้าใครผู้ใดผู้หนึ่ง

·        ตา มีไว้สำหรับดู  มิได้มีไว้สำหรับค้อนควักใครๆ

·        หู มีไว้สำหรับฟังเสียงที่เขาพูดให้เราฟัง และให้เราทำดีตามเสียงนั้น  ถ้าเสียงไม่ดี ฟังแล้วไม่สบายใจ ก็อย่าใช้หูฟัง

·        จมูก มีไว้หายใจเข้าออก อย่าใช้จมูกไปชนแก้มใครที่เราไม่มีสิทธิ จะเดือดร้อนในภายหลัง

·        ปาก มีไว้สำหรับรับอาหารเข้าไป สำหรับพูดสนทนากัน ปากมีหน้าที่พูดคำจริง คำอ่อนหวาน คำสามัคคี  คำที่เป็นประโยชน์  ถ้าพูดเหลวไหล เรียกว่าปากทำเกินหน้าที่  บางทีฟันร่วงจากปากก็มี 

 “ ใจผมมีไว้สำหรับรักคนแซ่เฮ”