เมื่อวันที่  16  มกราคม 2551 ผมได้มีโอกาสเดินทางไปที่ตำบลปางมะค่า  อำเภอขาณุวรลักษบุรี  เพื่อไปเยี่ยมเยียนลุงรวย  ทวีทรัพย์ เพื่อไปรวบรวมภูมิปัญญาท้องถิ่น และจัดทำแผนที่ความรู้ของเกษตรกรในจังหวัดกำแพงเพชร  และกะว่าจะได้ไปพบกับทีมของน้องจตุพร  ที่จะไปเยียมชมการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชนแก่งเกาะใหญ่

          ตำบลปางมะค่านั้น  อยู่ห่างจากตัวจังหวัดกำแพงเพชรประมาณ 130 กม.(โดยประมาณ)  อยู่ติดกับจังหวัดนครสวรรค์  แต่ระหว่างทางก่อนที่จะถึงแก่งเกาะใหญ่นั้น  เห็นเกษตรกรนำผลส้มโอมากองขายข้างทาง เป็นที่สะดุดตาก็เลยหารือกับคุณสมเดช  สิทธิยศที่เดินทางไปด้วยว่าเราลองลงไปสอบถามข้อมูลดูว่าเป็นส้มโอปลูกที่ไหน  พันธุ์อะไร  และขายถูก-แพงหรือไม่  เพราะเท่าที่เราๆ ท่านๆ ทราบก็คือว่าส้มโอนั้นเป็นผลไม้ที่ราคาดี และไม่ค่อยมีปัญหาด้านการตลาด เพราะสามารถเก็บไว้ได้นานแระกอบกับมีเปลือกที่หนาสามารถทำการขนส่งได้ไกลๆ โดยไม่เกิดความเสียหาย


ส้มโอที่วางขายอยู่ข้างทางจากสี่แยกวังปลาอ้าว-แก่งเกาะใหญ่

          เมื่อเลี่ยวรถกลับไปสอบถาม  พบว่าเป็นส้มโอที่ปลูกในหมู่บ้านนี้เอง  เป็นพันธุ์ขาวพวง  แต่เมื่อสอบถามราคาแล้ว  แทบไม่น่าเชื่อว่าที่วางขายอยู่เป็นกองนี้ขายปลีกเพียงลูกละ  3 บาท เท่านั้นเอง  แถมปอกให้ชิมอีก 1 ลูก ทานก็อร่อยติดเปรี้ยวนิดๆ ผมคิดในใจว่าหากเป็นในเมืองก็คงไม่ต่ำกว่าลูกละ 10 บาท


ลูกละ 3 บาท...เลือกได้ตามชอบใจ

          ชิมไปก็สอบถามข้อมูลไป  พร้อมกับฟังคำตัดพ้อจากคุณลุงและคนขายว่า  เมื่อก่อนก็คิดว่าการปลูกไม้ผลนั้นเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า และให้ผลตอบแทนที่ยาวนาน  เพราะเป็นการลงทุนลงแรงปลูกเพียงครั้งเดียว  หลังจากนั้นต้นไม้ผลเหล่านั้นก็จะออกดอกออกผลให้เราได้เก็บเกี่ยวไปอีกนานนับ 10 ปี 

          แต่ทุกวันนี้ไม่ได้เป็นไปตามที่คิดไว้  เพราะว่าไม้ผลให้ผลตอบแทนเพียงปีละ 1 ครั้ง  บางปีก็ได้ผล  แต่บางปีก็ไม้ได้ผล   ยิ่งราคาตกต่ำอย่างนี้แม้ให้ผลก็ไม่คุ้มค่า  ปลูกตั้งหลายปีกว่าจะได้ผลผลิต  สู้เกษตรกรที่เขาทำพวกพืชไร่ หรือพืชล้มลุกอย่างข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ หรือมันสำปะหลังไม่ได้  เพราะพืชไร่เหล่านี้ให้ผลตอบแทนทุกปี  มีรายได้กว่าการปลูกไม้ผล-ไม้ยืนต้นมากกว่า  มีตลาดที่แน่นอนกว่า.....


แปลงปลูกส้มโอที่กำลังเริ่มให้ผลผลิต

         ผมก็ได้แต่รับฟังอย่างตั้งใจ   และเห็นใจ  เพราะผมก็เป็นคนหนึ่งที่เห็นว่าการปลูกไม้ผล น่าจะให้ผลตอบแทนมากกว่าการปลูกพืชไร่หรือพืชล้มลุก เพราะเราไม่ต้องปลูกใหม่ทุกๆ ปี และแถมได้ต้นไม้-ป่าไม้ให้กับโลกใบนี้ด้วย  แต่แท้จริงแล้วไม่ได้เป็นไปดั่งที่เราคิดไว้เสมอไป  ก็จะมีบ้างที่ประสบความสำเร็จ  และก็จะต้องมีบ้างที่ไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง

         เป็นอีกมุมมองหนึ่ง  เป็นข้อมูลที่สะท้อนมาจากเกษตรกรจริงๆ  เป็นหัวอกของเกษตรกร  ที่ต้องพึ่งพิงและอาศัยธรรมชาติ  กระบวนการผลิตที่เป็นธรรมชาติที่ไม่มีความสลับซับซ้อนมากนัก  เสียดายที่ผมมีเวลาไม่มาก  อยากจะพูดคุย-แลกเปลี่ยนเพื่อหาทางออกของราคาส้มโอก็ทำได้ไม่มาก   เพียงแต่ได้ข้อมูลไว้ในเบื้องต้นว่ามีการผลิตส้มโอพันธุ์ขาวพวงในเขตตำบลปางมะค่า  นอกเหนือจากพันธุ์ขาวแตงกวา  ราคาจำหน่ายก็ถูกมาก ส่วนข้อมูลอื่นๆ ที่มากกว่านี้เช่น จำนวนเกษตรกรที่ปลูก  พื้นที่ - ผลผลิต  ฯลฯ ยังไม่ได้สอบถามเลยในวันนั้น

              ก็ได้แต่ช่วยอุดหนุนกันคนละ 10 ลูก เพื่อเป็นการกระจายรายได้...(อิอิ พูดเหมือนนักวิชาการ)  การเกษตรหากไม่มีปัญหาเกี่ยวกับการผลิต ก็จะมาจอดที่การตลาด 

..........หัวอกเกษตรกร...............

บันทึกมาเพื่อ ลปรร.ครับ

วีรยุทธ  สมป่าสัก  22 มกราคม  2551