จาก gotoknow ถึง hi5 และ facebook

น้องๆ หลานๆ ส่ง forward มาเชิญให้สมัคร hi 5 หลายครั้งแล้ว แต่ผู้เขียนก็ไม่สนใจนัก เพราะรู้สึกว่า เด็กๆ เค้าเล่นกัน... กระทั้ง ๒-๓ เดือนก่อน อาจารย์อาวุโสซึ่งผู้เขียนนับถือท่านหนึ่งก็ได้ forward มาด้วย ผู้เขียนจึงคิดว่า ระดับอาจารย์... ก็ใช้ จึงเริ่มสนใจและลองสมัครดู...

สมัครเสร็จแล้วผู้เขียนก็ทิ้งไว้อย่างนั้น มิได้เรียนรู้การใช้หรือสนใจนัก เพียงแต่ถ้ามี mail มาเป็นเพื่อนก็จะเปิดเข้าไปดูครั้งหนึ่ง... ผ่านไปราวอาทิตย์หนึ่งก็มี mail จากปิยมิตรท่านหนึ่ง ถามมาว่า เค้าใช้อย่างไร หลวงพี่ช่วยแนะนำด้วย... ผู้เขียนก็เล่าไปตามความจริงว่าตอนสมัครนะ มีคำสั่ง forword เชิญชวนเพื่อนต่ออีกครั้ง และหลวงพี่ก็ยังไม่ได้ศึกษาหรือใช้อย่างจริงจังเลย ถ้าอย่างไร อาจารย์ก็ทิ้งไปหรือลองเรียนรู้เอาเอง... ประมาณนั้น

ตั้งแต่สมัคร hi 5 แล้ว ก็มีผู้สมัครมาเป็นเพื่อนเกือบทุกวัน ซึ่งโดยมากผู้เขียนก็ไม่ทราบว่าเป็นใคร แต่ก็ยินดีต้อนรับเป็นเพื่อนทุกคน (มิเคยปฏิเสธ) ซึ่งส่วนหนึ่งของผู้ที่สมัครมาเป็นเพื่อนก็คือปิยมิตรใน gotoknow นี้เอง ทำให้ผู้เขียนรับทราบขึ้นโดยลำดับว่า ปิยมิตรใน gotoknow ของเราบางส่วนกำลังย้ายไปตั้งชมรมเฮฮาศาสตร์หรือสมาคมเจ๊าะแจ๊ะศาสตร์ขึ้นใน hi 5...

เมื่อนำเรื่องนี้ไปคุยกับน้อง ก็ได้รับการบอกเล่าว่า hi 5 นี้ เมืองไทยได้รับการนิยมสูงสุด ส่วนเมืองนอก เขานิยมเล่น facebook มากกว่า hi 5 ... ทำให้ผู้เขียนสนใจ facebook ขึ้นมาอีก และอยากรู้ว่า มันเป็นอย่างไร ? จึงอยากจะสมัครดู แต่ก็ยังมิได้สมัคร...

 

หัวค่ำคืนนี้ ได้รับการบอกเล่าเชิงบ่น (นิดหน่อย) จากปิยมิตรใน gotoknow ท่านหนึ่งว่า... g2k มีคนใช้น้อย ดีจังเลยครับ อยู่กันมากๆ มีแต่เรื่องไม่มีแก่นสาร ใส่หน้ากาก หลอกกันไป ป้อยอกันมา ไม่มีใครกล้าพูดเรื่องจริง... ผู้เขียนจึงบอกว่า บางส่วนย้ายไปเล่น hi 5... ซึ่งปิยมิตรท่านนี้ก็ให้ความเห็นว่า น่าจะเป็นการดีสำหรับ gotoknow เพราะจะทำให้เจ๊าะแจ๊ะศาสตร์น้อยลง.... ประมาณนั้น 

เมื่อพิจารณา บล๊อก 25 รูปแบบ ผู้เขียนก็มีความเห็นว่า บล๊อกก็คงจะคล้ายๆ กับร้านขายอาหารซึ่ง บางร้านอาจมีอาหารหลายประเภทหลายอย่าง ส่วนบางร้านอาจมีประเภทเดียวหลายอย่างหรืออย่างเดียว และระดับชั้นของร้านอาหารเหล่านี้ ผู้บริโภคก็อาจเลือกใช้บริการตามที่เห็นสมควรและตอบชอบใจ...

จำได้ว่าปีที่แล้ว วารสารต่างประเทศฉบับหนึ่งให้ บล๊อกเป็นบุคลแห่งปี ? อะไรนี้แหละ ซึ่งตอนนั้น ผู้เขียนก็ไม่ค่อยเข้าใจนัก แต่เมื่อถึงช่วงนี้ ความชัดเจนก็ค่อยๆ ปรากฎขึ้นในสังคมไทย...

พระบาลีว่า กมฺมํ สตฺเต วิภชฺชติ กรรมย่อมจำแนกสัตว์ นั้นคือ กรรมนั่นอง จะเป็นตัวจำแนกให้คนในยุคนี้ (และอนาคตอันใกล้) เลือกบล๊อกที่ตนเองชอบและพอใจ ซึ่งจะเป็นสาเหตุเบื้องต้นให้วิถีชีวิตของคนแต่ละคนค่อยๆ เหมือนกันหรือแตกต่างกันไปในที่สุด... 

และคืนนี้ ได้โอกาส ผู้เขียนจึงสมัคร facebook อีกสังคมหนึ่ง เพื่อเข้าไปดูว่า พวกเขาเป็นอยู่กันอย่างไร ? 

............... 

ถ้าจะตั้งคำถามว่า

  • บล๊อก มีผลกระทบต่อสังคมวัดหรือพระศาสนาอย่างไรบ้าง ?

ประเด็นนี้ยังไม่ชัดเจนนัก ซึ่งก็คงต้องสังเกตกันต่อไป... 

ส่วนปิยมิตรทั้งหลาย ใครมีความเห็นเรื่องนี้เป็นอย่างไร ก็บอกเล่ากันได้ เผื่อว่าจะมีบางอย่างผุดขึ้นมา.....