เพื่อสุขภาพที่ดี
อาหาร 5 สี เพื่อสุขภาพ

  <p style="margin: 0in 0in 0pt; text-indent: 0.5in" class="MsoNormal">ในศตวรรษที่ 5 ก่อนคริสตกาลฮิปโปคราตีส บิดาแห่งการแพทย์ได้กล่าวไว้ว่าโรคภัยไข้เจ็บ เกิดจากการขาดสมดุลของร่างกาย</p><p style="margin: 0in 0in 0pt; text-indent: 0.5in" class="MsoNormal">ปัจจุบันประชากรในประเทศตะวันตก เช่น สหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรปไม่ประสบปัญหาการขาดธาตุอาหาร ๕ หมู่ อันได้แก่ คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน เกลือแร่และวิตามินอีกต่อไปแต่ประชากรดังกล่าวก็ยังมีโรครุมเร้าอยู่มากโดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มวัยกลางคนและผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ ได้แก่โรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน ความดันเลือดสูง โรคข้อเข่า เบาหวาน ความจำเสื่อมเป็นต้น</p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">กลุ่มสีต่างๆของผักและผลไม้</p><ul style="margin-top: 0in">

  • สีน้ำเงิน สีม่วง แดงกะหล่ำปลีสีม่วง มันสีม่วง เผือก องุ่นแดงชมพู่มะเหมี่ยว ชมพู่แดง ลูกหว้า ลูกไหน ลูกพรุน ลูกเกดข้าวแดง ข้าวนิลข้าวเหนียวดำ ถั่วแดงและถั่วดำ มะเขือม่วง หอมแดง หอมหัวใหญ่สีม่วง บลูเบอร์รี่น้ำดอกอัญชัน ฯลฯ
  • สีเขียวผักคะน้า ผักบุ้ง ผักโขม ผลอะโวกาโด เมล็ดข้าวโพดไข่แดงกะหล่ำปลี ผักกาดขาว บวบ หน่อไม้ฝรั่ง ถั่วพู ขึ้นฉ่าย กุยช่าย ชะอม ใบช้าพลูใบทองหลาง ใบย่านาง สะตอ
  • สีขาวถั่วเหลือง ลูกเดือย ขิง ข่า เมล็ดงา แอปเปิ้ล ฝรั่ง แก้วมังกรหน่อไม้ พุทรา ลางสาด แห้ว ลอดกอง เงาะ ลิ้นจี่ ละมุด
  • สีเหลือง/สีส้มแครอต ขนุน ลูกพลับ สับปะรด มะนาว มะยม มะม่วง ทุเรียนขมิ้นชัน เสาวรส
  • สีแดง ชมพู่ปลาแซลมอน กุ้ง ปู มะเขือเทศ แตงโม ส้มโอ ฝรั่ง มะละกอสีแดงดอกกระเจี๊ยบ สตรอเบอร์รี่ เชอร์รี่ เมล็ดทับทิม หัวบีด ผลแก้วมังกร ดอกเฟื่องฟ้าตำลึง ตะขบ
  • </ul><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">ฮิปโปคราตีสได้กล่าวไว้ว่า จงให้อาหารของท่านเป็นยารักษาโรคและจงให้ยารักษาโรคเป็นอาหารของท่าน</p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">การดูแลผู้ป่วยโรคเหล่านี้ใช้เวลานานมีค่าใช้จ่ายสูงและไม่มีการหายจากโรคอย่างแน่ชัดจึงเกิดมีกระแสการใช้บริการการแพทย์ทางเลือกในประเทศแถบตะวันตกมากขึ้นและเกิดความพยายามที่จะดูแลสุขภาพตนเองโดยใช้ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมต่างๆที่มาจากธรรมชาติ</p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">งานวิจัยทางเคมี ชีวเคมี เภสัชวิทยา และชีววิทยาโมเลกุลตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๓๓ได้สร้างความรู้ใหม่เกี่ยวกับสาเหตุของการเกิดโรคไม่ติดต่อ (noncommunicabledisease) และเสนอแนวทางโรคดังกล่าวให้กับวงการแพทย์เป็นอย่างมาก</p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">ปัจจุบันมีการนำสารสกัดจากพืชอาหารและพืชสมุนไพรแบบตะวันตก เช่น จากประเทศจีนอินเดีย และญี่ปุ่นมาใช้ในประเทศซีกโลกตะวันตกเนื่องจากมีการศึกษาวิจัยมากมายด้านระบาดวิทยาของการเกิดโรคพบว่ากลุ่มคนที่ปลอดโรคมีการกินอาหารเฉพาะบางชนิดการศึกษาอาหารดังกล่าวพบสารเคมีที่มีฤทธิ์ในการป้องกันโรคอย่างชัดเจน ตัวอย่างเช่นชาวฝรั่งเศสที่ดื่มไวน์แดงมีภาวะการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตันต่ำทั้งที่กินอาหารไขมันหลากชนิดตลอดเวลาพบว่าสารเรสเวอราทรอลในเปลือกองุ่นมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและต้านอักเสบการดื่มไวน์แดงที่มีสารเรสเวราทรอลจึงป้องกันการเกิดอาการของโรคดังกล่าวในคนกลุ่มเสี่ยงนี้ได้</p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">
    อาหารเป็นยา</p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">ปัจจุบันทั่วโลกให้ความสำคัญต่อการศึกษาสารอาหารปริมาณน้อยจากพืชที่มีผลต่อระบบการทำงานของร่างกายโดยเฉพาะอย่างยิ่งในกระบวนการต้านอนุมูลอิสระ ผลการวิจัยจากแหล่งต่างๆในหลายประเทศเห็นพ้องต้องกันว่า พืชจำนวนมาก (โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมืองร้อน)มีสารอาหารที่สามารถนำมาใช้ในการดูแลสุขภาพของคนเราได้การกินผักและผลไม้หลายชนิดได้รับสารอาหารหลากหลายจะสามารถชะลอได้ทั้งความแก่และลดการเกิดโรคไม่ติดต่อที่ป้องกันได้</p>เราควรกินอย่างไรให้อาหารป้องกันและ/หรือรักษาโรคให้กับเรา<p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">คำตอบคือ กินให้ครบ 5 สี</p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">การกินผักและผลไม้ให้ครบ 5 สีจะทำให้ได้รับสารอาหารที่เสริมสุขภาพและป้องกันได้ครบถ้วนโดยสามารถแบ่งพืชผักและอาหารที่มีสีตามธรรมชาติได้เป็น ๕ กลุ่มสีดังนี้</p>  <p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">สีน้ำเงิน สีม่วง และสีแดง</p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">สีน้ำเงิน สีม่วง และสีแดงบางชนิด เกิดจากสารกลุ่มแอนโทไซยานิน (anthocyanin) เป็นโมเลกุลให้สีที่มีส่วนประกอบสองส่วนคือ แอนโทไซยาไนดิน (anthocyanidin) และน้ำตาล</p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">แอนโทไซยานินมีหน้าที่ปกป้องผักและผลไม้จากการทำลายของรังสีอัลตราไวโอเลตมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ</p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">การวิจัยพบว่าสารกลุ่มแอนโทไซยานินมีฤทธิ์ต้านออกซิเดชั่นของไขมันแอลดีแอลและยังทำให้เซลล์บุผนังหลอดเลือดมีความอ่อนนิ่ม</p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">การกินผักและผลไม้ที่มีสีน้ำเงินและสีม่วงจึงสามารถชะลอการเกิดโรคไขมันอุดตันในหลอดเลือดและโรคหลอดเลือดหัวใจแข็งตัวได้</p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">ในประเทศไทยมีการใช้น้ำดอกอัญชันช่วยปลูกผมปลูกคิ้วเชื่อว่าน้ำคั้นจากดอกอัญชันทำให้ผมดกดำได้สารแอนโทไซยานินในดอกอัญชันเพิ่มความสามารถในการมองเห็นหรือชะลอความเสื่อมของดวงตาเนื่องจากสารดังกล่าวเพิ่มความสามารถในการไหลเวียนในหลอดเลือดเล็กๆ ส่วนปลายทำให้มีเลือดมาเลี้ยงรากผมและดวงตาได้ดีขึ้นนั่นเองดอกอัญชันสามารถกินสดแก้ลมน้ำพริกหรือต้มน้ำดื่มก็ได้</p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">แอนโทไซยานินสีม่วงจากพืชตระกูลบลูเบอร์รี่ถูกใช้เพื่อเสริมสมรรถภาพการมองเห็นและลดปัญหาที่เกิดกับระบบหมุนเวียนของเลือดในลักษณะเดียวกับการใช้น้ำคั้นอัญชันมาเป็นเวลานานมีการใช้ในผู้ป่วยเบาหวานและแผลในกระเพาะอาหาร จึงมีคุณสมบัติต้านการเกิดโรคมะเร็งทำให้เซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาวตายและต้านการเกิดสารก่อมะเร็งในสัตว์ทดลอง</p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">พืชที่มีแอนโทไซยานินมักพบสารกลุ่มโพลีฟีนอลด้วยสารกลุ่มนี้มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและช่วยชะลอสภาวะเสื่อมของเซลล์</p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">อาหารที่มีสีน้ำเงินและสีม่วง ได้แก่ กะหล่ำปลีม่วง มันสีม่วง องุ่นแดงชมพู่มะเหมี่ยว ชมพู่แดงอื่นๆ ลูกหว้า ลูกไหน ลูกพรุน ลูกเกด ข้าวแดง ข้าวนิลข้าวเหนียวดำ ถั่วแดงและถั่วดำ มะเขือม่วง หอมแดง หอมหัวใหญ่สีม่วง บลูเบอร์รี่น้ำดอกอัญชัน น้ำว่านกาบหอย มันต้มสีม่วง และเผือก</p>  <p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">สีเขียว</p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">พืชผักสีเขียวนอกจากจะอุดมไปด้วยคลอโรฟีลล์แล้วยังมีสารประกอบอื่นๆ เช่น ลูทีน (lutein) อินโดล (indole) และไทโอไซยาเนต (thiocyanate) ซึ่งมีคุณสมบัติส่งเสริมสุขภาพหลายประการ</p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">ลูทีนเป็นสารในกลุ่มแคโรทีนอยด์ เป็นสารต้านอนุมูลอิสระพบในผักใบเขียวเข้ม เช่น ผักคะน้า ผักบุ้ง ผักโขม ผลอะโวคาโด เมล็ดข้าวโพดและไข่แดง ลูทีน สามารถกรองแสงสีน้ำเงินที่มีพลังงานสูงซึ่งเป็นเหตุก่อให้เกิดความเครียดเชิงอนุมูลอิสระในเนื้อเยื่อของอวัยวะที่รับแสงเช่น ดวงตาและผิวหนัง ในจอประสาทตาส่วนกลางมีรงควัตถุสีเหลืองมีสารลูทีนและซีอาแซนทีน (zeaxanthine) อยู่ในปริมาณมากพบว่าลูทีนลดอัตราการเสื่อมของจอประสาทตา (macular degeneration) อันเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ตาบอดในผู้สูงอายุได้</p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">อินโดล-3-คาร์บินอล (I3C) ได้มาจากการสลายตัวของสารตั้งต้นเมื่อเนื้อเยื่อพืชถ฿กตัดหรือหั่นทำลายโดยพบในบร็อกโคลี่กะหล่ำปลี และดอกกะหล่ำ หัวไชเท้า และพืชอื่นในวงศ์นี้</p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">สาร I3C มีฤทธิ์ต้านการเกิดมะเร็งโดยเปลี่ยนแปลงการทำงานของเอนไซม์กำจัดสารพิษและสารก่อกลายพันธุ์ในตับทำให้มีเอนไซม์กำจัดสารพิษมากขึ้น</p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">นอกจากนี้ยังพบว่า I3C กระตุ้นการสังเคราะห์สาร 2-ไฮดรอกซีเอสโทรนสารดังกล่าวมีฤทธิ์ต้านออกซิเดชั่นของไขมันแอลดีแอลและยับยั้งการแบ่งตัวของเซลล์กล้ามเนื้อเรียบ คุณสมบัตินี้เองที่ทำให้ I3C มีฤทธิ์ต้านการหนาและแข็งตัวของหลอดเลือดและยับยั้งการเจริญของเซลล์มะเร็งที่ถูกกระตุ้นด้วยฮอร์โมนเอสโตรเจน</p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">ซัลโฟราเฟน(sulforaphane) เป็นสารไทโอไซยาเนตได้มาจากการถูกไฮโดรไลซ์ของสารกลูโคราฟานิน (glucoraphanin) จากพืชวงศ์กะหล่ำปลีเมื่อถูกบริโภคพบมากในต้นอ่อนของบร็อกโคลี่มีฤทธิ์กระตุ้นการทำงานของเอนไซม์ขับสารพิษในตับได้เป็นอย่างดี</p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">ซัลโฟราเฟนระตุ้นเซลล์ให้มีสภาวะคุ้มกันที่ดีต่อโรคต่างๆเกิดกระบวนการต้านอนุมูลอิสระทำให้อนุมูลอิสระหมดฤทธิ์ไปก่อนที่จะมีโอกาสทำความเสียหายให้กับเซลล์อันนำไปสู่การเกิดมะเร็งได้ยับยั้งการเกิดมะเร็ง และทำให้เกิดการตายของเซลล์มะเร็งลำไส้ในสัตว์ทดลองจึงนับเป็นสารป้องกันการเกิดมะเร็งได้</p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">ใบหม่อนซึ่งเป็นอาหารพื้นบ้านภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีสารรูทิน(rutin) ซึ่งเป็ฟลาโวนอยด์มีฤทธิ์เพิ่มความแข็งแรงของหลอดเลือดฝอยนอกจากนี้ใบหม่อนยังมีสารคาทีซิน(catechin) ซึ่งพบในชาเขียว ชาขาวแอปเปิ้ล และช็อกโกแล็ต คาทีซินเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ในร่างกายมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ลดปริมาณไขมันแอลดีแอลในกระแสเลือด</p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">การกินใบหม่อนมีผลลดปริมาณโคเลสเตอรอลในเลือด ลดความเสี่ยงภาวะอุดตันได้และมีฤทธิ์เพิ่มการทำงานของอินซูลิน</p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">นอกจากนี้แล้ว อย่าลืมกินผักและผลไม้สีเขียวชนิดอื่นๆ เช่น ผักกาดขาว บวบแตงกวา หน่อไม้ฝรั่ง มะเขือหลากชนิด ถั่วพูและถั่วฝักเขียวอื่นๆ ขึ้นฉ่าย กุยช่ายชะอม ใบช้าพลู ใบทองหลาง ใบย่านาง สะตอ เป็นต้น ซึ่งล้วนแต่มีแร่ธาตุต่างๆ เช่นแคลเซียม แมกนีเซียม ซีลีเนียมเพิ่มความสามารถในการทำงานให้ร่างกายอีกด้วย</p>  <p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">สีขาว</p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">พืชผักและผลไม้ที่มีสีขาว สีชาและสีน้ำตาลมีสารประกอบที่นักวิจัยทั่วโลกให้ความสนใจสารที่พบในผักและผลไม้สีขาวได้แก่ สารประกอบกำมะถันจากกระเทียมและหอมหัวใหญ่ฟลาโวนอยด์หลายชนิดเพ็กติน และเส้นใยจากผลไม้หลายชนิด</p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">อัลลิซิน(allicin) เป็นสารให้กลิ่นและรสในกระเทียมถูกสร้างขึ้นเมื่อเนื้อเยื่อกระเทียมถูกกระทบกระเทือนเกิดได้ทั้งในกระเทียมสดและกระเทียมแห้งที่ได้รับความชื้น</p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">กระเทียมมีฤทธิ์ต้านจุลชีพ ป้องกันการเกาะตัวของเกล็ดเลือดต้านการแข็งตัวของเลือด มีฤทธิ์ลดโคเลสเตอรอล และแอลดีแอลในเลือดจึงมีการใช้ในการควบคุมปริมาณไขมันในเลือด</p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">เควอร์เซติน(quercetin) และแคมป์ฟีรอล (kaempferol) เป็นสารฟลาโวนอยด์พบมากในหอมหัวใหญ่ ผลแอปเปิ้ล ต้นกระเทียม ผลฝรั่งและชาขาว/ชาเขียว มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระลดหรือชะลอความเสียหายของเซลล์และอวัยวะในร่างกายจากการทำลายของอนุมูลอิสระดังกล่าวลดการต้านอนุมูลอิสระของไขมันแอลดีแอลจึงลดหรือชะลอการแข็งตัวและอุดตันของหลอดเลือดฟลาโวนอยด์ทั้งสองชนิดทำงานร่วมกันในการลดการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็งและลดการต้านยาของเซลล์มะเร็งเมื่อมีเควอร์เซทินและแคมป์ฟีรอลยาฆ่าเซลล์มะเร็งจะออกฤทธิ์ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นนอกจากนี้ฟลาโวนอยด์มีฤทธิ์เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานของร่างกาย จึงอาจใช้ในการลดหรือควบคุมน้ำหนักได้</p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">ไอโซฟลาโวน(isofravone) พบในถั่วเหลืองและผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง (มักจะมีสีขาว) สารดังกล่าวได้แก่เจนิสทีอิน(genistein) และเดดซีอิน(daidzein) มีฤทธิ์เป็นเอสโตรเจนอย่างอ่อน เรียก ไฟโตรเอสโตรเจน</p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">ในประเทศญี่ปุ่นมีอุบัติการณ์ของโรคมะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้และมะเร็งต่อมลูกหมากต่ำสันนิษฐานว่ามีความสัมพันธ์กับการได้รับไฟโตเอสโตรเจนที่อยู่ในผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลืองนอกจากนี้แล้วสารกลุ่มนี้ยังเสริมการเพิ่มปริมาณไขมันเอสดีแอลและลดปริมาณแอลดีแอลในเลือดได้อีกด้วย</p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">แซนโทน(xanthone) เป็นกลุ่มของฟลาโวนอยด์หลายชนิดพบในเนื้อสีขาวและเปลือกของผลมังคุด สารเหล่านี้มีฤทธิ์ต้านการอักเสบลดอาการปวดข้อเข่า ต้านจุลชีพหลายชนิด เช่น เชื้อวัณโรคต้านเซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาวและรักษาระบบภูมิคุ้มกันให้อยู่ในสภาพที่ดีสามารถช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดที่เหมาะสมได้ปัจจุบันมีการจำหน่ายสารสกัดและเครื่องดื่มแซนโทนจากมังคุดในประเทศสหรัฐอเมริกา</p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">ลูกเดือยเป็นธัญพืชที่มีประโยชน์ต่อร่างกายโฟลีฟีนอลหลายชนิดในลูกเดือยเช่น กรดไซแนปปิก มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ลูกเดือยใช้เป็นยาในตำราการแพทย์จีนมานานโดยใช้รักษาโรคมะเร็งและอาการอื่นปัจจุบันมีการทดลองสารสกัดไขมันจากลูกเดือยในการรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็ง</p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">ขิงและข่าเป็นพืชอาหารที่มีฤทธิ์เสริมสุขภาพและรักษาโรค สาร 6-จิงเจอรอล (6-gingerol) เป็นสารประกอบฟีนอลจากขิง มีฤทธิ์ต้านอักเสบ</p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">สารจากขิงมีฤทธิ์ต้านการรวมตัวของเกล็ดเลือดและเพิ่มการสลายไฟบริโนเจนและมีฤทธิ์ต้านออกซิเดชั่นของไขมันดีเท่ากับวิตามินซี ลดปริมาณไขมันในเลือดการกินขิงจึงเหมาะสำหรับการดูแลความดันเลือดและป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน</p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">เหง้าข่ามีสารกาลานาล เอและบี(galanal A,B) มีฤทธิ์ฆ่าเซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาวและมีสารต้านการหลั่งฮิสตามีนซึ่งควรช่วยบรรเทาอาการโรคภูมิแพ้ได้</p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">เมล็ดงา(มีทั้งสีขาวและสีดำ) มีสารลิกแนน เซซามิน (sesarmin) เซซาโมลิน (sesarmolin) และสารอื่น เช่น เซซามีออล (sesarmeol) เมล็ดงามีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระเพิ่ปริมาณวิตามินอีในร่างกายโดยลดการสลายวิตามินดังกล่าว</p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">การกินเมล็ดงาในสัตว์ทดลองพบว่าสามารถลดปริมาณไขมันในกระแสเลือดใช้ลดปริมาณโคเลสเตอรอลในเลือดได้</p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">กรดโฟติก(phytic acid) หรือ พบในธัญพืชและเมล็ดถั่วพบมากในจมูกข้าวสาลีและผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง มีคุณสมบัติดูดจับโมเลกุลของโลหะมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ต้านมะเร็ง ลดโคเลสเตอรอลและมีฤทธิ์ลดไขมันและปริมาณน้ำตาลในเลือด</p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">ซาโพนิน(saponin) เป็นสารที่พบได้ในถั่วเหลือง ถั่วลูกไก่และเมล็ดถั่วอื่นๆ มีรายงานฤทธิ์ต้านการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งลำไส้ใหญ่โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อซาโพนินดังกล่าวถูกย่อยสลายโดยจุลชีพในลำไส้ใหญ่การกินเมล็ดพืชตระกูลถั่วจึงอาจป้องกันการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้</p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">เพ็กตินเป็นเส้นใยละลายน้ำได้ เช่นที่พบในผลแอบเปิ้ล ฝรั่ง แก้วมังกรและผลไม้อื่นที่ทำแยมได้มีความสามารถจับกับน้ำตาลและปลดปล่อยโมเลกุลน้ำตาลสู่กระแสเลือดอย่างช้าๆทำให้ปริมาณน้ำตาลในเลือดค่อนข้างคงที่ ผลข้างเคียงคือลดความอยากอาหารให้ความรู้สึกอิ่มหลังกิน จึงใช้ในการควบคุมน้ำหนักได้</p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">นอกจากนี้ ยังควรกินกล้วย สาลี่ เห็ด หน่อไม้ พุทรา ลางสาด แห้ว ลองกอง เงาะลิ้นจี่ ละมุด เมล็ดแมงลัก รวมถึงผัก ผลไม้สีขาวและสีน้ำตาลชนิดอื่นๆ อีกด้วย</p>  <p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">สีเหลือง/สีส้ม</p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">พืชผักที่มีสีเหลืองและสีส้มมีสารต้านอนุมูลอิสระหลากชนิด เช่น วิตามินซีแคโรทีนอยด์ และสารฟลาโวนอยด์ อาหารกลุ่มนี้จะช่วยรักษาสุขภาพหัวใจและหลอดเลือดสายตา ลดโอกาสการเกิดมะเร็งและดูแลสุขภาพระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายสารกลุ่มแคโรทีนอยด์ได้แก่ บีตา-แคโรทีน แอลฟา-แคโรทีน และบีตา-คริปโทแซนทิน</p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">บีตา-แคโรทีน และ แอลฟา-แคโรทีน แคโรทีนคือโมเลกุลของวิตามินเอที่ต่อกัน 2 โมเลกุล บีตา-แคโรทีน เป็นสารสีส้มในแครอตมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระเสริมประสิทธิภาพของเซลล์นักฆ่า (natural killer cell) ในการกำจัเซลล์มะเร็ง กระตุ้นการทำงานของเอนไซม์ที่ซ่อมแซมสารพันธุกรรมได้แอลฟา-แคโรทีนมีฤทธิ์ต้านมะเร็งสูงกว่าที่พบในบีตา-แคโรทีนช่วยกระตุ้นการกำจัดเซลล์มะเร็งของร่างกาย</p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">บีตา-แคโรทีน พบในแครอต ฟักทอง แตงไทย มะละกอ มะม่วง แคนตาลูปสตรอเบอร์รี่ พริกขนุน</p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">แอลฟา-แคโรทีน พบในฟักทอง ถั่วแขก และผักชีแต่แนะให้กินดิบหรือถูกความร้อนครู่เดียว สารเหล่านี้มักพบใกล้เปลือกจึงควรปอกเปลือกแต่เพียงบางๆ เท่านั้น</p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">บีตา-คริปโทแซนทินเป็นสารกลุ่มแคโรทีนอยด์ที่สำคัญตัวหนึ่งเป็นสารสำคัญให้สีในลูกพลับมะละกอ มะกอก สารนี้มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระเมื่อสลายตัวจะให้วิตามินเอ กระตุ้นยีนต้านการเกิดมะเร็ง ที่เรียก RB gene) มีฤทธิ์เสริมสมรรถภาพการทำงานของปอดผู้ที่กินบีตา-คริปโทแซนทินเป็นประจำจะลดโอกาสเกิดมะเร็งในปอดและลำไส้ใหญ่ได้</p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">ฟลาโวนอยด์ เฮสเพอริดิน(hesperidin) และนาริงจิน(naringin) ในเปลือกส้มและเยื่อส้ม (รู้จักกันในนาม citrus biofravonoid และ vitamin P) ฤทธิ์เสริมความแข็งแรงของหลอดเลือดฝอย</p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">พิโนสโทรบิน(pinostrobin) ได้จากรากกระชายเหลืองมีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคแผลในกระเพาะอาหารมีฤทธิ์ต้านการอักเสบและช่วยเพิ่มการทำงานของเอนไซม์ขับสารพิษในตับมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและต้านการก่อกลายพันธุ์จึงมีฤทธิ์ป้องกันการเกิดมะเร็ง</p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">มอริน(morin) เป็นฟลาโวนอยด์จากขนุน มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระต้ายไวรัสเริม หรือเฮอร์ปีส์ซิมเพล็กช์ 2 (HSV-2) ป้องกันการเกิดมะเร็งจากการได้รับสารก่อมะเร็ง การทดลองระดับเซลล์พบว่ามอรินทำให้ระดับสารเคมีต้านมะเร็งในเซลล์มะเร็งเต้านมสูงกว่าเซลล์ที่ไม่ได้รับมอรินโดยลดการขับยาออกจากเซลล์มะเร็ง</p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">ลูกพลับเป็นผลไม้ที่มีสีส้มมีรายงานว่าการทดลองให้ลูกพลับกับหนูที่มีโคเลสเตอรอลสูงสามารถลดไขมันในกระแสเลือดได้และมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระทั้งนี้มีผลจากคาโรทีนอยด์ โพลีฟีนอลและเส้นใยที่ละลายน้ำได้จากลูกพลับนั่นเอง</p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">สับปะรด มีกลุ่มเอนไซม์โบรมีเลน (bromelain) เป็นเอนไซม์ย่อยโปรตีนได้จากเนื้อและแกนผลสับปะรดมีฤทธิ์ต้านการรวมตัวกันของเกล็ดเลือดมีรายงานว่าเมื่อให้โบรมีเลนกับสัตว์ทดลองสามารถสลายไขมันที่อุดตันในหลอดเลือดได้มีฤทธิ์ต้านอักเสบ ลดความเจ็บปวดจากการอักเสบลดการกระจายตัวของเซลล์มะเร็งในสัตว์ทดลอง</p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">โบรมีเลนชักนำให้เกิดการหลั่งไซโทไคน์ที่ชักนำให้เซลล์เม็ดเลือดขาวกำจัดเซลล์มแเร็งได้มีฤทธิ์ช่วยระบบการย่อยอาหารและสมานแผลในกระเพาะอาหารการกินสับปะรดเป็นประจำอาจช่วยเสริมสุขภาพแบบองค์รวมได้ด้วยเหตุผลข้างต้น</p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">นอกจากนี้ ยังมีผักและผลไม้สีเหลือง สีส้ม อีกหลายชนิด เช่น มะนาว มะยม มะ</p>